วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถเมล์ไฟฟ้า 200 คันสะดุดกึ้ก

“สมศักดิ์” ย้ำชัด!ไม่คุ้ม-ทำ ขสมก.ขาดทุนไปกันใหญ่

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในโครงการจัดซื้อ พร้อมว่าจ้างซ่อมรถโดยสารไฟฟ้า 200 คัน วงเงิน 2,702 ล้านบาทว่า การจัดซื้ออาจล่าช้าออกไปแบบไม่มีกำหนด และอาจนำเสนอให้บอร์ดชุดปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระวันที่ 20 ก.ค.นี้ พิจารณาอนุมัติไม่ทัน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหา เพราะราคากลางมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่ ขสมก.ประกาศไว้ในทีโออาร์ เพราะล่าสุดกรมศุลกากรแจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถปรับลดภาษีนำเข้าได้ เนื่องจากเข้าข่ายเลือกปฏิบัติต่อหน่วยงานอื่นๆ หากลดภาษีให้ ขสมก.เพียงรายเดียว จึงส่งผลให้ราคากลางจัดซื้อตัวรถปรับสูงขึ้นอีกคันละ 5 ล้านบาท เป็นคันละ 15 ล้านบาท จากคันละ 10 ล้านบาท ซึ่งทำให้ราคากลางจัดซื้อรถจำนวน 200 คัน ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท จาก 2,000 ล้านบาท และส่งผลให้วงเงินราคากลางจัดซื้อโครงการภาพรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,702 ล้านบาท จาก 2,702 ล้านบาท

“ขสมก.ต้องพิจารณาทีโออาร์ใหม่ โดยส่วนตัวมองว่าหากซื้อคันละ 15 ล้านบาท จะไม่คุ้ม ขสมก.อาจเป็นหนูทดลองยา เพราะเป็นรายแรก และต้องลงทุนสร้างสถานีชาร์จไฟ อู่จอดรถอีก หากทำแล้วไปไม่รอด ยิ่งทำให้ ขสมก.ขาดทุนไปกันใหญ่ ดังนั้นต้องรอให้บอร์ดชุดปัจจุบัน ที่จะหมดวาระวันที่ 20 ก.ค.นี้ พิจารณาตัดสินอีกครั้ง แต่หากพิจารณาไม่ทัน คงต้องรอให้บอร์ดชุดใหม่พิจารณา ว่าจะซื้อหรือไม่”

นายสมศักดิ์กล่าวว่า กรมศุลกากรระบุว่า หาก ขสมก.ต้องการใช้สิทธิ์ในการลดภาษีนำเข้า ผู้ผลิตไทยจะต้องตั้งโรงงานใหม่ในประเทศไทยเพื่อขอรับสิทธิ์ แต่คงดำเนินการไม่ทันกับโครงการจัดซื้อรถของ ขสมก. เพราะการจัดตั้งโรงงานจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ส่วนแนวโน้มการปรับขึ้นค่าโดยสารตามแผนปฏิรูปองค์กรนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน รวมถึงจัดสรรเส้นทางเดินรถ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ค.นี้ “หากรัฐกังวลว่าการขึ้นค่าโดยสารจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ขสมก.ก็ยินดีที่จะไม่ปรับราคาขึ้น แต่รัฐต้องจัดสรรเงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ (PSO) ให้กับ ขสมก. เหมือนโครงการรถเมล์ฟรี”.