วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พี่น้องชาวสวนลำไย ยิ้มหวาน 'ล้งไทย' ตั้งเป้าซื้อ 3 พันตู้คอนเทนเนอร์

'พาณิชย์' มั่นใจปีนี้ลำไยไม่มีปัญหาด้านราคา หลังล้งไทยเตรียมเข้ารับซื้อ ตั้งเป้าซื้อ 3 พันตู้คอนเทนเนอร์ ส่งออกไปจีน อินเดีย เวียดนาม และเมียนมา ส่วนสับปะรดประสานโรงงาน โมเดิร์นเทรดเข้าไปรับซื้อถึงที่แล้ว ราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4.70-5.00 บาท  

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบนโยบายให้พาณิชย์ภาค (Mini MOC) จำนวน 6 ภาค ซึ่งมีผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ 6 คนเป็นผู้ดูแลในแต่ละภาค และพาณิชย์จังหวัดที่ประจำอยู่ในจังหวัดต่างๆ ติดตามสถานการณ์ผลผลิตและสถานการณ์ราคาผลไม้เป็นการล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดขอให้ติดตามผลผลิตลำไยที่กำลังจะออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ และได้รับรายงานว่าปีนี้ลำไยไม่น่าจะมีปัญหาด้านราคา เพราะขณะนี้ผู้รวบรวมผลไม้ (ล้ง) คนไทยได้เตรียมที่จะเข้าไปรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกร ตั้งเป้าที่จะซื้อให้ได้ 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อส่งออกไปยังจีน อินเดีย เวียดนาม และเมียนมา

"ตอนนี้ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดและกรมการค้าภายในไปสำรวจจุดรับซื้อ เพื่อแจ้งให้กับเกษตรกรได้รับทราบ เพื่อให้นำผลผลิตมาขาย และยังได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องทุนหมุนเวียนของล้งไทยที่จะเข้าไปรับซื้อด้วย เพื่อให้มีเงินทุนเพียงพอในการรับซื้อลำไยจากเกษตรกร"

ส่วนสับปะรดที่เกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก ลำปาง และอุตรดิตถ์ ออกมาเรียกร้องให้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ ได้ประสานโรงงานสับปะรดกระป๋องเข้าไปรับซื้อแล้ว ส่วนสับปะรดที่ไม่ได้เข้าโรงงาน เช่น ที่ลำปาง ได้ประสานห้างค้าปลีกสมัยใหม่เข้าไปช่วยรับซื้อ และกระจายผลผลิตไปยังสาขาของห้างทั่วประเทศ  ซึ่งปัจจุบันราคาได้ขยับขึ้นมาเป็นกิโลกรัม (กก.) ละ 4.70-5.00 บาท

สำหรับทุเรียน ปีนี้ไม่มีปัญหาด้านราคา แม้ว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากกว่าปีก่อน  โดยกระทรวงฯ สามารถบริหารจัดการให้มีความต้องการบริโภคทุเรียนเพิ่มขึ้น ผ่านการผลักดันการเปิดตลาดเฉพาะสินค้า (Magnet Market) ซึ่งได้เปิดไปแล้วที่เชียงใหม่ ภูเก็ต กรุงเทพฯ และอุดรธานี ทำให้มีความต้องการบริโภคทุเรียนเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่เงาะ มังคุด ได้มีการประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตกระจายไปยังตลาดต่างๆ และห้างค้าปลีก ทำให้ราคาไม่มีปัญหา ส่วนลองกอง ที่เดิมคาดว่าจะมีปัญหาด้านราคา เพราะผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากถึง 1.4 แสนตัน แต่เจอพายุ ทำให้ผลผลิตลดลงเหลือ 6 หมื่นตัน ก็เลยไม่มีปัญหา.