บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระดมสมองสื่อแก้ปัญหา 'ไทย'รองแชมป์ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากสุดในโลก

“จีเฮชเอไอ” จัดสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชน แก้ปัญหาไทยติดอันดับ 2 คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก รองจากลิเบีย

วันที่ 29 มิ.ย.60 ที่โรงแรมแมริออทกรุงเทพ ถนนสุขุมวิท นายรอฟ โรเซนครานซ์ จากองค์กรส่งเสริมสุขภาพระดับโลก (จีเฮชเอไอ) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบลูมเบิร์กเพื่อสาธารณประโยชน์ จัดสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนด้านความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพมหานคร โดยมี นางรัชนี พงษ์ธานี หน.กลุ่มงานแผนงานและประเมินผลสำนักการจราจรและขนส่ง นางรัตนวดี วินเธอร์ จากมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ พ.ต.ท.ดร.ภาณุพงศ์ ภาณุดุลกิตติ  สว.งานวิศวกรรมจราจร บก.จร. และสื่อมวลชนประเทศไทย อาทิ ตัวแทนสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ดร.รุ่งทิพย์ โชติณภาลัย ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 และตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายกว่า 30 คน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โดยตัวแทนมูลนิธิบลูมเบิร์ก (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ต้องมีการระดมความคิดเห็นจากสื่อมวลชนเพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงสู่สังคมไทย เพราะคนไทยตายจากอุบัติเหตุมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศ ลิเบีย โดยประเทศไทยมีคนตาย คิดเป็น 36.2 คนต่อ 100,000 ประชากร โดยกรุงเทพมหานครตายมากสุดในประเทศ คือตายวันละ 2 คน อุบัติเหตุจากผู้ขับรถ จักรยานยนต์มากสุดคือร้อยละ 90 ของประเภทรถทั้งหมด ช่วงอายุผู้ประสบเหตุมากสุดคือ ช่วงอายุ 18-25 ปี ตายมากสุดเกิดบนถนนในเขตรอบนอก อย่างถนนพระราม 2 และถนนในเขตลาดกระบัง ตัวอย่างปัจจัยของพระราม 2 นั้น เพราะเป็นถนนทางเรียบ ทางยาว ถนนกว้าง สามารถใช้ความเร็วสูงได้ แต่มีรถ 10 ล้อมาก สำหรับปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุประกอบด้วยจากคน เช่น เมาแล้วขับ จากถนน เช่น ทางโค้ง จากรถ เช่น รถยางแตก จากสิ่งแวดล้อม เช่น ถนนมืดไม่มีแสงสว่าง เป็นต้น

ด้าน พ.ต.ท.ดร.ภาณุพงศ์ ภาณุดุลกิตติ สว.งานวิศวกรรมจราจร บก.จร.กล่าวว่า จากการทำงานพบว่า สาเหตุอุบัติเหตุในกรุงเทพมหานครมาจาก 1.ไม่สวมหมวกกันน็อก 2.ขับรถเร็ว 3.เมาแล้วขับ โดยมาตรการป้องกันนั้นตำรวจตั้งด่านตรวจวัดความเมา และเป้าหมายตำรวจนอกจากจะจับปรับ ยังเน้นการเตือนภัย ป้องกันภัย ด้วยการว่ากล่าวตักเตือน รวมทั้งการร่วมมือประชาคมอาเซียน เพื่อให้การทำงานของตำรวจได้มาตรฐานสากล

ด้านตัวแทนภาครัฐเห็นว่า อยากให้สื่อนำเสนอข้อมูลว่า มีคนตายกี่คนที่ตายจากการไม่ได้สวมหมวกกันน็อก บาดเจ็บกี่คน พิการกี่คน เพราะเมื่อเขาเห็นจากภาพ จากข่าว เขาจะตระหนักยิ่งขึ้น และจะขอให้สื่อ 1.ไม่เสนอข่าวว่าเหี้ยน คราวเคราะห์ หรือดวง แต่แท้จริงเหตุเพราะยางระเบิด เพราะหากเสนอมุมนี้คนจะไม่ตระหนัก ไม่บำรุงรักษารถ 2.มิติของเหยื่อที่ถูกกระทำ เช่น โจ๋ซิ่ง ก็จะทำให้รู้สึกสะใจที่ตาย 3.มีความลึกของข้อมูล เช่น อุบัติเหตุเชิงโครงสร้าง อย่างกรณีมีแผงลอยบนทางเท้า คนออกมาเดินถนนจึงถูกรถชน ต้องแก้ทั้งระบบ ซึ่งการแก้กฎหมายก็เกี่ยวโยงกับหลาย พ.ร.บ.ทำให้ยากขึ้น แต่เป็นประโยชน์กับสังคม

นอกจากนั้นวงสัมมนาเห็นว่าควรรณรงค์ให้เยาวชน มีวินัย มีน้ำใจ ในการใช้รถใช้ถนน ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างของเด็กด้วย.