วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบคู่รักนักนักตุ๋น ต้มนักธุรกิจเทรดหุ้น ได้นับ10ล้าน ใช้ของดี-รถหรู

คู่รักสุดแสบผัวเมียจอมตุ๋น ตระเวนต้มนักธุรกิจภาคเหนือ อีสาน ลงทุนเทรดหุ้นน้ำมัน อ้างมีความเชี่ยวชาญมองทะลุ ลงเงินแสนได้คืนกว่า 20 ล้าน แม้ยังสงสัยแต่หลายคนตัดสินใจลงทุนสุดท้ายถูกหลอก ชุดสืบภาค 4 ตามรวบได้ที่อุดรฯ..

เวลา 10.20 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว กก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ชุมชนหนองเตาเหล็ก ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.1บก.สส.ภ.4 พร้อมตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 แถลงการจับกุม นางสาวนิด ทองแก้มแก้ว อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.5 ต.ดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร และนายชลมาตร แสงพล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 ม.3 ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สามีภรรยา ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.70/2560 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2560 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ พร้อมของกลาง สมุดบัญชีฝาก ธ.กรุงเทพ จำนวน 2 เล่ม เงินสด 160,000 บาท ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 4.5 บาท ราคา 90,000 บาท รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ยี่ห้อไทรอัมพ์สีดำ-ขาว ราคา 600,000 บาท  1 คัน แมคบุ๊กแอร์ สีขาว ราคา 45,000 บาท 1 เครื่อง

นอกจากนี้ยังมี กล้องถ่ายภาพดิจิตอล ยี่ห้อนิคอน สีดำ พร้อมเลนส์ และแบตเตอรี่สำรองรวมราคา 404,500 บาท กล้องถ่ายภาพดิจิตอลพร้อมเลนส์ ยี่ห้อ โอลิมปัส ราคา 29,900 บาท นาฬิกายี่ห้อ คาซิโอ 2 เรือน รวมราคา 18,000 บาท ไอแพดโปร สีดำ จำนวน 1 เครื่อง ราคา 38,000 บาท แท็บเล็ตยี่ห้อซัมซุง สีขาว จำนวน 1 เครื่อง ราคา 13,000 บาท โทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง ยี่ห้อซัมซุง 1 เครื่อง และยี่ห้อวีโก 3 เครื่อง รวมราคา 64,600 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 1,463,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการฉ้อโกง โดยจับกุมตัวได้พร้อมของกลางที่ห้องพักบ้านคุณตารีสอร์ต ต.บ้านคง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ขณะแถลงข่าวเพื่อเตือนภัยจากมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบต่างๆ ในโลกโซเชียล มีผู้เสียหายหลายราย ทยอยเดินทางมาจากต่างจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งแต่ละรายสูญเงินไปรายละ 100,000 - 500,000 บาท เพื่อมาดูตัวคนร้ายและของกลางที่ถูกแปลงเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นไปแล้ว

นายพงษ์ อายุ 46 ปี นักธุกิจรับเหมาก่อสร้าง ชาว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชักชวนให้ลงทุนซื้อเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์น้ำมันต่างประเทศ ตนหลงเชื่อเนื่องจากค่าตอบแทนสูงถึง 280 เท่า จึงร่วมลงทุนไปเป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท หวังว่าจะได้ค่าตอบแทน คิดเป็นเงินแล้วมากถึง 28 ล้านบาท ทีแรกก็ยังคิดอยู่ว่ามันเป็นไปได้หรือ เมื่อพูดคุยกันผ่านทางเฟซบุ๊ก และทางไลน์ โดยคนร้ายบอกว่าพวกเขาเคยทำงานธนาคารและรู้จักเรื่องหุ้นเป็นอย่างดี จึงลาออกจากงานมาทำธุรกิจเทรดหุ้น เพราะเห็นว่ารายได้ดี หากเรารู้จริง จึงหลงเชื่อและโอนเงินให้วันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผ่านไป 3 วัน คนร้ายได้โทรศัพท์มาบอกว่า ประมาณวันที่ 20 มิ.ย. เงินผลตอบแทนจะโอนเข้าบัญชี และขณะนี้ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 1 ล้านบาท ส่วนตนจะได้เงินเพิ่มมหาศาล หรือ 280 ล้านบาทภายใน 1 เดือน ก็หลงเชื่อ โอนเงินไปอีก 3 แสนบาท รวมของเก่าเป็นเงิน 4 แสนบาท กระทั่งวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้เลย จึงรู้ว่าโดนหลอกเสียแล้ว

"ขอฝากเตือนภัย ถึงพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนมหาศาลและเกินความเป็นจริง ควรตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อนตัดสินใจมิฉะนั้นจะโดนมิจฉาชีพใช้กลโกงหลอกเงินของเราไปอย่างง่ายดาย"

ด้าน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคามผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า กรณีนี้ ผู้ที่ถูกชักชวนบางรายหลงเชื่อ แต่บางรายก็ไม่แน่ใจ เข้าแจ้งความ เนื่องจากติดต่อผู้ต้องหาไม่ได้ ซึ่งพบตระเวนก่อเหตุมากสุดในพื้นที่จ.เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก และพิจิตร ตามลำดับ ล่าสุดมาก่อเหตุในพื้นที่จ.หนองบัวลำภู ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.นากลาง และศาลจังหวัดหนองบัวลำภูได้อนุมัติหมายจับ จนทางตำรวจติดตามสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ กบดานอยู่ในพื้นที่จ.ขอนแก่น เพื่อหลบหนีการจับกุม จนสามารถจับกุมตัวได้ ซึ่งขณะควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล ยังมีเหยื่อที่หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีจำนวนหลายราย รายละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ผู้ต้องหาทั้งสองสารภาพว่าก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558 รวม 2 ปี จึงเชื่อว่ามีเหยื่อหรือประชาชนที่หลงเชื่อร่วมลงทุนจำนวนหลายสิบราย และวงเงินที่คนร้ายร่วมกันฉ้อโกงไปแล้วมีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งต้องมีคนร่วมขบวนการอีก เนื่องจากทรัพย์สินที่ตำรวจตรวจยึดได้ขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาสารภาพว่าเป็นเงินที่ฉ้อโกงมาทั้งสิ้น แต่เงินสดที่ตรวจพบในบัญชีมีไม่มาก เชื่อว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ทาง บก.สส.ภ.4 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่เคยหรือถูกคนร้ายรายนี้ฉ้อโกงและได้รับความเสียหายให้ประสานข้อมูลมาได้ที่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม เบอร์โทร 080-74444646 หรือ ร.ต.ท.หญิง ทัศธนาวดี หิมพรหม เบอร์โทร 081-8724834 ตลอด 24 ชั่วโมง.