วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สามีสาวลูก 4 มอบตัว ตร. ยันไม่คิดขายลูก ทะเลาะเมียบ้างแต่ไม่เคยทำร้าย

สามีสาวลูก 4 ประสานผู้ใหญ่บ้าน พามอบตัวตำรวจเชียงราย ยันไม่คิดเร่ขายลูก ทะเลาะเมียบ้างแต่ไม่เคยทำร้าย ตร.พาตรวจฉี่ พบสีม่วง คุมดำเนินคดี ...

วันที่ 29 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.เทิง จ.เชียงราย เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายนพดล เลิศภูไท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านขุนต้า พาตัวนายต๊อก (นามสมมติ) อายุ 31 ปี สามีของนางนู (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ซึ่งพาลูก 4 คน หนีออกจากบ้าน เนื่องจากอ้างว่า สามีติดยา และนำลูกไปเร่ขาย เข้าพบและให้ถ้อยคำต่อ พ.ต.ท.ทวีชัย จักสาร สว.(สอบสวน) สภ.เทิง

โดย นายต๊อก ให้การว่า เมื่อปี 2554 ได้แต่งงานกับ นางลู ชาว จ.เชียงราย จนมีบุตรด้วยกัน 4 คน จากนั้นได้พากันย้ายไปอยู่กับมารดาของตนที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังจากแม่ตาย จึงย้ายมาที่บ้านขุนต้าได้ประมาณ 4-5 เดือน ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ฐานะยากจน ซึ่งยอมรับว่า มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาบ้างบางครั้ง แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกาย หรือพาลูกสาวไปเร่ขาย เพื่อนำเงินมาซื้อยาเสพติด อย่างที่เป็นข่าว

ล่าสุดภรรยาบอกว่า จะไปหาเงินมาลงทุนทำไร่ และได้ออกจากบ้านพร้อมกับลูกสาวทั้ง 4 คน ทราบว่าไปอยู่กับพี่สาวที่อำเภอเวียงป่าเป้า แต่รับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าจริง เจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจสารเสพติด พบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย จึงนำตัวส่งดำเนินคดี

นายนพดล เผยว่า นายต๊อก สามีของนางนู ได้ติดต่อขอให้ตนพามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง โดยไม่มีท่าทีจะหลบหนีแต่อย่างได ตนจึงได้พามามอบตัว และชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จึงถูกแจ้งข้อหา และจะถูกส่งตัวไปพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดเทิง ก่อนส่งไปรับการบำบัดฟื้นฟูเป็นเวลา 6 เดือน ส่วนคดีหนีทหาร ที่ถูกออกหมายจับ ได้ทราบจากปลัดอำเภอเทิง หลังจากที่พา นายต๊อก ไปสอบประวัติ พบว่าหมายจับในคดีหนีทหารได้หมดอายุความไปแล้ว จึงถูกดำเนินคดีฐานเสพยาเพียงอย่างเดียว

ด้าน น.ส.อณิรา ธินนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ได้รับตัวแม่และเด็กมาอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กเชียงราย อ.แม่จัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ให้ทีมศูนย์ปฏิบัติการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ลงพื้นที่ร่วมกับทีมบ้านพักเด็กและครอบครัว ซึ่งกรณีนี้เป็นประเด็นคาบเกี่ยวระหว่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

เบื้องต้นทางครอบครัวเลือกไปอยู่บ้านพักเด็กเพื่อให้ทางบ้านพักคุ้มครองความปลอดภัย หลักจากนั้นก็จะให้ทางครอบครัวไปแจ้งความ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นให้ครอบครัวกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ให้มีความเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาในการเข้าไปฟื้นฟูและทำข้อตกลงกับครอบครัว แต่เท่าที่พูดคุยทราบว่า ทางผู้หญิงคนนี้รักสามีมาก คงน่าจะใช้เวลาไม่นานในการแก้ปัญหา.