บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียสละ เสี่ยงตาย จำเลยสังคม! ฟังอีกมุม รฟท. แจงโอทีหลักแสน เปิดฐานเงินเดือน

กลายเป็นดราม่าใหญ่โตตั้งแต่ต้นสัปดาห์ สำหรับกรณีการเบิกโอทีของเจ้าหน้าที่รถไฟนายหนึ่ง ที่หลุดแพร่สะพัดบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค จนเรื่องดังกล่าวลุกลามบานปลาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักหน่วง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ การรถไฟขาดทุนสะสมมาตลอด แต่กลับมีผู้เบิกค่าโอทีถึงหลักแสนบาท มากกว่าเงินเดือนที่ได้ประมาณ 60,000 บาท

เรื่องนี้สะเทือนไปถึงเบื้องบน ต้องออกมาชี้แจงกันรายวัน และ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ก็ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง นายอารยะ ปิณฑะดิษ ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยอธิบายว่า เนื่องจาก รฟท. อยู่ระหว่างการเร่งรัดงานซ่อมบำรุงทางให้มีความปลอดภัยในการเดินรถในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการซ่อมบำรุง 1 ครั้ง จะใช้งานได้ 10-20 ปี ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องขอร้องให้ นายสถานีคนดังกล่าวทำงานล่วงเวลาทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งโครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2557 และใกล้จะสิ้นสุดเดือนกรกฎาคมนี้ จึงมีการเร่งรัดงาน และเงินโอทีดังกล่าวก็เป็นเงินที่เบิกในช่วงเดือนพฤษภาคม

นายอารยะ กล่าวต่อว่า การทำงานและเบิกโอทีดังกล่าว ทางบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเพื่อความเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบอะไรมาก เขาจึงให้ทำงานตอนกลางคืน โดยจะมีรถเข้าไปทำงานในพื้นที่ ตามคำสั่งของฝ่ายช่างโยธาเป็นคนแจ้งไปยังฝ่ายเดินรถทราบ เพื่อให้ฝ่ายเดินรถอำนวยความสะดวก ด้วยเหตุนี้จึงมีโทรเลขให้นายสถานีมาทำงานโอที

“คนที่เบิกคือ นายสถานีปัตตานี ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในเขตสถานีทั้งหมด อำนวยความสะดวกในการให้ทางรถไฟเข้ามาในพื้นที่ ตรวจสอบความเรียบร้อยของขบวนรถ เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งผิดกฎจราจรการเดินรถตามประกาศของเรา นอกจากนี้ ยังทำการสับเปลี่ยนรถในเขตสถานีด้วย “บางครั้ง...หากไม่ต้องสับเปลี่ยนรางรถ เขาก็มีเวลาพักผ่อนบ้าง”

ทีมข่าวฯ ถามว่า เพราะเหตุนี้หรือเปล่าถึงมีการเบิกโอทีต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร รฟท. ยอมรับว่า “ใช่” พร้อมกับอธิบายว่า ก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ เช่น หมอ พยาบาล ช่วงไม่มีคนไข้ก็ต้องรอเช่นเดียวกัน ช่วงที่ไม่มีรถไฟเข้ามาเขาก็ต้องรอ หากมีเวลาว่างก็อาจจะหลับพักผ่อนบ้าง

ทั้งนี้ ปกติแล้วตำแหน่ง “นายสถานี” โดยเฉพาะทางใต้ จะมีเพียง 1 คนเท่านั้น เพราะหลังจาก 6 โมงเย็น สถานีจะปิดการเดินรถ ยกเว้นสถานีใหญ่ๆ เช่น สุไหงโก-ลก จะให้มีผู้ช่วยเท่านั้น

เปิดฐานเงินเดือนนายสถานีรถไฟ ระบุ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ เฉลี่ยประมาณ​ 30,000 บาท

นายอารยะ กล่าวต่อว่า ฐานเงินเดือน “นายสถานี” โดยเฉลี่ยทั่วประเทศ จะได้เงินประมาณ 3 หมื่นบาท แต่สำหรับนายสถานีคนนี้ ได้รับเงินเดือนประมาณ 61,000 บาท เพราะเขามีประสบการณ์และอายุมากแล้ว และคุมสถานีสำคัญของปัตตานี ทั้งนี้ การคิดฐานเงินเดือนของ รฟท. ก็เหมือนกับบริษัทอื่นๆ คือ ขึ้นกับอัตราฐานเงินเดือน ซึ่งก็แบ่งตามวุฒิการศึกษา สูงขึ้นตามขั้นบันได และอายุการทำงาน หากทำงานอยู่นาน เงินเดือนก็ขึ้นเป็นไปเรื่อยๆ ไม่ได้แบ่งเรตว่าประจำอยู่ในพื้นที่ภาคไหนจะได้เงินเดือนมากกว่า เพียงแต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีค่าเสี่ยงภัยเข้ามาเหมือนกับอาชีพอื่นๆ เช่น ทหาร ตำรวจ เป็นต้น

การเบิกโอทีในแต่ละปีมากน้อยแค่ไหน ทีมข่าวฯ ยิงคำถาม ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร รฟท. ตอบทันทีว่า เบื้องต้นตนยังไม่มีตัวเลขอยู่ในมือ แต่เท่าที่ทราบคือมีการเบิกกันปกติ แต่ไม่ใช่ตัวเลขในอัตราสูงขนาดนี้ เรียกว่าเป็นการเบิกโอที “ตามกฎหมายแรงงาน” ส่วนตำแหน่งที่เบิกมากที่สุดในสายการเดินรถก็น่าจะเป็น “นายสถานี” ส่วนเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการก็จะมีการเบิกไม่มาก

“การเบิกที่มากที่สุด เท่าที่ผมทราบ ก็คิดว่าเป็นการเบิกครั้งนี้นะ ส่วนครั้งอื่นๆ เท่าที่ทราบคือไม่มีมากเท่าครั้งนี้”

เสียสละ เสี่ยงตาย กลายเป็นจำเลยสังคม

ส่วนตัวรู้สึกยังไงที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “นายสถานีถือเป็นคนที่ทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ ตั้งใจทำงานมากๆ คนหนึ่ง แต่พอมีข่าวแบบนี้ออกมาก็มีเสียใจ เขามีตัดพ้อบ้างว่า เรื่องแบบนี้กลายเป็นจำเลยของสังคม สำหรับในส่วนของการรถไฟนั้น เราอยากจะบอกว่าเราทำตามกฎหมายแรงงาน การทำงาน การเบิกโอทีที่เกิดขึ้นเป็นการตกลงกัน ไม่ใช่ว่าเขาจะเบิกได้เลย แต่เป็นคำสั่งที่ต้องมีการพูดคุยกันก่อน เขาเองต้องเสียสละที่จะทำงานตรงนั้น เราเองก็ไม่มีคนเพียงพอ หากไม่มีคนทำ เราก็ต้องหาใหม่ ซึ่งตำแหน่งตรงนั้นเป็นตำแหน่งที่หาคนได้ยากมาก อีกทั้งเหตุดังกล่าวเป็นเหตุกะทันหัน เราไม่สามารถสั่งคนอื่นให้ลงไปแทนได้

“ความปลอดภัยในการเดินรถต้องมาก่อน เราเองรู้อยู่แล้วว่า เขาต้องมีพักผ่อนบ้างในตัว เราก็ไม่ได้ติดใจในการเบิก 24 ชั่วโมง เพราะเข้าใจ เนื่องจากเขายินดีที่จะเสียสละที่จะทำงานให้ โดยได้ผลตอบแทนกลับไป ที่สำคัญคือ ตรงนั้นมีเขาคนเดียว เราหาคนอื่นลงไปทดแทนไม่ได้ เขาจึงต้องรับหน้าที่ตรงนั้นไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ โครงการปิดโอทีดังกล่าวก็ไม่สามารถเบิกได้แล้ว ก็ถือว่าเป็นการทำงานแบบปกติ”

นายอารยะ กล่าวต่อว่า ปกติแล้วการทำงานของ รฟท. ในพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น เป็นการอาสา หรือคัดเลือกส่งลงไป นายอารยะ กล่าวว่า ถ้าได้อาสาไปทำงาน เรายินดี โดยเฉพาะคนในพื้นที่ที่เป็นที่รู้จัก เราก็จะเลือกคนในพื้นที่ก่อน แต่ไม่ใช่ว่านอนอยู่ที่สถานี หมายถึง คนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนกัน เช่น คนยะลา มาทำงานปัตตานี เป็นต้น

“การทำงานในเวลากลางคืน ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของเราก็มีโดนลอบทำร้ายบ้าง แต่ยังดีที่ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลง หากเทียบกับสมัยก่อน มีคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตริมถนน หรือบนรถไฟ ก็เคยเกิดขึ้น เราต้องรับลูกเขาเข้าทำงานรถไฟ ก็ต้องทำ นอกจากนี้ยังมีเหตุลอบวางระเบิดพนักงานรักษารถ (พรร.) เสียชีวิตมาแล้ว”.