บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉุนขาด! หนุ่มประกัน ถูก จยย.ปาดหน้า ชักปืนขู่คู่กรณีกลางปั๊มแยกหลักสี่

“สืบทุ่งสองห้อง” ตามรวบรองประธานหนุ่มบริษัทประกันภัย โมโหชักปืนขึ้นลำข่มขู่คู่กรณีกลางปั๊มน้ำมันบริเวณแยกหลักสี่ หลังขี่ จยย.ปาดหน้า ขณะเจ้าตัวสารภาพทำจริง แต่เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

เมื่อเวลา 07.50 น. วันนี้ 29 มิ.ย. 60 พ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งจาก ร.ต.ต.เชาวฤทธิ์ ไวยจินดา รอง สว.จร.กก.2 (ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ) ให้ร่วมตรวจค้นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งสีดำ ภายหลังใช้อาวุธปืนข่มขู่ นายนุ เพ็ชรกลับ อายุ 24 ปี บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้แยกหลักสี่ หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบริเวณปั๊มไม่พบรถเก๋งคันดังกล่าว โดย นายนุ ผู้เสียหายได้แจ้งว่ารถคันดังกล่าวขับออกจากปั๊มไปแล้ว แต่ด้วยสภาพการจราจรในช่วงเช้าทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก ซึ่งผู้เสียหายจำรถและคนขับได้ จึงพาเจ้าหน้าที่เดินหารถคันดังกล่าว จนพบรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน รุ่นเทียน่า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 4กพ 1031 กรุงเทพมหานคร จอดเตรียมจะเลี้ยวเข้าถนนรามอินทรา ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการสกัดจับกุมไว้ได้

จากการตรวจสอบพบ นายกิตติกร พลโภชน์ อายุ 31 ปี รองประธาน สายงานฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง เป็นผู้ขับขี่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าวพบอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. มีกระสุนคาอยู่ในลำกล้องจำนวน 1 นัด พร้อมยิง แต่ไม่พบแม็กกาซีน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืนมาทำการสอบสวนต่อที่ สน.ทุ่งสองห้อง

นายนุ เปิดเผยว่า ตนเป็นคนงานรับถมที่ย่านพระรามเก้า โดยก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนวิภาวดีด้านขาเข้า โดยมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งยอมรับว่าได้ขับขี่ซ้ายทีขวาทีตามประสาคนขับรถจักรยายนต์ ที่จะต้องลัดเลาะเพื่อความรวดเร็ว เมื่อมาถึงปั๊ม ปตท.ใกล้แยกหลักสี่ ตนได้เลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน และขณะกำลังเติมน้ำมันอยู่นั้นได้มีรถเก๋งสีดำ มาจอดต่อท้ายรถก่อนคนขับจะตะโกนด่าทอตนว่า “ขับรถปาดหน้าเขาทำไม” ตนจึงเดินเข้าไปหาเพื่อจะสอบถามว่าตนไปปาดหน้ารถเมื่อไหร่ เมื่อเดินมาถึงด้านประตูคนขับรถคันดังกล่าว สังเกตเห็นคนขับเอื้อมมือไปหยิบปืน ออกมาจากซองปืนที่วางอยู่บริเวณเบรกมือ พร้อมกับสไลด์ลำกล้องแล้วจ่อมาที่ตน แต่ไม่ได้ยื่นออกมาจากตัวรถ ตนจึงวิ่งหลบไปหน้ารถพร้อมตะโกนว่า “มีปืนแล้วทำไม เก่งจริงออกมาจากรถซิ” ซึ่งขณะนั้นตนคิดว่าเขาคงไม่กล้ายิง เพราะในปั๊มมีคนพลุกพล่าน เมื่อเริ่มมีคนหันมามองคนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องหลบหนีออกไปจากปั๊ม ตนจึงรีบแจ้งตำรวจจราจรที่อยู่แถวนั้นให้ช่วยตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวน นายกิตติกร ให้การรับสารภาพว่าได้เอาปืนออกมาและขึ้นลำไว้จริง แต่มีกระสุนเพียงลูกเดียวที่คาอยู่ในลำกล้องเท่านั้น ส่วนแม็กกาซีนตนเก็บไว้ที่บ้านพัก โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังจะขับรถไปทำงาน เมื่อมาถึงช่วงปั๊ม ปตท. ได้มีรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีขับปาดหน้ารถของตนไปมาถึง 2 ครั้ง ทำให้ตนโมโห ก่อนขับตามไปในปั๊ม โดยจอดรถต่อด้านท้ายรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้ลงไป และได้ตะโกนถามไปว่าขับรถแบบนี้ได้ยังไง ขับปาดหน้ารถทำไม จนมีปากเสียงกันยกใหญ่สักพักคนขับรถจักรยานยนต์ได้ถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินมาหาตน ด้วยความกลัวเขาจะเข้ามาทำร้าย จึงหยิบปืนที่อยู่ในรถมาเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายกิตติกร มาดูการตรวจค้นรถยนต์อีกครั้ง ซึ่งนายกิตติกรยังยืนยันว่าไม่มีแม็กกาซีน ผลการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่พบแม็กกาซีนพร้อมกระสุนอีกจำนวน 6 นัด ซ่อนอยู่บริเวณช่องใส่แว่นเหนือกระจกมองหลัง เจ้าหน้าที่จึงนำชี้ พร้อมทำบันทึกตรวจยึด และจากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืน และรถยนต์ไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.