บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลี่ก.ม.ต่างด้าวใหม่ เกษตร-ประมงอ่วม แรงงานขาด นายจ้างทุนน้อยต้องทำใจ

หลังจากมีการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560  เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยได้รวมกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และ พ.ร.ก.การนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ.2559

ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวทั้งระบบ ให้สามารถแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว และเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ที่ถูกต่างชาติมองว่าไทยยังหละหลวม โดยมีกฎข้อบังคับสำคัญๆ ดังนี้

1. นายจ้างรับคนต่างด้าวทํางาน ที่ห้ามคนต่างด้าวทํา
2. รับคนต่างด้าว ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน
3. รับคนต่างด้าว ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างที่พาไปขึ้นทะเบียน เข้าทํางาน ยกตัวอย่างเช่น นายเอก แรงงานต่างด้าวจากกัมพูชา มีใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างเอ แต่ปรากฏว่านายเอก กลับไปทำงานให้นายจ้างบี

เหล่านี้ มีโทษปรับตั้งแต่ 400,000 - 800,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน ยกตัวอย่างเช่น หากนายจ้างมีแรงงานผิดกฎหมาย 10 คน ค่าปรับก็จะอยู่ 4,000,000 - 8,000,000 บาท

ทั้งนี้ นาย อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การกำหนดอัตราโทษสูง ไม่ใช่รัฐต้องการค่าปรับหรือไม่ต้องการให้ใช้แรงงานต่างด้าว แต่ต้องการบังคับใช้กฎหมายให้นายจ้างปฏิบัติอย่างถูกต้อง

"ขอยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดจดทะเบียนรอบใหม่ จะให้นำเข้ามาตามระบบเอ็มโอยูเท่านั้น ซึ่งเดิมการขอโควตากับกรมการจัดหางานใช้เวลา 18 วัน ได้ปรับลดลงเหลือ 5 วันเท่านั้น และมีขั้นตอนนำเข้าจากประเทศต้นทางใน 2 เดือน ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามีนำเข้ามา 1.5 แสนคน อยู่ระหว่างขั้นตอนนำเข้าอีก 1.6 แสนคน หรือหากจะใช้แรงงานไทยก็สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์สมาร์ทจ๊อบ ถ้าทำถูกกฎหมายก็ไม่ต้องกลัวเสียค่าปรับ"

ภาคเกษตรวุ่น ฟันธงนายจ้างยอมติดคุกแทนค่าปรับ 

พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เผยว่าหลังกฎหมายแรงงานฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ทำให้มีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ทยอยมาแสดงตัว และยอมให้เจ้าหน้าที่ ตม.ในแต่ละจังหวัด พากลับประเทศ

ทั้งนี้ ตม.สระแก้ว ได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานในพื้นที่ออกทำการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างที่จ้างแรงงานกัมพูชาได้รับรู้ถึงโทษที่จะได้รับเพื่อไม่ให้กระทำความผิด พร้อมทั้งประสานไปยัง ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา เร่งประชาสัมพันธ์ให้แรงงานชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ต้องรีบทำพาสปอร์ตแรงงานเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุมดำเนินคดีได้

"แรงงานภาคเกษตรที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ชายแดน สระแก้ว ต้องมีบอเดอร์พาส หรือหนังสือเดินทางท้องถิ่นกัมพูชา ที่สามารถเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ได้เป็นเวลา 30 วัน"

ทางด้าน นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า กฎหมายแรงงานฉบับใหม่นี้ถือว่าแรง และมีผลกระทบต่อชาวบ้านตามแนวชายแดนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต่อไปภาคการเกษตร เพราะขาดแคลนแรงงาน โดยแรงงานกัมพูชาตามชายแดน ส่วนใหญ่ยากจนไม่มีเงินไปทำพาสปอร์ตที่มีราคาสูงเล่มละเกือบ 10,000 บาท

นายณรงค์ชัย ทันบุตรกา กำนันตำบลท่าข้าม อ.อรัญประเทศ กล่าวว่า ชาวสระแก้ว ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนทำไร่ และทำนา ที่สำคัญคือต้องจ้างแรงงานกัมพูชา ซึ่งแรงงานเหล่านี้ มาทำงานรับจ้างแบบเช้ามา-เย็นกลับ เพราะชาวบ้านไม่มีเงินไปจ้างแรงงานเขมรเป็นเดือน ซึ่งกฎหมายใหม่ต้องจ้างแรงงานเขมรที่มีพาสปอร์ต หรือบอเดอร์พาสแรงงาน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

"นายจ้างไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร ไม่มีปัญญาจะทำพาสปอร์ตให้แรงงานเขมรได้แน่ ทุกวันนี้พยายามที่จะลดต้นทุนไม่ใช่เพิ่มต้นทุน และยิ่งบอกว่าผู้จ้างจะมีโทษปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท เชื่อว่าจะมีชาวนาชาวสวนติดคุกแทนค่าปรับจำนวนมากเพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับ"

ภาคประมงอ่วม ขาดแรงงานร่วมพัน

นายบุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงา กล่าวว่า ผู้ประกอบการประมงส่วนใหญ่ หวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ประมง บ้านอยู่อาศัย และร้านค้า ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนมานานแล้ว และถ้านำแรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนให้หมดให้ถูกต้องแล้วค่อยนำกฎหมายมาบังคับใช้ให้ถูกต้องน่าจะดีกว่า เพื่อลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานชาวประมงยังขาดแรงงานประมาณกว่า 1,000 คน ซึ่งตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนอย่างมากในการต้องเสียค่าปรับ

"ทำไมรัฐบาลไม่ทำให้ถูกต้องให้มีการมาขึ้นทะเบียนแรงงานก่อนที่จะประกาศใช้กฎหมาย นำแรงงานที่ไม่มีบัตรให้มาขึ้นทะเบียนซึ่งยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก และเราก็ยังสามารถควบคุมแรงงานพวกนี้ได้อีกด้วย จึงอยากจะเสนอแนะไปทางรัฐบาล สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานด้านการประมงตอนนี้ มีจำนวนกว่าหนึ่งพันคน อยากให้รัฐบาลเปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่เพื่อให้ผู้ประกอบการจะได้ทำงานกันอย่างสบายใจ"

นายบุญชู กล่าวอีกว่า การออกกฎหมายของกรมเจ้าท่า ฉบับที่ 17 มีผลกระทบอย่างมากกับท่าเรือ ท่าเทียบเรือ กระชังปลา ได้รับผลกระทบหมดทั่วประเทศ แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกฯ ที่มีการนำ ม.44 มาผ่อนผันให้ทางผู้ประกอบการได้มีเวลาออกไปอีก 60 วัน และ 180 วัน

"ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่นำ ม.44 มาบังคับใช้ทำให้ผู้ประกอบการ ชาวประมง ชาวบ้านต่างๆ ที่มีความเดือดร้อนทั่วประเทศได้ลืมตาอ้าปากได้ และทุกคนก็พร้อมไม่ว่าจะเป็นแพปลา ท่าเทียบเรือ ที่มีการรุกล้ำน่านน้ำให้มีการเช่าตารางเมตรละ 5 บาททุกคนพร้อมที่จะจ่าย และผมเองก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมายหากรัฐบาลเปิดช่องให้พวกเราพี่น้องจังหวัดพังงาก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามทุกอย่าง"