วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เกาะเต่ายันผลนิติเวช สาวเบลเยียม ผูกคอตาย ไม่พบกระเป๋าโผล่ที่ชุมพร

ตร.เกาะเต่า ยันผลนิติเวช สาวเบลเยียม ผูกคอตาย หลังไฟไหม้บังกะโล โดยไม่มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ หรือถูกห่อด้วยเสื้อเชิ้ต ตามที่ปรากฏในสื่อบางแห่ง ตรวจสอบไม่พบกระเป๋าโผล่ที่ชุมพร...

จากกรณีสื่อออนไลน์ นำเสนอข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียม ซึ่งเสียชีวิตบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นดังกล่าวไปยัง พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ. สภ.ย่อยเกาะเต่า ทราบว่า เหตุนักท่องเที่ยวหญิงชาวเบลเยียมชื่อ น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน อายุ 30 ปี เสียชีวิตบนเกาะเต่าจริง ซึ่งตำรวจรับแจ้งเหตุพบศพเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสภาพพบว่าผู้ตายผูกคอตัวเองด้วยเชือกติดกับต้นไม้ ไม่มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ หรือถูกห่อด้วยเสื้อเชิ้ต เหมือนที่ปรากฏออกมาทางสื่อออนไลน์ โดยศพที่พบ มีสภาพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตในช่วงประมาณวันที่ 23-24 เม.ย.

พ.ต.ท.โชคชัย กล่าวต่อว่า ต่อมาทางพนักงานสอบสวนนำศพส่งไปยังสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุ ซึ่งทางสถาบันนิติเวชก็ยืนยันตรงกันว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ ทางตำรวจได้ประสานไปยังสถานทูตเบลเยียม เรื่องการเสียชีวิต รวมทั้งประสานไปยังมารดาของผู้ตาย ก่อนจะทำพิธีฌาปนกิจศพโดยอยู่ในการดูแลของสถานทูตเบลเยียม ซึ่งมารดาของผู้ตายเองก็เดินทางมารับข้าวของเครื่องใช้ที่เหลืออยู่ของผู้ตายที่เกาะเต่าด้วย อย่างไรก็ตามทางตำรวจได้เชิญพนักงานของบังกะโลดังกล่าวมาให้ปากคำอีกครั้ง เพื่อคลี่คลายประเด็นที่หลายคนยังสงสัย

ทั้งนี้ ก่อนวันพบศพ ตำรวจรับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บังกะโลที่ น.ส.เอลิส เช่าพักอาศัยอยู่ที่เกาะเต่า บริเวณอ่าวแม่หาด หมู่ 3 ต.เกาะเต่า โดยสภาพบังกะโลที่ น.ส.เอลิส เช่าพักเป็นบังกะโลไม้ไผ่ หลังคามุงจาก แยกเป็นหลัง หลังที่เกิดไฟไหม้เป็นหลังที่ น.ส.เอลิส เช่าพัก โดยช่วงเกิดเหตุ มีนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงต่างวิ่งหนีกันออกมา โดยมีผู้พบเห็น น.ส.เอลิส วิ่งหนีออกมาด้วย หลังจากนั้นก็หายตัวไป กระทั่งมาพบเป็นศพบริเวณอ่าวโตนด ซึ่งอยู่อีกฝั่งของเกาะ ตำรวจได้นำภาพประกาศหาว่าเป็นใคร จนเจ้าของบังกะโลดังกล่าวยืนยันว่าผู้ตายเป็นคนเดียวกับที่เข้าพักห้องที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเหตุเพลิงไหม้ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟจากเทียน หรือตะเกียงที่ผู้ตายใช้ในห้องพัก ทางเจ้าของบังกะโลที่พักไม่ได้ติดใจเอาความ ทางตำรวจจึงไม่ได้ประสานให้ทาง สพฐ.มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ในส่วนของประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายเตรียมเดินทางกลับ กทม.ในวันที่ 24 เม.ย. โดยจองตั๋วเรือเพื่อเดินทางไปยัง จ.ชุมพร ซึ่งทางเว็บไซต์สื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง ระบุว่า กระเป๋าเดินทางของผู้ตายไปโผล่อยู่ที่ จ.ชุมพร ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.ย่อยเกาะเต่า ตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า ยังไม่มีผู้ยืนยันว่าพบเห็นกระเป๋าเดินทางของผู้ตายจริงตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ตำรวจเข้าตรวจสอบใบรับฝากของจากบริษัทเรือ ก็ไม่พบหลักฐานการฝากสิ่งของในช่วงเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด.