วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหรัฐฯคงอันดับค้ามนุษย์ไทย

ก็ช็อกธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศ เมื่อ กระทรวงแรงงาน ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยมีผลทันที ลงโทษปรับสูงสุด 4—8 แสนบาทต่อลูกจ้างต่างด้าว 1 คน แบบไม่ให้เจ้าของธุรกิจตั้งตัว เพื่อเอาใจสหรัฐฯ หวังให้ประเทศไทยหลุดจาก “เทียร์ 2 วอตช์ลิสต์” ใน รายงานการค้ามนุษย์ หรือ TIP Report 2017 เป็นการลงโทษที่รุนแรงมาก

ผมไม่รู้ว่า รัฐบาลทำแบบนี้ฉลาดหรือไม่ เพราะทำไปแล้ว

รัฐบาลก็รู้ดี ธุรกิจเอสเอ็มอีไทย 2.8 ล้านราย กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ รัฐบาลต้องอัดฉีดเงินหลายหมื่นล้านบาทลงไปช่วย แต่ก็ยังไม่ฟื้น กำลังซื้อไม่มี ดีมานด์ไม่เกิด เศรษฐกิจระดับล่างแย่ พืชผลการเกษตรราคาตกตํ่า แต่รัฐบาลก็ยัง “ลงดาบสอง” ทำร้ายเอสเอ็มอีได้ลงคอ หวังให้ประเทศไทยพ้นจากข้อกล่าวหาสหรัฐฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า รายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ แม้เป็นเรื่องดี แต่ก็มี “การเมืองแอบแฝง” อย่างที่เห็น

รัฐบาลเร่งออกเป็น “พระราชกำหนด” ในวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน ก่อนสหรัฐประกาศผลสองวัน ลงโทษธุรกิจไทยที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่มีผลกลายเป็นการ “เสียค่าโง่” แถมยัง ทำร้ายธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่อ่อนแอมากมาย

วันที่ 27 มิถุนายน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พร้อมด้วย นางอีวานกา ทรัมป์ ลูกสาว ประธานาธิบดีทรัมป์ ในตำแหน่ง “ผู้ช่วยประธานาธิบดีสหรัฐฯ” ออกมาแถลง รายงานการค้ามนุษย์ 2017 เชือดไทยอย่างนิ่มๆ ให้อยู่ในระดับ “เทียร์ 2 บัญชีที่ต้องเฝ้าจับตา” Tier 2 Watch List เหมือนปี 2559 โดยระบุว่า “ไทยยังไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานตํ่าสุดในการกำจัดการค้ามนุษย์” ซึ่งในปี 2559 สหรัฐฯปลดไทยจาก เทียร์ 3 ขึ้นมาอยู่ใน เทียร์ 2 บัญชีที่ต้องเฝ้าจับตา

คุณเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ให้ความเห็นว่า การที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันที ไม่ให้เวลาเอสเอ็มอีปรับตัว ย่อมส่งผลให้เอสเอ็มอีลำบากมากขึ้น การออกกฎหมายลักษณะนี้ ไม่ได้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่เป็นการซํ้าเติม เอสเอ็มอีที่กำลังแย่อยู่แล้ว จะล้มหรือเลิกกิจการกันมากขึ้น

อาจารย์แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เชี่ยวชาญแรงงานให้ความเห็นว่า กฎหมายแบบนี้ในอนาคตต้องทำอยู่แล้ว แต่ออกมาแบบกะทันหัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ 1.ธุรกิจพัง 2. เกิดการฉ้อฉลของนักธุรกิจกับระบบราชการเพื่อรักษาแรงงานเอาไว้ นี่คือ “ผลเสีย” ที่กำลังตามมา

ในรายงานฉบับเดียวกัน สหรัฐฯได้ปรับลดจีนจากเทียร์ 2 เฝ้าระวัง ลงไปสู่เทียร์ 3 เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯคว่ำบาตรจีนได้ในอนาคต ด้วยเหตุผลว่า “จีนจ้างแรงงานเกาหลีเหนือ” (ที่เป็นศัตรูกับสหรัฐฯ) แต่กลับถอนชื่อ “เมียนมา” และ “อิรัก” พันธมิตรใหม่ของสหรัฐฯออกจากบัญชี ประเทศที่ใช้ทหารเด็ก

ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศชัดๆ ไม่อ้อมค้อม

ผมเคยเขียนในคอลัมน์นี้หลายครั้งว่า กระทรวงต่างประเทศ มีบทบาทอย่างมากในการ สร้างสัมพันธ์ และ สร้างบารมีให้ประเทศ ใน เวทีการเมืองระหว่างประเทศ รัฐบาลไหน รัฐมนตรีต่างประเทศไม่มีบารมี จะส่งผลให้ การทูตไทยอ่อนแอ ไม่มีอำนาจต่อรอง ไม่สามารถต่อรองกับใครได้ ทำให้ประเทศไทยถูกต่างชาติรังแก เช่นที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมกล้าเขียนเช่นนี้ เพราะผมเคยทำข่าวในกระทรวงต่างประเทศมานาน เคยติดตามการเจรจาการทูตของนายกรัฐมนตรีไทยถึงในทำเนียบขาวมาแล้ว

สหรัฐฯแบ่งการค้ามนุษย์ออกเป็น 4 ระดับ คือ เทียร์ 1 ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในกฎหมายปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ได้ครบถ้วน เทียร์ 2 มีความพยายามแต่ยังไม่ครบ

“เทียร์ 2 บัญชีที่ต้องเฝ้าจับตา” ที่ไทยติดอยู่ หมายถึง ประเทศที่มีการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น ล้มเหลวในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ในปีที่ผ่านมา และ เทียร์ 3 หมายถึง การปฏิบัติไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำ และไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลควรลงโทษเอสเอ็มอีหรือลงโทษรัฐบาล?

“ลม เปลี่ยนทิศ”