วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลังงานเพื่อลูกหลาน

สมัยนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับสากลโลก ถ้าจะบริโภคพลังงาน แล้วคุยแต่เรื่องน้ำมันกับก๊าซ & ถ่านหินน่ะ...

น่าจะเริ่มเชยๆ แล้วนะ เพราะบรรพบุรุษรุ่นนี้กำลังช่วยลูกหลานในอนาคตใช้พลังงานทางเลือกกันมากขึ้น พิสูจน์ได้จาก สมาคมธุรกิจพลังงานลมอเมริกัน บอกว่า เมื่อปีกลาย มีการเซ็นสัญญาซื้อขายพลังงานสีเขียวเกือบ 40% เพิ่มจากเมื่อปี 2556 ที่มีเพียง 5%

แล้วยังมีตลาดผู้บริโภคพลังงานแสง อาทิตย์อีก 10% จาก 2 ปีก่อนที่ไม่มีเลย เหตุผลหลักใหญ่ๆ ก็คือ บิลจ่ายค่าไฟลดลง เพราะต้นทุนพลังงานแดดและพลังงานลมถูกลง (ต้นทุนพลังลมลดฮวบ 66% นับแต่ปี 2552 ต้นทุนติดตั้งแผงโซลาร์ถูกลง 70% นับแต่ปี 2553) ทั้งจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น มีการผลิตกังหันลมและแผงโซลาร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดภาษีและเงินลดหย่อนต่างๆ

ค่ายรถยนต์จีเอ็ม จึงเป็นหนึ่งในผู้ซื้อพลังงานทดแทนรายใหญ่สุดของประเทศ หลังพบว่าช่วยลดต้นทุนรายจ่ายทั่วโลกปีละ 5 ล้านเหรียญ และมั่นหมายไว้แล้วว่าจะทำให้ได้100% ในอีก 33 ปีข้างหน้า

จากข้อมูล สถาบันกองทุนเอดิสันเพื่อนวัตกรรมด้านไฟฟ้า เผยว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชนที่วางนโยบายไม่เอี่ยวกับการเมืองสหรัฐฯ ของรัฐบาลชุดนี้ที่ขอบายข้อตกลงกรุงปารีส ทำสัญญาผลิตไฟฟ้าพลังงานทางเลือกใช้ราว 7 กิกะวัตต์ เทียบเท่าพลังงานที่ป้อนให้ตามบ้านเรือนกว่า 1 ล้านหลัง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60 กิกะวัตต์อีกเพียง 8 ปีข้างหน้า

เฉพาะปีนี้มีอีกหลายบริษัทใหญ่ๆ เช่น โฮม ดีโป อินซ์, ที-โมบาย ยูเอส อินซ์, โกลแมน แซคส์ และเจนเนรัล มิลส์ ก็ประกาศจะเป็นลูกค้าซื้อใช้ด้วย

แต่สุดท้ายก็คงต้องไปงัดข้อกับจีนและอินเดีย ขนาด มร.เบนจามิน สปอร์ตัน ซีอีโอ สมาคมเหมืองถ่านหินโลก ซึ่งยอมรับว่าตลาดถ่านหินระยะหลังนี่เริ่มหนืด แต่โดยรวมสัดส่วนยังปึ้ก โดยเฉพาะมีลูกค้าสองประเทศยักษ์นี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพลังงาน ก็ทับซ้ำว่า

พวกเราไม่ได้กำลังพูดถึงอวสานถ่าน หินพรุ่งนี้ หรือหมดยุคถ่านหินใน10ปีหน้า แต่เรากำลังพูดถึงการเปลี่ยนผ่านอีกราว 40 ปีโน่น”.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

29 มิ.ย. 2560 09:05 ไทยรัฐ