วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลังงานเพื่อลูกหลาน

สมัยนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับสากลโลก ถ้าจะบริโภคพลังงาน แล้วคุยแต่เรื่องน้ำมันกับก๊าซ & ถ่านหินน่ะ...

น่าจะเริ่มเชยๆ แล้วนะ เพราะบรรพบุรุษรุ่นนี้กำลังช่วยลูกหลานในอนาคตใช้พลังงานทางเลือกกันมากขึ้น พิสูจน์ได้จาก สมาคมธุรกิจพลังงานลมอเมริกัน บอกว่า เมื่อปีกลาย มีการเซ็นสัญญาซื้อขายพลังงานสีเขียวเกือบ 40% เพิ่มจากเมื่อปี 2556 ที่มีเพียง 5%

แล้วยังมีตลาดผู้บริโภคพลังงานแสง อาทิตย์อีก 10% จาก 2 ปีก่อนที่ไม่มีเลย เหตุผลหลักใหญ่ๆ ก็คือ บิลจ่ายค่าไฟลดลง เพราะต้นทุนพลังงานแดดและพลังงานลมถูกลง (ต้นทุนพลังลมลดฮวบ 66% นับแต่ปี 2552 ต้นทุนติดตั้งแผงโซลาร์ถูกลง 70% นับแต่ปี 2553) ทั้งจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น มีการผลิตกังหันลมและแผงโซลาร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการลดภาษีและเงินลดหย่อนต่างๆ

ค่ายรถยนต์จีเอ็ม จึงเป็นหนึ่งในผู้ซื้อพลังงานทดแทนรายใหญ่สุดของประเทศ หลังพบว่าช่วยลดต้นทุนรายจ่ายทั่วโลกปีละ 5 ล้านเหรียญ และมั่นหมายไว้แล้วว่าจะทำให้ได้100% ในอีก 33 ปีข้างหน้า

จากข้อมูล สถาบันกองทุนเอดิสันเพื่อนวัตกรรมด้านไฟฟ้า เผยว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเอกชนที่วางนโยบายไม่เอี่ยวกับการเมืองสหรัฐฯ ของรัฐบาลชุดนี้ที่ขอบายข้อตกลงกรุงปารีส ทำสัญญาผลิตไฟฟ้าพลังงานทางเลือกใช้ราว 7 กิกะวัตต์ เทียบเท่าพลังงานที่ป้อนให้ตามบ้านเรือนกว่า 1 ล้านหลัง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60 กิกะวัตต์อีกเพียง 8 ปีข้างหน้า

เฉพาะปีนี้มีอีกหลายบริษัทใหญ่ๆ เช่น โฮม ดีโป อินซ์, ที-โมบาย ยูเอส อินซ์, โกลแมน แซคส์ และเจนเนรัล มิลส์ ก็ประกาศจะเป็นลูกค้าซื้อใช้ด้วย

แต่สุดท้ายก็คงต้องไปงัดข้อกับจีนและอินเดีย ขนาด มร.เบนจามิน สปอร์ตัน ซีอีโอ สมาคมเหมืองถ่านหินโลก ซึ่งยอมรับว่าตลาดถ่านหินระยะหลังนี่เริ่มหนืด แต่โดยรวมสัดส่วนยังปึ้ก โดยเฉพาะมีลูกค้าสองประเทศยักษ์นี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพลังงาน ก็ทับซ้ำว่า

พวกเราไม่ได้กำลังพูดถึงอวสานถ่าน หินพรุ่งนี้ หรือหมดยุคถ่านหินใน10ปีหน้า แต่เรากำลังพูดถึงการเปลี่ยนผ่านอีกราว 40 ปีโน่น”.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ