วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยตั้งพรรคพันธมิตรทหาร

สปท.สมพงษ์แบไต๋เล่น ‘นิพิฏฐ์’ ชี้โรดแม็ปเลื่อน จี้ ‘บิ๊กตู่’ เปิดตัวชัดได้แล้ว

“นิพิฏฐ์” ท้า “บิ๊กตู่” พูดให้ชัดตั้ง-ไม่ตั้งพรรคทหาร ลบครหาเอาเปรียบทางการเมือง เย้ยลิเก กรธ.-สนช.งัดข้อร่างกฎหมายลูกรับแผนยื้อเลือกตั้ง “เทพไท” ซัดเปรี้ยงคำพูด “ประยุทธ์” ส่งซิกต่อท่ออำนาจสปท.ทยอยทิ้งเก้าอี้เพิ่มอีก 3 ราย “สมพงษ์” แย้มจับมือ “บิ๊กเยิ้ม” ตั้งก๊วนชวน 2 พรรคเล็กผนึกกำลังเป็นพันธมิตรพรรคท็อปบูต “ธวัชชัย” ชิ่งปัดข่าวทันควัน อ้างไม่อยากเล่นการเมือง “นายกฯตู่” ทำบุญ 85 ปีสำนักนายกฯ ท่องคาถาปลุกสร้างประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ประธาน กรธ.โบ้ยวางยา กกต. คุมไพรมารีโหวต ไฟเขียวศาล รธน.ทำมาตรฐานจริยธรรมจ่อมัดคอ ส.ส.-ส.ว.-ครม. “สมชัย” ฉะ กรธ.สองมาตรฐาน อ้างเหตุผลฟั่นเฟือนอุ้ม กสม. “มีชัย” เคลียร์จบ กสม.เป็นองค์กรอิสระ หมดสิทธิหวนคืนสังเวียน

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ระบุสถานการณ์จะเป็นตัวชี้ชัดอนาคตทางการเมือง แม้จะมีผลโพลบางสำนักระบุให้ตั้งพรรคการเมืองมาสนับสนุนงานของรัฐบาล คสช. ขณะที่ฝ่ายการเมืองท้าทายให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศออกมาให้ชัดว่าจะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ เพื่อลบครหาการเอาเปรียบทางการเมือง

“บิ๊กตู่” ทำบุญ 85 ปี สำนักนายกฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรีครบรอบปีที่ 85 ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายตาลปัตร เครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 9 รูป นำโดยสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มีข้าราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ระหว่างพิธีสมเด็จพระวันรัต กล่าวให้พรแก่นายกฯ ครม.ข้าราชการตอนหนึ่งว่า การได้รับน้ำพระพุทธมนต์มนต์ไปไม่ใช่ว่าจะได้ความศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงน้ำมีคุณลักษณะพิเศษมาจากที่ไหนก็ตาม เมื่อมารวมกันอยู่ในที่เดียวกันจะไม่สามารถแยกได้ว่ามาจากที่ใด เป็นคติเตือนใจเรื่องความสามัคคี ทำอะไรขอให้ร่วมมือกัน ความสำเร็จจะเกิดขึ้นนั่นก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ปลุกสร้าง ปชต.มีธรรมาภิบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ในปีที่ 85 ขอให้เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ของประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ขอให้ทุกคนช่วยกันแนะนำคนไทยให้หันหน้าพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล รัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ แม้จะถูกบิดเบือนมีคนไม่พอใจจะอดทนและพยายามต่อไป สมเด็จพระวันรัตให้พรแนะนำ ให้เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นมาคิดในการทำงาน ที่ผ่านมาตนรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์มาคิดและหาวิธีการอาจจะไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ใช่เลวร้อยเปอร์เซ็นต์ การเป็นข้าราชการที่ดีนอกจากมีศีล สมาธิ ปัญญาแล้วต้องยึดหลักหิริโอตัปปะ คือการละอายและเกรงกลัวต่อบาป ขออวยพรให้ทุกคนที่ทำงาน อยู่รอดปลอดภัยไม่มีคดีความติดตัวเหมือนตนที่กำลังจะโดน มีมากมาย แต่สู้ได้สบายมาก นอกจากเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกฯปีที่ 85 แล้ว ยังเป็น 85 ปีของประชาธิปไตยไทย ถึงแม้จะมีคนอย่างตนเข้ามาบ้าง แต่ยังเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ลุ่มๆดอนๆมาตลอด อยากให้วันที่ 24 มิ.ย.วันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตยเป็นการเริ่มต้นประชาธิปไตยที่เป็นธรรมาภิบาลได้หรือไม่ ต้องสร้างกันตั้งแต่วันนี้ ให้เป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลจากการเลือกตั้งครั้งต่อไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยที่จะนำไปสู่การมีธรรมาภิบาลจริงๆ สื่อต้องช่วยด้วย

“นิพิฏฐ์” ท้าชี้ชัดๆตั้ง-ไม่ตั้งพรรค คสช.

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุให้สถานการณ์เป็นตัวชี้ชัดว่าควรทำอย่างไรในอนาคต หลังผลโพลสนุบสนุนให้ตั้งพรรคการเมืองว่า เป็นสิทธิของนายกฯ หากมีประชาชนสนับสนุนก็ตั้งพรรคได้ เมื่อถามว่า นายกฯ ควรประกาศให้ชัดเลยหรือไม่ว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งพรรค นายนิพิฏฐ์ ตอบว่า “ผมพูดไปนานแล้วว่าให้ประกาศ ถ้าไม่ชัดหลายคนจะมองว่าเป็นการเอาเปรียบทางการเมืองหรือไม่ บางเรื่องหลายฝ่ายมองว่าที่นายกฯทำเป็นการเมืองหรือไม่ เอาเปรียบกันหรือเปล่า เพราะบางเรื่องไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน มันมีเนื้อหาไปในทางการเมือง เช่น การตั้งคำถาม 4 ข้อเป็นการใช้เครื่องมือของรัฐเอาเปรียบหรือไม่ ขอให้พูดให้ชัดเจนจะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย คนที่สนับสนุนท่านจะได้เฮไปสนับสนุนท่าน”

ฉะปาหี่ ก.ม.ลูกดับฝัน ลต.ตามโรดแม็ป

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าการเลือกตั้งตามโรดแม็ปจะเกิดขึ้นปลายปี 61 นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า “ถ้าให้ผมฟันธง เลิกคิดได้เลย เพราะเห็นได้จากความขัดแย้งของ กรธ.และ สนช.ในการตั้งกรรมาธิการร่วมทำกฎหมายลูก ดูแล้วมันเป็นละคร เหมือนลิเกมาแสดงเอาดาบไม้มาเสียบรักแร้กัน ไม่ได้แทงกันจริง ดังนั้น ดูแล้วการเลือกตั้งยังอยู่อีกไกล หากจะยืดเวลาเลือกตั้งออกไปมีทางเดียวคือคว่ำกฎหมายลูก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนตรงนี้ไว้ สุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่นายกฯ” นายนิพิฏฐ์กล่าว

“เทพไท” ฟันธง หน.คสช.ตั้งพรรค

นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุถึงอนาคตว่าจะตั้งพรรคการเมืองหรือไม่อย่างไร อยู่ที่ประชาชนว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดเช่นนี้เป็นคำพูดของนักการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างจากคำพูดเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ผ่านมา 3 ปีเศษ พล.อ.ประยุทธ์มีพัฒนา การทางการเมืองเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนถึงวันนี้ถือว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว การโยนหินเพื่อถามทาง กรณีการจัดตั้งพรรคการเมืองแสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความต้องการที่จะเป็นนายกฯต่อในสมัยที่สอง เพราะอำนาจมันหอมหวล ถ้าไม่มีความต้องการจะสืบทอดอำนาจต่อไปคงจะไม่พูดในลักษณะเช่นนี้ เมื่อเปรียบเทียบเหมือนคนธรรมดาที่โกนหัวห่มผ้าเหลืองก็เรียกว่าเป็นพระสงฆ์ พล.อ.ประยุทธ์ก็เช่นเดียวกันเมื่อรับตำแหน่งเป็นนายกฯก็ถือว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง จึงฟันธงว่า พล.อ.ประยุทธ์ตั้งพรรคการเมืองแน่นอน

ขย่มโพลเชลียร์ทำหลงอำนาจ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ผลสำรวจของนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยให้รัฐบาลตั้งพรรคการเมืองว่า เป็นผลสำรวจที่จงใจในการจัดตั้ง ปรุงแต่ง ไม่ได้คำนึงถึงครรลองการเข้าสู่อำนาจในระบอบประชาธิปไตย แม้นายกฯปฏิเสธว่ายังไม่คิดถึงตรงนั้น แต่เป็นคำตอบที่ค่อนข้างเปลี่ยนจากเดิม ก่อนหน้านี้ ย้ำเสมอว่าจะไม่เล่นการเมืองหรือสืบทอดอำนาจ จนอาจดูเหมือนตกเป็นเหยื่อผลโพลที่เชลียร์รัฐบาล จนเกิดความลุ่มหลงในอำนาจหรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำคีย์เวิร์ด 2 ประการคือ คำว่าสถานการณ์และอนาคต ตีความได้ว่าหากบ้านเมืองยังไม่สงบ คสช.อาจจำเป็นต้องอยู่ในอำนาจต่อ รวมทั้งสะท้อนได้ว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศไม่เป็นปกติอยู่ในตอนนี้ เป็นความตั้งใจของใครบางคนที่ต้องการให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อหรือไม่ ใครที่คิดเช่นนั้นอยากให้เลิกใช้ประเทศเป็นเครื่องมือ เงื่อนไข หรือเป็นพื้นที่ทดลองของใครอีกเลย

สปท.ทิ้งเก้าอี้เพิ่มอีก 3 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมาชิก สปท. 9 คน ยื่นใบลาออกจากการเป็น สปท. เพื่อเตรียมตัวลงสนามการเมืองนั้น ปรากฏว่าวันที่ 28 มิ.ย.ยังคงมีสมาชิก สปท.ยื่นใบลาออกอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายสันตศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ ทำให้ยอดจำนวนสมาชิก สปท.ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่เหลือ 181 คน ด้านนายกษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท.ในฐานะอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจาก สปท.เพราะได้เรียนกับหัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่ลงเลือกตั้งและต้องการทำงานปฏิรูปพรรคการเมืองเสียก่อน

“สมพงษ์” แย้มปั้นพรรคหนุนทหาร

นายสมพงษ์ สระกวี กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิก สปท. เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ให้มีผลในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อเตรียมตัวลงเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่ในนามพรรคเพื่อไทย เตรียมไปอยู่พรรคการเมืองขนาดเล็กที่จดทะเบียนอยู่เดิมร่วมกับ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สปท.การเมือง และ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล สปท.สายการปกครองท้องถิ่น ที่ยื่นใบลาออกจาก สปท.แล้วเช่นกัน เนื่องจากพวกตนเป็นผู้เสนอให้ปฏิรูปพรรคการเมือง จึงอยากเริ่มต้นไปพัฒนาปฏิรูปพรรคขนาดเล็ก กำลังชักชวนพรรคเล็กอีก 2 พรรคให้มารวมตัวเป็นพรรคใหม่ เพื่อช่วยกันหาสมาชิกพรรค ลดภาระยุ่งยากในการหาสมาชิกพรรคและการตั้งสาขาพรรคประจำหน่วยเลือกตั้งให้ครบตามที่กำหนดไว้ในระบบไพรมารีโหวต และแบ่งเบาเขตเลือกตั้งลำพังพรรคเล็กเพียงพรรคเดียวคงลำบากที่ทำระบบไพรมารีโหวตได้ ถ้าไม่มารวมตัวกัน ยืนยันว่าพรรคเล็กที่จะมารวมตัวกันไม่ใช่พรรคตัวแทนทหาร แต่มีทหารบางส่วนมาร่วมด้วย และหากทหารตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาจริง พรรคเล็กพร้อมเป็นพันธมิตรกับพรรคทหาร

“บิ๊กเยิ้ม” ชิ่งปฏิเสธข่าวทันควัน

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสมาชิก สปท.กล่าวว่า สาเหตุที่ลาออกจาก สปท.เพราะทำตามคำชักชวนของเพื่อนคือ พล.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีต สปท. ไม่ได้จะไปสมัครร่วมกับพรรคการเมืองขนาดเล็ก เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งตามที่นายสมพงษ์ สระกวี อดีต สปท. ให้ข่าว ตนไม่อยากเล่นการเมือง เนื่องจาก สปท.ไม่ได้ผลักดันการปฏิรูปในสิ่งที่ตนเคยเสนอปฏิรูปไป 4 ข้อ ส่วนเรื่องการร่วมเป็นพันธมิตรกับพรรคทหาร หากมีต้องไปถามนายสมพงษ์กับ พล.อ.สุชาติเอาเอง

“มีชัย” ปัดวางยา กกต.ทำไพรมารีฯ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงประเด็นปัญหาระบบไพรมารีโหวตผู้สมัครรับเลือกตั้งว่า กรธ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ยังมองต่างกันในเรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้ง แต่ในเมื่อ กกต.บอกว่าการทำไพรมารีโหวตเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง กกต.ควรเป็นผู้กำหนดเขตการเลือกตั้งให้เหมาะสมด้วย กรธ.คงไม่คัดค้านอะไร เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้มีไพรมารีโหวตแล้ว แต่ต้องมาเกลาข้อความเพื่อไม่ให้การปฏิบัติต่างๆ ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พรรคการเมืองบอกว่าไพรมารีโหวตปฏิบัติยาก กรธ.ต้องมาทำเพื่อให้ปฏิบัติง่ายขึ้น ส่วนเรื่องที่ กกต.จะให้ใบเหลืองใบแดงเพื่อกำกับดูแลการทำไพรมารีโหวต คิดว่าอาจจะไปขัดต่อหลักการที่ให้พรรคการเมืองและสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง ถ้า กกต.จะให้ใบเหลืองใบแดง หมายความว่า กกต.ต้องเป็นผู้จัดไพรมารีโหวต ไม่ใช่ให้พรรคการเมืองจัด ยืนยันว่าไม่ได้วางยา กกต.ชุดใหม่ เพราะไม่ได้ทำศึกกัน แต่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ต้องช่วยกันคิด

ไฟเขียวจัดทำมาตรฐานจริยธรรม

เมื่อถามถึงกรณีที่นักการเมืองวิจารณ์ว่า มาตรา 219 ที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระออกมาตรฐานจริยธรรมภายใน 1 ปี และต้องฟังความเห็น ส.ส. ส.ว.และ ครม.นั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจากโรดแม็ปได้ถูกเลื่อนออกไป ทำให้ยังไม่มี ส.ส.และ ส.ว. นายมีชัยกล่าวว่า สนช.ชุดนี้ทำหน้าที่แทนได้เลย เพราะทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว.จึงไม่มีปัญหา หลังจากนี้องค์กรอิสระจะต้องนัดประชุมเพื่อจัดทำร่างมาตรฐานจริยธรรมให้เสร็จตามกำหนด โดยองค์กรอิสระใดจะเป็นผู้ริเริ่มก็ได้ ก่อนส่งมา สนช.กับ ครม.ดูเพื่อให้มาตรฐานจริยธรรมเหล่านี้ไปบังคับใช้กับ ส.ส. ส.ว.และ ครม.ด้วย แต่ไม่ห้ามถ้า ส.ส. ส.ว.และ ครม.ในอนาคตจะออกของตัวเองให้เข้มกว่าขององค์กรอิสระ

“วิษณุ” เชื่อข้อขัดแย้งจบในเวลา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองที่ยังมีความเห็นต่างกันในเรื่องไพรมารีโหวตว่า เชื่อว่าสุดท้ายจะจบได้ มีตารางเวลากำหนดไว้แล้ว เมื่อถามว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาฟันธงว่าการเลือกตั้งปลายปี 61 จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากมีช่องโหว่หากกฎหมายลูกถูกคว่ำ นายวิษณุกล่าวว่านั่นเป็นโรดแม็ปนายนิพิฏฐ์ ตนอยู่กับรัฐบาลต้องพูดโรดแม็ปของรัฐบาล รัฐบาลไม่ได้คิดว่ากฎหมายลูกจะถูกคว่ำ เราเชื่อว่าจะเป็นไปตามกรอบ อย่าไปสมมติให้มันเป็นประเด็น วันนี้ยังไม่เห็นลาง ไม่ได้คิดวิธีรับมือไว้ รัฐบาลไม่ได้คิดในแง่ลบ ไม่มีอะไรให้ต้องวิตกว่าต้องเลื่อนโรดแม็ป เมื่อถามว่ารัฐบาลยังยืนยันหรือไม่ว่ากฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 4 เดือนหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่พูดถึงกรอบนั้นแล้ว ต้องพูดถึงกรอบใหญ่คือให้เสร็จภายใน 8 เดือนหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เดิมคิดว่า กรธ.จะทำ 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อน แต่เขาทำไม่ได้ เขามีเหตุผลของเขา

ปชป.เด็กดีพร้อมเล่นใต้กติกาใหม่

ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงระบบไพรมารีโหวตว่า เรื่องนี้เราไม่ห่วง เราเป็นเด็กดี กฎหมายออกมาอย่างไรก็ว่าตามนั้น แม้จะส่งข้อเสนอไปแล้ว แต่ถ้าเขาไปเปลี่ยนก็ต้องทำตามกติกา นักฟุตบอลเมื่อมีกติกาออกมาแล้ว หากไม่เล่นก็อย่าเล่น เมื่อจะเล่นก็ต้องเล่นตามเขา ใครจะใหญ่กว่ากฎหมายได้อย่างไร ส่วนกรณีที่นายสุรินทร์ พิศสุวรรณอดีตเลขาธิการอาเซียน ประกาศตัวพร้อมลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์นั้น การเลือกตั้ง กทม.น่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งใหญ่ ที่นายสุรินทร์พูดนั้นเป็นเรื่องของท่าน แต่ผู้กำหนดการเลือกตั้งคือรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ยังคงนิ่ง ไม่มีอะไร เพราะทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้ แคนดิเดตที่ต้องการจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคมีเยอะ

ติยุทธศาสตร์ 20 ปี มัดคอ รบ.เลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.การจัดยุทธศาสตร์ชาติอาจขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญว่า เท่าที่สอบถามภายในพรรคเห็นตรงกันว่าการมีส่วนร่วมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งในกระบวนการร่างกฎหมาย และขั้นตอนจัดทำยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ค่อนข้างน้อยมาก กฎหมายนี้ต้องส่งให้ส.ส. และ ส.ว.พิจารณา แต่วันนี้มีเพียง สนช.ที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแสดงเจตนาชัดจำกัดการมีส่วนร่วมอีกด้วย โดยกำหนดว่ากรณีเลือกตั้งเร็ว สนช.หมดวาระจะไม่ให้ ส.ส.จากการเลือกตั้งพิจารณา แต่ให้ ส.ว.ชุดแรกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งพิจารณาแทนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะใช้กำกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะไม่ขัดข้องเลยหากจะมากำกับว่า อย่าทุจริต แต่การจะไปปฏิเสธแนวความคิดที่เป็นนโยบาย ที่อาจไม่เหมือนกับผู้ร่างยุทธศาสตร์นี้มันกระไรอยู่ ถ้าเป็นสิ่งที่ประชาชนเห็นชอบมา จะเอากรอบยุทธศาสตร์บางอย่างมาครอบตรงนี้จะเป็นปัญหาซ้ำขึ้นมาในอนาคตอีก

“สมชัย” ฉะ กรธ.ฟั่นเฟือนอุ้ม กสม.

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สองมาตรฐานเริ่มปรากฏ กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) กำลังถูกเซ็ตซีโร่ แต่ให้โอกาสกลับมาสมัครได้ ขณะที่ กกต.ถูกเซ็ตซีโร่ แต่ไม่สามารถกลับมาสมัครได้อีก ด้วยเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญระบุให้บุคคลที่เป็นองค์กรอิสระมาแล้วไม่สามารถสมัครองค์กรอิสระใดๆได้อีก เหตุผลที่ กมธ.ที่มีตัวแทน กรธ.ร่วมอยู่ด้วยยกมาคือ กสม.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มิใช่องค์กรอิสระ ดังนั้นจึงสามารถกลับมาสมัครได้ ไม่เหมือน กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ จึงไม่สามารถกลับมาสมัครได้อีก กรธ.เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ อาจลืมเปิดรัฐ-ธรรมนูญดูว่าในรัฐธรรมนูญ 2560 หมวดที่ 12 องค์กรอิสระ ส่วนที่ 6 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นการยืนยันว่า กสม.เป็นหนึ่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการอ้างว่า กสม.มิใช่องค์กรอิสระ อาจเป็นการอ้างที่ฟั่นเฟือนไปแล้ว

จองกฐินเรื่องถึงศาล รธน.แน่

นายสมชัยกล่าวว่า การจะบอกว่าการดำรงตำแหน่งของ กสม.ชุดปัจจุบัน เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งขณะนั้นมีฐานะเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มิใช่องค์กรอิสระก็ไม่อาจกล่าวอ้างได้ เพราะนับแต่วันที่ 6 เม.ย.2560 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้ กสม.สวมสถานะการเป็นองค์กรอิสระเต็มตัวแล้ว จึงไม่มีเหตุผลมายกเว้นให้สิทธิกลับมาสมัครได้ ถือเป็นการร่างกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ร่างกฎหมายดังกล่าว จะเข้าที่ประชุม สนช.ปลายสัปดาห์นี้ เชื่อว่าหากผ่าน สนช.จะเป็นกฎหมายที่มีปัญหา จนถึงขั้นการนำสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่งอย่างแน่นอน ยังไม่นับองค์กรที่เหลือ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะมีอีกกี่มาตรฐาน

“มีชัย” ปิดประตู กสม.คืนสังเวียน

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลางระบุว่า กรธ. 2 มาตรฐานให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กลับมาสรรหาใหม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นองค์กรอิสระว่า รัฐธรรมนูญ 2560 กรธ.รับรองให้ กสม.เป็นองค์กรอิสระแล้ว จึงไม่สามารถกลับเข้ามารับการสรรหาได้เหมือนๆกับกรรมการองค์กรอิสระอื่นๆ แม้จะอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้ก็ตาม แต่ถ้า กสม.สงสัยก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความได้หรือถ้า กกต.สงสัยจะยื่นด้วยได้เช่นกัน ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม.ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.วันที่ 30 มิ.ย. กรธ.จำเป็นต้องเขียนให้เซ็ตซีโร่ กสม.ยืนยันว่าไม่ได้คิดพิสดาร เพราะมีเหตุจากหลักการปารีสที่ผูกพันยึดโยงกับประเทศเราอยู่

ผบ.สส.มั่นใจปรองดองสำเร็จสูง

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพโดย ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง จากนั้น พล.อ.สุรพงษ์แถลงผลการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายและขอบคุณทุกเหล่าทัพและ สตช.ในการสนับสนุนงานด้านต่างๆตามนโยบายของรัฐบาลและ คสช.ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาทิ การจัดทำเอกสารความเห็นร่วมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองเสนอต่อคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ขณะนี้มีความคืบหน้าไปตามลำดับและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง แม้จะใช้เวลายาวนานแต่เป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับการเปิดเวทีสาธารณะใน 4 กองทัพภาคเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึง ร่างสัญญาประชาคมที่ประชุมฝากให้เหล่าทัพและ สตช.สนับสนุนดูแลรักษาความเรียบร้อยในจังหวัดที่จัดตั้งเวทีสาธารณะ

“บิ๊กตู่” ปลงมะกันให้เทียร์ 2 ก็ดีแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2017 ที่ ไทยอยู่สถานะเทียร์ 2 เฝ้าระวังเหมือนเดิมว่า รัฐบาล จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป สถานการณ์การค้ามนุษย์ ของไทยไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม แต่แย่ช่วง 2 ปีก่อน จากนั้นดีขึ้นกว่าเดิม แสดงว่าเราได้ทำผลงานให้ปรากฏจนเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะด้านนโยบายการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะมีปัญหาบางประเด็น เช่น แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับคดี ได้กำชับในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ให้เน้นย้ำการดำเนินคดีทั้ง ผู้ประกอบการที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิด หากมีผลลัพธ์ที่ดีอาจจะได้รับการปรับระดับที่ดีขึ้น แต่ยังถือว่าดีที่เราไม่ถูกปรับลด ระดับให้แย่ลงกว่าเดิม วันนี้ถือว่าทำได้ดีขึ้นแต่ยังไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาลเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการประเมินใดๆก็ตาม เราจะรับมาพิจารณาเพื่อดำเนินการและแก้ไขปัญหาให้ได้ตามพันธะสัญญา รัฐบาลชุดนี้ แก้มันถึงดีขึ้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีและไม่สนใจเลย

หอชมเมืองอย่ามองแค่มุมธุรกิจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรณี ครม.มีมติอนุมัติให้สร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานครว่า ไม่ได้ใช้งบฯของรัฐบาล ขอสื่อมวลชนชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เป็นโครงการที่เสนอขึ้นมา มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณามานานแล้ว รัฐบาลมองเห็นประโยชน์ที่จะเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ทำเป็นหอชมเมืองให้ประชาชนขึ้นไปชม ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบัน ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ รัฐบาลไม่ต้องออกเงิน ก็หาที่ตรงนั้นจริงๆเป็นต้องใช้ประโยชน์อยู่แล้ว มีโยกสลับที่ไปจัดหาที่ใหม่ให้เพื่อเอาที่ตรงนี้ทำให้เกิดประโยชน์ จะต้องดูว่ามัน ไม่ได้เอื้อประโยชน์ ถ้ามองแบบนี้มันก็เอื้อประโยชน์ทั้งหมด สร้างตรงนี้ไปเอื้อตรงโน้น มองแบบนี้ไม่ต้องเกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น

นำ ขรก.เต้นแอโรบิกกลางแจ้งวนไป

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้า ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยคณะทำงาน นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ ด้วยการเต้นแอโรบิก ประมาณ 20 นาที ท่ามกลางอากาศร้อน ภายหลังการออกกำลังกาย นายกฯได้โบกมือทักทาย และพูดคุยสอบถามกับเจ้าหน้าที่ และข้าราชการว่า “ร้อนหรือเปล่า” ก่อนร่วมถ่ายเซลฟี่กับผู้ที่มาร่วมออกกำลังกาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการกลับมา ออกกำลังกายกลางแจ้งที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. นายกฯได้ให้ไปออกกำลังกายในตึก สันติไมตรี เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว หวั่นมีคนเป็นลมแดด หรือฮีตสโตรก

ปชป.ชง 4 ข้อรัฐแก้ราคายาง

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพารา ผ่านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายจุติกล่าวว่า ขอยื่นข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ และอยากให้รัฐบาลดูแลปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำทั้งปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด ข้าว สาลี โดยจะนำข้อมูลมามอบให้นายออมสินในวันที่ 30 มิ.ย. ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนวทางแก้ ปัญหาราคายางตกต่ำ 4 ข้อ คือ 1.ขอให้รัฐบาลประกาศ จะไม่ขายยางพาราในสต๊อก และจะนำมาใช้ในประเทศ เท่านั้น 2.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานนำยางพาราไปแปรรูปใช้ในประเทศ โดยประกาศให้ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารหน่วยงาน 3.ขอให้การยางพาราแห่งประเทศไทย จัดตั้งบริษัทจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ป้องกันไม่ให้ตั้งราคาซื้อขายแสวงหากำไรเกินควร และ 4.ขอให้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ผลิตยาง กำหนดแผนการผลิตและการจำหน่ายร่วมกันที่ชัดเจน

ร้องชะลอ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายมิตร ปานเจริญ ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เรียกร้องให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ออกไปก่อน เพราะกระทบกับผู้ประกอบการผู้ปลูกกล้วยไม้ไทย ที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ขออนุญาตต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนเท่านั้น ผู้ประกอบการรายเล็กปฏิบัติตามยาก อัตราค่าธรรมเนียมสูง 1 คน ประมาณ 50,000 บาท ต่อใบอนุญาตครั้งละ 20,000 บาท บทลงโทษปรับผู้ฝ่าฝืนอัตราสูงสุดถึง 800,000 บาทต่อต่างด้าว 1 คน เป็นห่วงว่า พ.ร.ก.นี้จะเป็นช่องทางหาประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม จึงขอให้ช่วยผ่อนผันการจับกุมแรงงานต่างด้าวด้านภาคเกษตรกร ที่ยังมิได้ขึ้นทะเบียนก่อนการประกาศใช้สักระยะ และขอให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคเกษตรกรอย่างทั่วถึงด้วย

จี้ สนช.คว่ำ ก.ม.ซ้ำเติมคนไทย

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีการบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 23 มิ.ย.ว่า ผลของการเพิ่มบทลงโทษปรับสูงสุด 400,000-800,000 ต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน จะยิ่งกระทบเศรษฐกิจให้แย่ไปกว่าเดิมอีก ซ้ำเติมคนไทยด้วยกันเอง เลือกเพิ่มโทษให้นายจ้างถูกปรับแพงแบบหมดตัว โดยอ้างความมั่นคงภายในและทางเศรษฐกิจมาเล่นงานประชาชนคนไทย ทั้งที่นายจ้างคนไทยพยายามทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญคือ การไร้ความรับผิดชอบของแรงงานต่างด้าวเองที่เข้าสู่ระบบไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบที่ตามมาจะไม่มีคนทำงานในทุกสาขาอาชีพที่ต้องการแรงงาน ทั้งเกษตรกรรม รับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ โรงงานขนาดกลาง จะไม่กล้าจ้างแรงงานต่างด้าว ทำให้กำลังการผลิตลดน้อยลง งานล่าช้ากว่ากำหนด เพิ่มต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งบนโต๊ะและใต้โต๊ะ ขอเรียกร้อง สนช.ขอให้คว่ำ พ.ร.ก.ฉบับนี้เพื่อลดความเดือดร้อนของคนไทย ขอให้เปลี่ยนจากรับใช้คสช.มารับใช้ประชาชนบ้าง

วอนนายกฯ สั่งตีทะเบียนต่างด้าว

นายเรวัติ อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เรื่องขอให้แก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจาก พ.ร.ก.การบริหารการจัดการทำงานของคนต่างด้าว ที่รวมกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในไทย ทำอย่างเร่งรีบคลาดเคลื่อน หลงประเด็นและกำหนดโทษสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นทั้งโทษจำและปรับ โดยเฉพาะโทษปรับขัดต่อสภาวะเศรษฐกิจ จะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและงานที่แรงงานไทยไม่ทำ มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เพื่อชะลอความเสียหายทั้งระบบ และปิดช่องว่างไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐรีดไถ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการแก้ไขระยะสั้นโดยเปิดการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ ในระยะยาวขอให้ทบทวน พ.ร.ก.นี้ใหม่ให้รัดกุมรอบคอบ

“พิชัย” ห่วงตัวเลข ศก.ผิดเพี้ยน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ถูกเชิญตัวไปกองทัพภาคที่ 1 คำแนะนำทางเศรษฐกิจแก่ทีมเศรษฐกิจของ คสช.นั้น ทำให้ยิ่งเป็นห่วงเพิ่มขึ้นเพราะว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่ คสช.ได้รับไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ตรงกับข้อมูลสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐประกาศ น่าเป็นเหตุให้รัฐบาลและ คสช.เข้าใจผิดคิดว่าเศรษฐกิจดี ทีมเศรษฐกิจ คสช.ยืนยันว่าการลงทุนเอกชนถึงแม้ลดลง แต่ไม่มากตรงข้ามกับข้อมูลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศว่าการลงทุนจากต่างประเทศในปี 2559 ลดลง 63% และบีโอไอบอกการลงทุนจริงไตรมาสแรกปีนี้เหลือเพียง 80,000 ล้านบาท ทีมเศรษฐกิจ คสช.ไม่ทราบตัวเลขนี้เลย สาเหตุหลักน่าจะมาจากการที่ไม่สามารถเจรจาการค้ากับต่างประเทศได้ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปิดใจรับฟังและรับข้อมูลโดยตรงจากหน่วยงานรัฐ ข้อมูลสำคัญทีมเศรษฐกิจ คสช.กลับไม่ได้รับ จะเป็นปัญหาใหญ่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้

ทนายยื่น อสส.เร่งคดีกบฏ กปปส.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นปช.ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดทวงถามและเร่งรัดการสั่งสำนวนคดีร่วมกันเป็นกบฏของกลุ่ม กปปส. ที่เคลื่อนไหวชุมนุมช่วงปี 56-57 มีนายพันธ์โชติ บุญศิริ ทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้แทนอัยการสูงสุดเป็นผู้รับหนังสือ นายวิญญัติกล่าวว่า เคยยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 ก.ย.58 แต่ไม่คืบหน้าจึงขอเร่งการพิจารณาสั่งคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ขอติดตามผลภายใน 30 วัน หากไม่มีความคืบหน้าจะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เด็ก ปชป.ฟ้อง “เรืองไกร–ธาริต”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศาลนัดอ่านคำสั่งไต่สวนมูลฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ อ.812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาท ศาลนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 09.00 น. นายวัชระเผยว่า จากกรณีนายเรืองไกร ร้องเรียน กกต. ว่าตนสมคบกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต มาให้การเรื่องชายชุดดำ โดยไม่มีอำนาจและเอื้อประโยชน์ให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนาย เรืองไกรและนายธาริต ได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต. ศาลจึงมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องไว้ต่อไป

ไต่สวน “ปู” ฟ้องปลัดสำนักนายกฯ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวเป็นจำเลย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจำเลยในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ไม่ไต่สวนพยานบุคคล ไม่แสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ตรวจสอบสินค้าคงเหลือให้ครบถ้วน และไม่สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่กลับกำหนดความเสียหาย นัดนี้โจทก์นำนายวีระนันท์ ทัดดอกไม้ ผู้แทนบริษัทสำรวจคุณภาพข้าวในโกดังโครงการจำนำข้าว หรือเซอร์เวย์เยอร์ เข้าไต่สวนประเด็นการนำข้าวมาคิดคำนวณค่าเสียหาย จากนั้นศาลนัดไต่สวนอีกครั้งวันที่ 29 มิ.ย. โดยโจทก์นำนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ เข้าเบิกความเป็นพยานปากต่อไป