วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 กระทรวงจับมือให้บริการทันตกรรม แก่ผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย

สำนักงานประกันสังคม เผย "แรงงาน-สาธารณสุข-กลาโหม" จับมือร่วมกันบูรณาการให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพิ่มสถานพยาบาลของรัฐ กว่า 19,000 แห่ง รองรับการให้บริการแก่ผู้ประกันตน ดีเดย์ 1 ก.ค. 60 ทั่วประเทศ สอดรับกับ Thailand 4.0 ของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานรัฐนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ให้บริการ เพื่อสร้างประโยชน์-คืนความสุขให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 60 นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมให้ผู้ประกันตน (อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด) ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 900 บาทต่อรายต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า ในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 จนถึงขณะนี้ มีสถานพยาบาลเอกชน และคลินิกทันตกรรม ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมแล้ว 841 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตนสามารถสังเกตป้ายสติกเกอร์ที่ระบุ “สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม ทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย” เพื่อเข้ารับบริการได้ทันที

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือการให้บริการทางการแพทย์ กรณีทันตกรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งมีผลให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 จึงมีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่พร้อมให้บริการกรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอทั่วประเทศ และในอนาคตจะมีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเข้ารับบริการกรณีทันตกรรม ผู้ประกันตนสามารถทำได้โดยการตรวจสอบสิทธิ โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้สถานพยาบาลในความตกลงตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ก่อนการให้บริการทันตกรรม

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวด้วยว่า การบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และเจตจำนงในการพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตน ตามนโยบายของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน และสอดรับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยราชการนำเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ให้บริการกับประชาชน ลดขั้นตอน ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ป้องกันการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งยังสนองนโยบาย Zero Corruption เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนไปสู่ Thailand 4.0.