บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลือกแตงโมเหลือทิ้ง สกัดเพคตินผสมแยม

อุตสาหกรรมอาหารทั่วไป จะใช้สารเพคตินเป็นส่วนประกอบในการแปรรูปอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แยม เพื่อให้เกิดการคงรูปของอาหาร ยืดอายุให้นานวัน และแต่ละปีเราต้องนำเข้าเพคตินจากต่างประเทศ ที่ผลิตมาจากเปลือกส้มและแอปเปิ้ล ในราคาสูงถึง กก.ละ 1,000-2,000 บาท

ด้วยเหตุนี้ น.ส.สุวัฒฐา จันทร์อิน และ น.ส.จิรัชญา เกาะลอย นักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี โดยมี ผศ.อัญชลินทร์ สิงห์คำ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จึงได้ทำโครงการศึกษาวิจัยหาเปลือกผลไม้ของไทยชนิดใดบ้างจะมีเพคตินในปริมาณสูง โดยเริ่มจากนำเปลือกส้มมาศึกษา แต่เปลือกส้มบ้านเราบางเกินไป ให้ปริมาณเพคตินน้อย ไม่เหมือนเปลือกส้มต่างประเทศที่หนากว่า แต่ในที่สุดพบว่า เปลือกผลไม้บ้านเราที่มีเพคตินมากที่สุดคือแตงโม จึงนำมาทำการสกัดเอาสารเพคติน

ด้วยการนำเปลือกแตงโมมาล้างให้สะอาด ขูดเนื้อสีแดงออกให้หมด เอาเฉพาะสีเขียวและสีขาว หั่นเป็นชิ้นต้มกับน้ำอัตราส่วน 1 : 1 ที่อุณหภูมิ 80 cํ นาน 10 นาที แล้วนำมาบดด้วยเครื่องปั่นผลไม้ กรองด้วยผ้าขาวบาง ก่อนจะอบแห้งอุณหภูมิ 50 cํ นาน 15 ชม. จนเหลือความชื้น 10% นำไปบดละเอียดอีกครั้งและร่อนผ่านตะแกรงร่อนขนาด 212 ไมโครเมตรเพื่อให้เป็นผง

เมื่อนำเพคตินสกัดจากเปลือกแตงโม มาทดสอบคุณสมบัติทางเคมี ผศ.อัญชลินทร์ เผยว่า มีค่าใกล้เคียงกับเพคตินที่นำเข้าจากต่างประเทศ และเมื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตแยมกระเจี๊ยบแดง

แยมกระเจี๊ยบแดงผสมด้วยเพคตินจากเปลือกแตงโม มีรสชาติ มีค่าสี ปริมาณกรดทั้งหมด ผลการบริโภคไม่แตกต่างไปจากแยมกระเจี๊ยบแดงผสมเพคตินที่นำเข้า สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี 0-2549-1955.