วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดฮือฮา! สัปเหร่อน้อย จัดงานศพให้นกเขา ปลาคาร์ปเหมือนคน ทำเพื่อสิ่งใด (ชมคลิป)

ตกเป็นกระแสดังในโลกโซเชียลเมื่อ "พระพิเชษฐ์ สุวณฺณสิริ" (นามสกุล ปากกล้า) พระลูกวัดนาแช่ บ้านใหม่นาแช่ ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง โพสต์คลิปเด็กนักเรียนจัดพิธีเผาศพให้กับนกเขา โดยจำลองพิธีกรรมแบบล้านนาที่ทำเช่นเดียวกับงานศพคน

จากหลายความเห็นที่ได้ดูคลิปโดยเฉพาะคนที่ได้เคยสัมผัสกับพิธีกรรมงานศพคนแบบล้านนาภาคเหนือมา ต่างชื่นชมเด็กว่าเก่ง และไม่น่าเชื่อว่าจะใส่ใจทุกรายละเอียด ซึ่งคนยุคสมัยนี้บางคนไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าทำอย่างไรกัน อีกทั้งห่างเหิน ไม่สนใจสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ของไทย มัวแต่ใส่ใจและลุ่มหลงกับความอยากสวย หล่อ ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อฟู่ฟ่า อวดโชว์กันผ่านสื่อโซเชียล

มูลเหตุจูงใจใดจึงจัดงานศพดังกล่าวขึ้น ผู้สื่อข่าวพยายามจะขอพูดคุยกับ "น้องภู-นราวิทย์ คำเกลี้ยง" แต่ด้วยความเหนียมอายในวัยแค่ 13 ปี น้องจึงได้แต่นั่งยิ้มขวยเขินฟังพระพิเชษฐ์เล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า

นกเขาที่เผา ตายเพราะบินมาชนกระจกหน้าต่างกุฏิที่วัดซึ่งกำลังก่อสร้าง แล้วตกลงพื้น ช่างที่สร้างกุฏิก็เอามาปฐมพยาบาลเป่าอากาศเข้าปาก แต่ไม่ฟื้น ช่างเลยโยนทิ้ง น้องภูซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระพิเชษฐ์เดินไปดู แล้วเก็บมาอาบน้ำ มัดด้ายสายสิญจน์ ห่อถุงใส่โลงแช่ตู้เย็นไว้ 4 คืน คืนที่ 5 ก็เอามาใส่ปราสาท ไว้ 1 คืน

ตอนแรกกะว่าจะเอามาใส่ปราสาทแล้วเผาวันเสาร์ แต่น้องภูบอกว่าวันเสาร์เขาไม่นิยมเอาศพลงจากบ้านเลยเอาศพลงคืนวันศุกร์ แล้วเตรียมการเผาอย่างที่เห็นในคลิป เกือบทุกส่วน ทุกขั้นตอนของงานศพน้องภูเป็นคนทำเอง โดยเฉพาะปราสาทใส่โลงศพ ซึ่งถือว่าเป็นงานค่อนข้างละเอียด

พระพิเชษฐ์เผยอีกว่า น้องภูมีความรู้และสนใจในประเพณีพิธีกรรมงานศพแบบล้านนา เนื่องจากคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของลุงทำธุรกิจจัดงานศพมา 10 กว่าปี เวลามีงานศพแถวบ้านน้องภูก็จะไปช่วยสัปเหร่อเผาจนเสร็จงานอยู่เสมอๆ จึงซึมซับวิชาความรู้เหล่านี้ อีกทั้งน้องภูชอบวาดรูปโลงศพ ปราสาท จนตอนนี้ความสามารถเทียบเท่าผู้ใหญ่และสามารถช่วยทำปราสาทของจริงออกขายได้

และเมื่อว่างจากเรียนก็ชอบจำลองงานเผาศพสัตว์เลยทำเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเพื่อเก็บประสบการณ์ ก่อนปฏิบัติงานจริงกับศพคน เพราะเวลาทำจริงๆ เราจะทำเล่นๆ กับศพไม่ได้ สำหรับสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างๆ ที่ตายและน้องภูจัดพิธีงานศพนอกจากนกเขาแล้วก็มีปลาคาร์ป นกกระจอก นกพิราบ นกกิด ซึ่งหากพบเห็นก็มักเก็บมาทำพิธีทันที

ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีผู้ใหญ่คอยดูแลควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย เพราะต้องจุดประทัดในพิธี เนื่องจากความเชื่อทางเหนือ ถือว่าเป็นการจุดส่งดวงวิญญาณ ประกาศให้เทวดารับรู้ อีกประการหนึ่งถือเป็นการประดับตกแต่งเปรียบเสมือนดอกไม้ไฟ ในป่าหิมพานต์ ที่เชื่อว่าเป็นแดนทิพย์สำหรับคนตาย

น้องภูเคยพูดบอกไว้ว่าจะเผางานศพให้สัตว์ไปเรื่อยๆ เพราะความฝัน คือ อยากเป็นสัปเหร่อจริงๆ ในวันข้างหน้า ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่น้องภูมาเรียนรู้ทุกวันนี้ ลุงของน้องภูก็จะค่อยๆ ถ่ายทอดวิชา หรือคาถาให้น้องภูจดจำไปไว้ป้องกันตัว และสถานที่ที่น้องภูเล่นจำลองเหตุการณ์ ทุกปีจะนิมนต์พระมาทำพิธีสวดถอน เอาสิ่งอัปมงคลทั้งหลายออกไป เพราะทำงานกับศพก็ย่อมจะมีเศษฝุ่นละอองติดเข้ามาบ้าง แล้วก็จะเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถานที่และคนทำงาน พร้อมด้วยพิธีถวายเครื่องเซ่นสังเวยหรือที่เรียกว่า เลี้ยงผีครู ทุกปี

อย่างไรก็ตามการจัดพิธีให้สัตว์เยี่ยงคนนี่ตามความเชื่อทางเหนือ บางคนมีความเห็นว่าอัปมงคล เสนียด จัญไร ถือเป็นสิ่งไม่ดี แต่ตนสอนน้องภูตลอดว่าทำแบบนี้ถือว่าได้บุญ เพราะเป็นการสงเคราะห์ศพ ชีวิตทุกชีวิตก็ต้องมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เป็นสัจธรรมคือความจริง แต่วาระสุดท้ายแห่งชีวิตก็ต้องทำให้เขาอย่างดีที่สุด ช่วยจัดช่วยตกแต่งให้งานออกมาดีที่สุด

อีกทั้งตนยังสนับสนุนเต็มที่กับสิ่งที่น้องภูทำเพราะเห็นน้องภูชอบ เพราะคิดว่ามีเด็กไม่กี่คนหรอกที่จะสนใจทำอะไรแบบนี้ จึงส่งเสริมพร้อมให้ความรู้ความเข้าใจ ที่ไปที่มา ความหมายปริศนาที่แฝงอยู่ในงานศพให้น้องได้เข้าใจด้วย

ทั้งนี้การที่น้องภูคิดจำลองเผางานศพให้สัตว์นั้น ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดี คิดริเริ่มอยากจะทำในสิ่งที่คนอื่นบางคนไม่อยากทำ กลัว หรือรังเกียจ เช่น งานศพบางงาน พ่อแม่ตัวเองเสียแท้ๆ ลูกกลับไม่กล้าอาบน้ำใส่เสื้อผ้าให้ แต่น้องภูช่วยทำด้วยความเต็มใจจริงๆ