วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กปุย' เชื่อปรองดองมุ่งสู่ความสำเร็จ ยันรัฐไม่หวั่นไทยคงเทียร์ 2

ผบ.สส.เชื่อปรองดองมีความสำเร็จสูง พร้อมให้เหล่าทัพดูแลความเรียบร้อย 4 เวทีสาธารณะ เผยแพร่ "ร่างสัญญาประชาคม" ลั่น รบ.ไม่หวั่นไหวไทยคงเทียร์ 2 ลั่นเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อ ย้ำเหล่าทัพ-ตร.เดินหน้าจัดระบบกล้องซีซีทีวีให้เป็นเรียลไทม์ ปัดตอบขยายผลคดี "วัฒนา" มือบึมป่วนกรุง

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 60 ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร., พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุม

หลังจากนั้น พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวถึงผลการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้รับมอบหมาย และขอบคุณทุกเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาลและ คสช.ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาทิ การจัดทำเอกสารความเห็นร่วมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เสนอต่อคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระบวนการสร้างความปรองดองมีความคืบหน้าไปตามลำดับ และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จนผ่านขั้นตอนกระบวนการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ออกมาในรูปของร่างสัญญาประชาคม ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้เราได้ศึกษาจากบทเรียนจากการดำเนินงานของคณะกรรมการต่างๆ ในอดีต ที่ได้เคยศึกษามาแล้วในทุกรัฐบาล ที่ทราบว่ามีความปรารถนาดีและตั้งใจ เพื่อให้ประเทศก้าวพ้นปัญหาความขัดแย้งและใช้ความรุนแรงมากกว่า 10 ปี ซึ่งส่งผลให้ประเทศประสบปัญหา ไม่สามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าตามที่ควรจะเป็น

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การสร้างความสามัคคีปรองดองในครั้งนี้ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้สูง แม้จะต้องใช้เวลายาวนานแต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากหลังจากที่เราได้มีการศึกษาข้อมูลแล้ว ยังดำเนินการหากลไก เพื่อไปดำเนินการต่อ โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญ ก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขตามลําดับและเรื่องใดที่ซับซ้อนไม่สามารถแก้ได้ก็ต้องมีการปฏิรูป โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องใดที่ต้องใช้เวลายาวนานในการแก้ไขและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีคณะกรรมการด้านยุทธศาสตร์ชาติ ดำเนินการ เชื่อว่าหากเป็นไปตามนี้จะทำให้ปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกังวลหรือคับข้องใจในอดีต จะได้รับการแก้ไข และก็จะทำให้สิ่งต่างๆ คลี่คลายไป

พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดเวทีสาธารณะใน 4 กองทัพภาค เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงร่างสัญญาประชาคมนั้น ในที่ประชุมได้ฝากให้ทางเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้การสนับสนุนดูแลรักษาความเรียบร้อยในจังหวัดที่มีการจัดตั้งเวทีสาธารณะ

พล.อ.สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา จัดอันดับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ 2560 (ทิปรีพอร์ต) ให้ไทยอยู่เทียร์ 2 วอตช์ลิสต์เฝ้าระวังเทียบเท่าปี 2559 ว่า ในที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพในวันนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ อีกทั้งรัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว และจะทำการแก้ไขปัญหาต่อไป เพราะเรื่องเหล่านี้หากได้มีการปรับปรุงแก้ไขก็จะเป็นผลดีต่อประเทศในภาพรวม

นอกจากนี้ พล.อ.สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กำชับให้ทุกเหล่าทัพดูแลระบบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ให้เป็นแบบเรียลไทม์ว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เพราะกล้องวงจรปิดถือเป็นเครื่องมือที่ดี เนื่องจากทุกประเทศในโลกโดยเฉพาะเมืองใหญ่ มีการทำระบบกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพ ในส่วนของไทยก็เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการมาหลายปี เพราะเป็นระบบที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ดังนั้น ต้องดำเนินการจัดระบบ ซึ่งตอนนี้ก็ทำไปได้มากแล้ว จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมากล้องวงจรปิดเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน และดูแลความสงบเรียบร้อย การดูแลระบบต้องมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพราะคุณภาพและเทคโนโลยีต่างๆ พัฒนาอยู่ตลอด ภาพรวมระบบกล้องวงจรปิดในปัจจุบันถือว่าใช้ได้ค่อนข้างดี แต่ต้องพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ

เมื่อถามถึงการขยายผลคดีของ นายวัฒนา ภุมเรศ ผู้ต้องหาวางระเบิดหลายจุดใน กทม.นั้น พล.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องกล้องวงจรปิดถือว่าเป็นประโยชน์ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ถ้ามีกล้องวงจรปิดเป็นจำนวนมาก กลุ่มมิจฉาชีพก็ไม่กล้าก่อเหตุ ส่วนคนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ไม่กล้าเข้ามาดำเนินการ ถือเป็นประโยชน์ทุกด้าน อีกทั้ง เป็นเครื่องมือที่ดีและทันสมัย ส่วนคดีของนายวัฒนานั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน