วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนรักหุ้นยิ้ม! แรงหนุนจาก ศก.เริ่มฟื้น ส่งออกดี คาดดัชนีแตะ 1,600 จุด

บลจ.วรรณ มองดัชนีหุ้นไทย มีแรงหนุนจากเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น หลังตัวเลขการส่งออกปรับตัวดี มองระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก แนะติดตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและการแข็งค่าของเงินบาทในระยะถัดไป มองกรอบหุ้นไทยสัปดาห์นี้ 1,560-1,600 จุด

นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด กล่าวว่า สัปดาห์นี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเคลื่อนไหวในลักษณะ Side way up เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขส่งออกไทยเดือน พ.ค.ที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามจากนี้ คือ ทิศทางราคาน้ำมันดิบ และการแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ  

“สัปดาห์นี้อาจมีแรงซื้อเพิ่มขึ้นจากการทำ Window Dressing ของไตรมาส 2/60 รวมถึงการทำ Index Rebalance ของดัชนี SET50 และ SET100 ซึ่งอาจทำให้ผู้จัดการกองทุนมีการปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนตัวของดัชนีที่ระดับ 1,560 -1,600 จุด”

สำหรับปัจจัยจากต่างประเทศ คาดว่า จะมีแรงซื้อเก็งกำไรในระยะสั้นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market )หลังประเทศสหรัฐฯ และยุโรปประกาศตัวเลข PMI ภาคบริการที่ต่ำกว่าคาดการณ์ รวมถึงแนวโน้มการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate tax) ของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากภาวะอุปทานที่มากเกินไป ขณะที่นักลงทุนยังคงต้องติดตามสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 27 มิ.ย. 60 โดยจะทราบรายละเอียดในเช้าวันที่ 28 มิ.ย. ตามเวลาในประเทศไทย

ทั้งนี้ อาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับการเจรจาแนวทางการปรับลดขนาดงบดุลของเฟด รวมถึงทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หลายสาขามีมุมมองที่แตกต่างกัน อีกทั้งติดตามในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ จะมีการโหวตยกเลิกมาตรการโอบาม่าแคร์ (Obamacare) ซึ่งหากไม่มีความชัดเจนก็อาจส่งผลกดดันภาพรวมการลงทุน

สำหรับราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลงประมาณ 20% นับตั้งแต่ต้นปี มองว่าเป็นตามอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเร่งผลิตของประเทศลิเบียและไนจีเรีย ขณะที่อุปสงค์ยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า อย่างไรก็ดี ระยะถัดไปราคาน้ำมันมีโอกาสทรงตัวได้ โดยยังคงต้องติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณการส่งออกน้ำมันของประเทศซาอุฯ ซึ่งมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือน มิ.ย.

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมถึงความตึงเครียดของกลุ่มประเทศอาหรับตะวันออกกลางกับประเทศกาตาร์ อีกทั้งในไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับไตรมาส 4 เนื่องจากเป็นฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทิศทางราคาน้ำมันในช่วงปลายปีได้ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล.