บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ยอมรับผลมะกันคงเทียร์ 2 ยันลุยแก้ต่อ ซัดที่ผ่านมาไม่มีใครสนใจ

นายกฯ ไม่สนสหรัฐฯ คงไทยเทียร์ 2 แก้ปัญหาค้ามนุษย์ ลั่นเดินหน้าเร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด เหน็บแก้ปัญหาได้ดีกว่ารัฐบาลชุดอื่น ยันหอชมเมืองกรุง ไม่ใช่งบฯ รัฐ ปัดทำธุรกิจเอื้อประโยชน์ใคร

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ทางการสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2017 ที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ในสถานะเทียร์ 2 เฝ้าระวังเหมือนปี 2016 ว่า รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งสถานการณ์การค้ามนุษย์ไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม แต่แย่ในช่วง 2 ปีก่อน จากนั้นก็อยู่ในระดับที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสดงว่าเราได้ทำผลงานให้ปรากฏจนเป็นที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะด้านนโยบายการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะมีปัญหาบ้างในบางประเด็น เช่น แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับคดี อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ให้เน้นย้ำเรื่องการดำเนินคดีทั้งผู้ประกอบการ ที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์และเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิด หากมีผลลัพธ์ที่ดีก็อาจจะได้รับการปรับระดับที่ดีขึ้น แต่ก็ยังถือว่าดีที่เราไม่ถูกปรับลดระดับให้แย่ลงกว่าเดิม ซึ่งวันนี้ถือว่าทำได้ดีขึ้นแต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาล และ ครม.เท่าที่ควร

"ไม่ว่าจะเป็นการประเมินใดๆ ก็ตาม เราจะรับมาพิจารณาเพื่อดำเนินการ และแก้ไขปัญหาให้ได้เพื่อประเทศ โดยจำเป็นต้องทำตามพันธสัญญา รวมถึงการประเมิน จะเห็นว่ารัฐบาลเร่งเรื่องเศรษฐกิจ การอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ว่าไม่มีผลงาน รัฐบาลมีเป้าหมายอยากให้สถานการณ์การค้ามนุษย์ดีขึ้น โดยมีแผนงานทั้งหมดแล้ว เพียงแต่จะสามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างไร ซึ่งการประเมินจะดูจากนโยบาย การปฏิบัติ การดำเนินคดีการดูแลเหยื่อ รัฐบาลชุดนี้แก้มันถึงดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีและไม่สนใจเลย ปล่อยให้ทำกันไป แต่รัฐบาลชุดนี้ทำทุกเรื่อง อย่าไปมองสิ่งที่เหลวไหลอย่างแต่ก่อน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม.เห็นชอบโครงการสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร งบประมาณ 4,621.47 ล้านบาทว่า ไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณของรัฐบาล จึงขอสื่อมวลชนชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เพราะสิ่งที่ทำเป็นโครงการที่เสนอขึ้นมา มีการจัดตั้งคณะกรรมการ รวมถึงมีการพิจารณามานานแล้ว ซึ่งรัฐบาลมองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ทำเป็นหอชมเมืองให้ประชาชนขึ้นไปชม โดยภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติไทย และสถาบัน

"ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ รัฐบาลเห็นว่าควรมีส่วนร่วมกับเขา เขามีส่วนร่วมกับเรา โดยรัฐบาลไม่ต้องออกเงิน แต่หาที่ตรงนั้นให้ซึ่งเป็นที่ต้องใช้ประโยชน์อยู่แล้ว มีการโยกสลับจัดหาที่ใหม่ให้เพื่อเอาที่ตรงนี้ทำให้เกิดประโยชน์ จะต้องดูแบบนี้ ดูว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร ถ้ามองแบบนี้มันก็เอื้อประโยชน์ทั้งหมด สร้างตรงนี้ไปเอื้อตรงโน้น มองแบบนี้ก็ไม่ต้องเกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว