วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป็นเสียอย่างนี้จึงวุ่นไม่จบ

โดย สายล่อฟ้า

คนสร้างกฎกติกา อย่าเป็นทาสอารมณ์

“เห็นด้วยหากจะใช้ระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ต้องกำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน เพราะระบบดังกล่าวมีรายละเอียดมาก”

“เป็นระบบที่สังคมการเมืองของประเทศนั้นๆต้องอยู่ในระดับที่ดี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้สังคมไทยจะยังไม่มีสังคมการเมืองที่เอื้อต่อการใช้ แต่ก็เห็นว่าไม่เป็นปัญหา

เป็นความเห็นจากนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ท่านหนึ่ง ที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งทุกฝ่ายน่าจะรับฟังกันได้

หากยึดเหตุผลดังที่ว่ามาพิจารณา ก็จะเป็นทางออกที่ดี

โดยเฉพาะ กรธ. กกต. และ สนช. ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งแบบไพรมารีโหวต

เท่าที่เป็นเรื่องขึ้นมาในขณะนี้ทั้ง 3 ส่วนดังที่ว่ามานั้นยังมีความเห็นต่างๆไปกันคนละทิศละทาง และทำท่าจะไม่ยินยอมที่จะหาทางออกร่วมกัน

ไม่ต้องพูดพรรคการเมืองและนักการเมืองเวลานี้ชัดเจนแล้วว่า ทุกพรรคทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็กต่างไม่ยอมรับ เนื่องจากมองเห็นจะเกิดปัญหาทำให้เกิดความยุ่งยาก

พรรคใหญ่ก็กลัวว่าจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ จะเกิดปัญหาขัดแย้งภายในพรรค

พรรคเล็กนั้นชัดเจนจากที่เคยคาดหวังว่า จะแจ้งเกิดในเวทีการเมืองได้ เพราะกติกาการเลือกตั้งเปิดทางสะดวกให้ แต่หากนำไพรมารีโหวตมาใช้โอกาสที่จะได้เป็น ส.ส.แทบไม่มี

เสียงคัดค้านจึงระงมไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะต่างเหตุผลกัน แต่ทุกพรรคล้วนเกิดความรู้สึกที่จะต้องสูญเสีย

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันจำนวน 11 คนขึ้นมาพิจารณาภายใน 15 วัน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.นำทีม กรธ. 5 คน ร่วมเป็น กมธ.

ที่ต้องนำตัวเองเข้าไปร่วมพิจารณานั้น ก็คงเป็นเพราะจะสามารถใช้เหตุผลที่มีน้ำหนัก ทำให้ที่ประชุมควรจะรับฟัง

ก่อนหน้านี้นายมีชัยได้เปิดเผยว่า การพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกับ กกต.นั้น มีเหตุให้ชวนสงสัยว่า ตัวแทน กกต.อาจถูกสั่งให้มาบอก กรธ.ว่า ไม่มีปัญหาก็ได้ เพราะเวลา กรธ.ซัก กกต.ก็ตอบไม่ได้

การชี้แจงของ กกต. นอกจากไม่ชัดเรื่องปัญหาในทางปฏิบัติแล้ว ยังอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกด้วย โดยเฉพาะการตีความว่า ไพรมารีโหวตคือการเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจควบคุมแจกใบเหลืองใบแดงได้

แต่เมื่อถามกลับว่า ถ้าไพรมารีโหวตคือการเลือกตั้งแล้ว ทำไม กกต.ไม่ไปจัด ทำให้พรรคการเมืองจึงต้องทำไพรมารีโหวตเอง

เป็นคำตอบที่ กกต.ตอบไม่ได้ ชี้แจงไม่ออก

มีข้อสังเกตอยู่เรื่องหนึ่ง การชี้แจงของ กกต. เพื่อตอบโต้ในเรื่องต่างๆจะมี 1 ใน 5 กกต. เท่านั้น ที่ออกมาแสดงโดยตลอด

เรื่องเซ็ตซีโร่ 5 เสือ กกต.นั้นทุกคนแทบจะยอมรับโดยดุษณี ไม่มีการออกมาโต้แย้ง มีเพียงคนเดียวนี่แหละที่ออกมาสวนตลอด

แต่พอมาถึงไพรมารีโหวตกลับเงียบสนิท ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ทั้งที่ กกต.จะต้องมีส่วนสำคัญในการจัดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นแง่กฎหมาย แง่การปฏิบัติว่าจำต้องทำอย่างไรกันบ้าง

เป็นเรื่องที่ กกต.จะต้องมีความรับผิดชอบ และหาทางแก้ไขไว้ก่อนมิใช่ปล่อยให้เลยเถิดไปมากกว่านี้ เพราะเกิดปัญหาขึ้นมาจริงจะทำอย่างไร

หรือคิดว่าจะต้องพ้นจากเก้าอี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้นแก้กันเองก็แล้วกัน.

“สายล่อฟ้า”