วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้กฎหมายบัตรทอง คำมั่นสุขภาพถ้วนหน้า

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภาที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดมุมมองวิเคราะห์วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ไว้เมื่อปลายเดือนที่แล้ว หลายประเด็นยังคงร้อนและน่าสนใจ

จากข่าวที่อ้างถึงนั้น มีข่าวว่า นพ.มรุต จิรเศรษฐศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ...ได้กล่าวว่าจุดประสงค์หลักของการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ เพราะ

หนึ่ง...ต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยเท่าเดิม และ สอง...ให้สามารถคงหลักประกันสุขภาพฯให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยแก้ไขในส่วนของ สปสช.ที่มีปัญหาติดขัดอยู่ และส่วนผู้ให้บริการที่มีปัญหาติดขัดก็แก้ไขเพื่อทำให้ระบบเดินต่อไป

คำถามต่อคณะกรรมการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 นั้นก่อให้เกิดปัญหาแค่ 2 ข้อตามที่เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช่หรือไม่ หรือเป็นการแก้ไขเพียงเท่าที่คณะกรรมการชุดนี้มองเห็นปัญหาเท่านั้น?

จะเห็นได้ว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้กฎหมายบัตรทอง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 ในคำสั่งระบุว่า ให้คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.ดังกล่าวในประเด็นต่างๆที่มีปัญหาควรแก้ไข โดยให้นำงานที่หน่วยงานต่างๆที่เคยทำไว้ และเกี่ยวข้องกับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2559 เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณะด้านสาธารณสุข และค่าใช้จ่ายอื่นๆตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุง

พญ.เชิดชู เคยทราบว่ากระทรวงยุติธรรมได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว และได้ส่งให้กระทรวงสาธารณสุข แต่คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ นำร่างกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมดำเนินการไว้แล้วมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และเอามาพิจารณาในการยกร่างกฎหมายครั้งนี้ด้วยหรือไม่?

รวมทั้งได้ทราบมาด้วยว่า กรรมาธิการสาธารณสุขสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็เคยยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.นี้เช่นกัน แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็ไม่ได้นำร่างแก้ไขของกรรมาธิการสาธารณสุข สนช.ออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเช่นเดียวกัน

ถึงตรงนี้...จึงมีคำถามสำคัญว่าคณะกรรมการยกร่างกฎหมายชุดนี้ได้นำร่างของ กรรมาธิการสาธารณสุข สนช. เข้ามาพิจารณาด้วยหรือไม่?

เท่าที่ได้ติดตามข่าวที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตลอดมา ตั้งแต่การยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และการบริหารกองทุนนี้มาอย่างต่อเนื่อง พญ.เชิดชู บอกว่า มีปัญหาที่เกิดขึ้นจาก พ.ร.บ.นี้โดยตรง และปัญหาที่เกิดจากการบริหารกองทุนนี้ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “หน่วยบริการสาธารณสุข” ที่ต้องรับงบประมาณไม่พอเพียงในการดำเนินงานจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯจนเกิดปัญหาการขาดทุนหมุนเวียนในการรักษาผู้ป่วยในระบบ 30 บาท

“การขาดทุนนี้...สะสมมานาน ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องอนุมัติงบกลางมา 5,000 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดเงินทุนของโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน”

นอกจากนี้จะพบว่ามีปัญหาที่เกิดจากการบริหารกองทุน 30 บาท จนทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาตามมาตรฐานการแพทย์ จากการบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาลของผู้บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราตายสูง และกฎระเบียบของ สปสช.ทำให้ระบบรายงานโรคในระดับชาติผิดไปจากความเป็นจริง

น่าสนใจว่า ปัจจัยปัญหาที่สั่งสมเรื้อรังเหล่านี้ จะส่งผลให้การวางนโยบายใดๆในการแก้ปัญหาด้านการแพทย์ สาธารณสุข และการประกันสุขภาพไม่ตรงประเด็นที่มีปัญหาจริง

“การจะแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงต้องแก้เพื่อให้สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็นจริง”

ข้อเสนอในการแก้ปัญหาคือการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพ นับหนึ่งจากการที่หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 37/2559 ให้สามารถจ่ายเงินที่ผิดกฎหมายตามเดิมได้ถ้าเป็นการกระทำโดยสุจริต ทำให้เกิดคำถามไปถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ออกคำสั่งนี้ แสดงว่า...ท่านมีความสงสัยว่าการใช้จ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเหล่านี้ อาจเกิดจากความไม่สุจริตก็ได้

ท่านจึงได้เขียนคำสั่งว่าถ้าเป็นการจ่ายโดยสุจริตก็ให้ทำได้

เมื่อหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีเกิดความสงสัยว่าการใช้จ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอาจจะมีความไม่สุจริตเกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับกำชาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการใช้จ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งหลายว่าเป็นการจ่ายเงินโดยสุจริตทั้งหมดทั้งสิ้นหรือไม่?

ถ้าตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ได้รายงานผลการสอบสวนนี้แล้วหรือยัง? ถ้ายังไม่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จะถือได้ว่า ...รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่?

และ...ถ้านายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้ติดตามการดำเนินงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องนี้ จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จนทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปโดยไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการ

“ให้บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพมาตรฐาน” แก่ประชาชนหรือไม่?

นอกจากนี้การที่ สปสช.จ่ายเงินไปโดยผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น มีผลทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติลดลงจากที่ควรจะเป็นหรือไม่? ถ้าประชาชนได้ผลประโยชน์จากกองทุนหลักประกันสุขภาพลดลงจากที่ควรจะได้ การแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ก็ไม่ควรที่จะแก้ให้ สปสช.สามารถจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้...

นอกเหนือจากการจ่าย “ค่าบริการสาธารณสุข” โดยตรง แก่บุคคลตามกฎหมายเดิม

พญ.เชิดชู บอกอีกว่า ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตอบคำถามดังกล่าวว่าได้ติดตามตรวจสอบว่ามีการดำเนินการสอบสวนการใช้จ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วหรือไม่ และถ้ามีการสอบสวนแล้วได้ผลเป็นอย่างไร? ควรเปิดเผยให้ประชาชนทั่วไปทราบด้วย

ประเด็นถัดมา...ดูจากการยกร่างกฎหมายของกรรมการชุดนี้แล้ว พบว่า มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อจะให้อำนาจกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สั่งจ่ายเงินกองทุนนอกเหนือจากการให้บริการสาธารณสุขแก่บุคคลตามคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งจะสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ไม่สุจริตได้ง่าย และไม่ตรงกับเป้าหมายของการจัดตั้งกองทุนนี้

ยังมีประเด็นเคลือบแคลงสงสัย...ปัญหาอื่นๆในรายละเอียดที่ต้องคลี่คลายแก้ไขให้กระจ่างเพื่อความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะได้เดินหน้าต่อไปตามหลักการที่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งหลังแก้กฎหมายบัตรทองเรียบร้อยแล้วอาจเป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องลงลึก ค่อยๆแก้กันไปทีละเปลาะ ทีละข้อ

“หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ที่คนไทย ประเทศไทยภาคภูมิใจ จะก้าวเดินต่อไปอย่างไรนับจากนี้ เป็นอนาคตที่ต้องจับตา.