บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มันมาอีกแล้ว! ‘มัลแวร์เรียกค่าไถ่’ โจมตีทั่วโลกรอบใหม่ ยูเครนอ่วมสุด

กลุ่มแฮกเกอร์ไม่ทราบฝ่ายส่ง ไวรัสคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่ หรือ แรนซัมแวร์ โจมตีคอมพิวเตอร์ของบริษัทและหน่วยงานหลายแห่งทั่วโลกระลอกใหม่ในวันอังคาร โดยตอนนี้ยูเครนได้รับผลกระทบหนักที่สุด...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทรายใหญ่หลายแห่งทั่วโลก รวมทั้งบริษัทโฆษก ‘ดับเบิลยูพีพี’ ยักษ์ใหญ่ในสหราชอาณาจักร, บริษัทน้ำมัน ‘รอสเนฟต์’ ของรัสเซีย และบริษัทขนส่ง ‘เมอส์ก’ ของเดนมาร์ก ออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์ ด้วยไวรัสคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่

“ระบบไอทีของบริษัท ดับเบิลยูพีพี หลายสาขาได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ต้องสงสัยว่าเป็นการโจมตีทางไซเบอร์” ดับเบิลยูพีพี ระบุผ่านทวิตเตอร์ ขณะที่บริษัท เมอส์ก ก็ออกแถลงการณ์ว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของพวกเขาล่มหลายจุด เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่บริษัทเภสัชกรรม ‘เมอร์ค’ ในสหรัฐฯ ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ‘กรุ๊ป ไอบี’ บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในรัสเซีย ออกมาระบุว่า มัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวนี้เล่นงานบริษัทในรัสเซียและยูเครนกว่า 80 แห่งแล้ว โดยสถานการณ์ในยูเครนถือว่าค่อนข้างหนัก โดยธนาคารกลางต้องออกมาเตือนบริษัทการเงินทั่วประเทศ ว่าการโจมตีของไวรัสไม่ทราบชนิดนี้จะสร้างปัญหาให้ธนาคารและการบริการลูกค้าได้

ทั้งนี้ ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งล่าสุดนี้มีที่มาจากที่ใด โดยบริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์หลายแห่งรวมทั้ง ‘ซีแมนเทค’ ระบุว่า แรนซัมแวร์ที่ถูกใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้มีชื่อว่า ‘เปตยา’ (Petya) ซึ่งมีชื่อเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว แต่บริษัท แคสเปอร์สกี แล็บ ระบุว่า ไวรัสตัวนี้คือ ‘เอ็กซ์ปีเตอร์’ (ExPetr) แรนซัมแวร์ชนิดใหม่

อย่างไรก็ตาม ไวรัสปริศนาตัวนี้มีลักษณะการโจมตีคล้ายกรณีของไวรัส ‘วันนาคราย’ (WannaCry) ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลกเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมันจะเข้ารหัสล็อกเอกสารไม่ให้เหยื่อสามารถเข้าถึงได้ และขอให้เหยื่อจ่ายเงินค่าเป็นสกุลเงินออนไลน์ ‘บิตคอยน์’ มูลค่าเริ่มต้นที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับการปลดล็อกรหัส

นอกจากนี้ มันยังใช้โค้ด ‘EternalBlue’ ที่เชื่อว่าพัฒนาโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ แต่ถูกขโมยออกมาเผยแพร่ เพื่อเจาะช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการวินโดว์ในการโจมตีเหมือนกันอีกด้วย

ด้านนายสกอตต์ แมคคอนเนลล์ โฆษกกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า พวกเขากำลังจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เช่นกัน โดยกำลังประสานงานกับพันธมิตรทางไซเบอร์ทั้งในและต่างประเทศ และพร้อมจะให้การสนับสนุนทุกคำขอความช่วยเหลือ