วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกทั้งฮาร์ดดิสก์ ไทยเซิร์ตเตือนมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya ระบาดแล้ว

ไทยเซิร์ต แจ้งเตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ระวังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya สายพันธุ์ใหม่ แพร่กระจายแบบเดียวกับ WannaCry หากโดนจะถูกเข้ารหัสลับข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์ ต้องจ่ายค่าไถ่ 300 เหรียญสหรัฐฯ เป็นบิตคอยน์ เพราะยังหาทางกู้ไม่ได้...

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ออกรายงานแจ้งเตือนล่าสุดว่า มีรายงานการแพร่ระบาดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายผ่านช่องโหว่ของระบบ SMBv1 แบบเดียวกับที่มัลแวร์ WannaCry ใช้ สถิติความเสียหายพบคอมพิวเตอร์ทั่วโลกติดมัลแวร์นี้แล้วกว่า 300,000 เครื่อง ภายใน 72 ชั่วโมง ประเทศที่ได้รับแจ้งว่าถูกโจมตี ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน อินเดีย และประเทศในแถบยุโรป หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ เช่น ธนาคารกลาง บริษัทพลังงานไฟฟ้า สนามบิน เป็นต้น

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya เคยมีการแพร่ระบาดมาแล้วก่อนหน้านี้เมื่อกลางปี 2559 ลักษณะการทำงานจะไม่ใช่การเข้ารหัสลับไฟล์ข้อมูลเหมือนมัลแวร์เรียกค่าไถ่ทั่วไป แต่จะเข้ารหัสลับ Master File Table (MFT) ของพาร์ทิชัน ซึ่งเป็นตารางที่ใช้ระบุตำแหน่งชื่อไฟล์และเนื้อหาของไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ได้ โดยเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ จะไม่สามารถเปิดระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งานได้ตามปกติ โดยจะปรากฏหน้าจอเป็นข้อความสีดำตามรูปที่ 1 ผู้พัฒนามัลแวร์เรียกร้องให้เหยื่อจ่ายเงินเป็นจำนวน 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยให้จ่ายเป็น Bitcoin เพื่อปลดล็อกถอดรหัสลับข้อมูล

จากข้อมูลเบื้องต้น มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya สายพันธุ์ใหม่ (ถูกเรียกชื่อว่า Petwrap) มีความสามารถในการแพร่กระจายโดยอัตโนมัติผ่านช่องโหว่ของระบบ SMBv1 ใน Windows ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดตแพตช์แก้ไขช่องโหว่หรือเปิดให้สามารถเชื่อมต่อบริการ SMBv1 ได้จากเครือข่ายภายนอก มีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อได้

1. สำหรับครั้งแรกก่อนมีการเปิดใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ตัดการเชื่อมต่อทางเครือข่ายก่อน (LAN และ WiFi) จากนั้นเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อติดตั้งแพตช์ (ข้อ 3) หรือตั้งค่าปิดการใช้งาน SMBv1 (ข้อ 4) และทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

2. ในขณะใช้งานหากเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงานและแสดงหน้าจอสีน้ำเงิน ห้าม Restart เครื่อง เนื่องจากมัลแวร์ Petya จะเข้ารหัสลับข้อมูลหลัง Restart เครื่อง ฉะนั้นให้รีบปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และติดต่อผู้ดูแลระบบเพื่อสำรองข้อมูลออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยด่วน

3. ติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ SMBv1 จาก Microsoft โดย Windows Vista, Windows Server 2008 ถึง Windows 10 และ Windows Server 2016 ดาวน์โหลดอัปเดตได้ 

4. หากไม่สามารถติดตั้งอัปเดตได้ เนื่องจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya แพร่กระจายผ่านช่องโหว่ SMBv1 ซึ่งถูกใช้ใน Windows เวอร์ชันเก่า เช่น Windows XP, Windows Server 2003 หรืออุปกรณ์เครือข่ายบางรุ่น หากใช้งาน Windows เวอร์ชันใหม่และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ SMBv1 ผู้ดูแลระบบอาจพิจารณาปิดการใช้งาน SMBv1 โดยดูวิธีการปิดได้ ที่นี่


5. หากไม่สามารถติดตั้งอัปเดตได้ ผู้ดูแลระบบควรติดตามและป้องกันการเชื่อมต่อพอร์ต SMB (TCP 137, 139 และ 445 UDP 137 และ 138) จากเครือข่ายภายนอก อย่างไรก็ตาม การบล็อกพอร์ต SMB อาจมีผลกระทบกับบางระบบที่จำเป็นต้องใช้งานพอร์ตเหล่านี้ เช่น file sharing, domain, printer ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบก่อนบล็อกพอร์ตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา

6. อัพเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ หากเป็นไปได้ควรหยุดใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows XP, Windows Server 2003 และ Windows Vista เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุนด้านความมั่นคงปลอดภัยแล้ว หากยังจำเป็นต้องใช้งานไม่ควรใช้กับระบบที่มีข้อมูลสำคัญ

7. ติดตั้งแอนติไวรัสและอัปเดตฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันแอนติไวรัสจำนวนหนึ่งสามารถตรวจจับมัลแวร์ Petya สายพันธุ์ที่กำลังมีการแพร่ระบาดได้แล้ว

ข้อแนะนำในการแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อ

1. หากพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ตกเป็นเหยื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya ให้ตัดการเชื่อมต่อเครือข่าย (ถอดสาย LAN, ปิด Wi-Fi) และปิดเครื่องทันที
2. แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบในหน่วยงานว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ตกเป็นเหยื่อ

ข้อแนะนำอื่นๆ

• ปัจจุบันยังไม่พบช่องทางที่สามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสลับจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya ได้โดยไม่จ่ายเงิน แต่การจ่ายเงินก็มีความเสี่ยงเนื่องจากไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อมูลกลับคืนมา
• ยังไม่พบรายงานว่า มัลแวร์เรียกค่าไถ่ Petya เวอร์ชันที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบันมีการแพร่กระจายผ่านอีเมลเหมือนเวอร์ชันก่อนหน้าด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตระหนักถึงความเสี่ยงของการเปิดไฟล์แนบจากอีเมลที่น่าสงสัย
• ควรสำรองข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ และหากเป็นไปได้ให้เก็บข้อมูลที่ทำการสำรองไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายอื่นๆ โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ ข้อแนะนำวิธีสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือข้อมูลสูญหาย 
• หากมีการแชร์ข้อมูลร่วมกันผ่านระบบเครือข่าย ให้ตรวจสอบสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลแต่ละส่วน และกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้มีสิทธิ์อ่านหรือแก้ไขเฉพาะไฟล์ที่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิ์เหล่านั้น
• หากพบเหตุต้องสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในกรณีนี้ สามารถประสานกับไทยเซิร์ตได้ทางอีเมล report@thaicert.or.th หรือโทรศัพท์ 0-2123-1212.