บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โว 10 อุตสาหกรรมยักษ์บุกอีอีซี

กล่อมเอกชนอย่ากังวลลงทุนชี้มี ม.44 แก้ได้

10 บริษัทยักษ์พร้อมลุยอีอีซี “คณิศ” ระบุโตโยต้า–ฮอนด้าเซย์เยส ร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง “ลาซาด้า” พร้อมบุก โบอิ้งกำลังจ่อตามแอร์บัสมาติดๆ เตรียมเสนอท่าเรือแหลมฉบัง–มาบตาพุด–สัตหีบเป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพิ่ม ย้ำเอกชนไม่ได้กังวลใจ พ.ร.บ.อีอีซี ล่าช้า ม.44 จัดการได้ทุกปัญหา ครม.เร่งเครื่องถนนเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายอีอีซี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีวาระสำคัญคือ การเสนอให้กำหนดพื้นที่โดยรอบ 3 ท่าเรือในพื้นที่อีอีซี ประกอบด้วย ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือสัตหีบ เป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพิ่มเติม ที่อยู่ในพื้นที่ของเขตส่งเสริมพิเศษอู่ตะเภา ซึ่งเขตส่งเสริมพิเศษนี้จะเป็นเขตที่ได้รับสิทธิประโยชน์ของอีอีซี 100%

นอกจากนี้ จะติดตามความคืบหน้า 4 โครงการลงทุนเร่งด่วน ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะลงทุนภายในปีนี้ ประกอบด้วย สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 2 ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 2 และรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งการวางระบบขนส่งสินค้าและระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยง ทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ และท่องเที่ยวใน 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา นอกจากนั้น จะมีการเสนอแผนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นมหานครร่วมกัน และการรายงานความคืบหน้าเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งตั้งเป้าหมายผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนภายปีนี้จำนวน 30 ราย และปัจจุบันมีการตัดสินใจแล้วจำนวน 10 ราย

“ผมจะรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุม หากมีเรื่องใดที่หน่วยงานรับผิดชอบมีข้อติดขัดก็จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการโดยตรง และเร็วนี้ๆสำนักงานอีอีซีจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกไปโรดโชว์นักลงทุนประเทศจีนและสหภาพยุโรปให้เข้ามาลงทุนในอีอีซี”

สำหรับ 10 บริษัทเอกชนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนมี อาทิ บริษัทเครื่องบินแอร์บัส ร้านค้าออนไลน์ชั้นนำของโลกลาซาด้า ค่ายรถยนต์โตโยต้าและฮอนด้า กลุ่มบริษัทที่พร้อมลงทุนใช้หุ่นยนต์ในระบบขนส่ง, เอสซีจีกรุ๊ป และล่าสุดเครื่องบินโบอิ้งมีความสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน และการฝึกอบรม ส่วนค่ายเทสล่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ยังอยู่ระหว่างการประสานในการเจรจา

นายคณิศยังกล่าวต่อถึงความคืบหน้าการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อีอีซีว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียด โดยคาดว่าจะเสนอกลับมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีผลบังคับใช้ช่วงเดือน ต.ค.นี้ ส่วนกรณีมีเอกชนแสดงความกังวล และอยากให้ พ.ร.บ.อีอีซี มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ผมไม่อยากให้มีความกังวล เพราะเรามี ม.44 เข้ามาบังคับใช้อยู่แล้ว อาทิ การกำหนดเขตส่งเสริมพิเศษ

วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาในการจัดกรรมสิทธิ์และเวนคืนที่ดิน (พ.ร.ฎ.) ในเขตการก่อสร้างโครงการทางหลวงหมายเลข 12 ช่วง อ.แม่สอด จ.ตาก-อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เพื่อสนับสนุนให้โครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากที่มีเอกชนผู้ชนะประมูลโครงการบางรายยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินงานก่อสร้างได้เพราะติดปัญหาเรื่องการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

สำหรับการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สายแม่สอด (เขตแดน)-มุกดาหาร ตอน บ.นาไคร้- อ.คำชะอี ระยะทาง 36.3 กิโลเมตร วงเงิน 2,650 ล้านบาทนั้น เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC East-West Economic Corridor) ระยะทางรวมทั้งสิ้น 770 กิโลเมตร เชื่อมเส้นทางระหว่าง เมียนมา-ไทย-ลาว-เวียดนามเข้าด้วยกัน ซึ่งถูกยกให้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการค้าในกลุ่มสมาชิกอาเซียนและประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) ที่กำลังเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากตลอดจนด้านการลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงมาตรฐานการขนส่งที่รวดเร็วปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จนั้นจะไม่เพียงช่วยยกระดับการขนส่งในเส้นทาง EWEC เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นทางเลือกใหม่เพื่อรองรับการเดินทางจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดมุกดาหารได้อีกด้วย

โดยแผนการดำเนินโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างและขยายเส้นทางจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร โดยเป็นแนวทางตัดใหม่ ผ่านพื้นที่ ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ กม.704+ 400.000-กม.740+708.297 กรอบวงเงิน 2,650 ล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินค่าก่อสร้าง 2,400 ล้านบาทและวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 250 ล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปบางส่วนแล้ว คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือน ต.ค. 2562.