บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสี่ยงรูปแบบใหม่ไทยหลัง 20 ปีต้มยำกุ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยออกรายงานบทเรื่อง “20 ปีวิกฤติเศรษฐกิจ 2540: บทเรียนสู่เส้นทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน” โดย น.ส.เสาวณี จันทะพงษ์และนายนิธิสาร พงศ์ปิยะไพบูลย์ ระบุว่า ปี 2560 เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีวิกฤติทางการเงินที่รู้จักกันว่า “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น “วิกฤติการเงินในภูมิภาคเอเชีย” โดยสาเหตุของวิกฤติมาจากการสะสมความเสี่ยงช่วงก่อนปี 2540 ที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะฟองสบู่ ซึ่งนำไปสู่การเกิด “วิกฤติคู่” ทั้งวิกฤติค่าเงินและวิกฤติสถาบันการเงิน มาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 1.ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค 2.การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินภายใต้เงื่อนไข “Impossible Trinity” หรือ 3 องค์ประกอบทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกัน คือ การเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างอิสระ การใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ และการใช้นโยบายการเงินที่เป็นอิสระ 3.สถาบันของไทยไม่เข้มแข็งและขาดธรรมาภิบาล

อย่างไรก็ตาม วิกฤติปี 2540 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเศรษฐกิจและช่วยให้ไทยผ่านบทพิสูจน์สำคัญมาได้หลายครั้ง ทั้งวิกฤติการเงินโลกในปี 2551 และมหาอุทกภัยปี 2554 โดยบทเรียนสำคัญที่ไทยได้รับจากวิกฤติปี 2540 คือ การสร้างสมดุลทางนโยบายและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การสร้างความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาเชิงระบบและดำเนินนโยบายแบบยืดหยุ่น โดยนำไปสู่การปรับโครงสร้างขนานใหญ่ ทั้งการปรับโครงสร้าง ธปท.เปลี่ยนกรอบนโยบายการเงินมาเป็นการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น เปลี่ยนการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เช่น สถาบันคุ้มครองเงินฝาก เครดิตบูโร รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ในบทความระบุว่า แม้จะผ่านไป 20 ปี แต่ประเทศไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆในอนาคต เพราะโลกในปัจจุบันมีลักษณะ “VUCA” คือ ผันผวนสูง ไม่แน่นอนและคาดเดายาก มีความเชื่อมโยงซับซ้อน เห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจน เศรษฐกิจไทยจึงควรสร้างภูมิคุ้มกันให้หลากหลายมิติมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมทัศนคติและค่านิยมตาม “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้เศรษฐกิจไทยอยู่ได้ท่ามกลางวัฏจักรเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป.