วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจไม่ดี สินค้าเกษตรราคาตก คนหยุดจับจ่ายใช้สอย หรือเราจะคิดไปเอง?

หลังจาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมายอมรับว่าราคาผลผลิตด้านการเกษตร ทั้งราคาข้าวโพด ปาล์ม สับปะรด อยู่ในช่วงตกต่ำ โดยมองว่า เรื่องของการเพาะปลูก และราคาสินค้าเกษตร เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงที่ต้องทำงานร่วมกัน อาทิ ข้าวโพด และปาล์ม เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงพาณิชย์ กล้วยและสับปะรด เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ขณะที่ นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรประจำเดือน พ.ค. ลดลง 2.84% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สินค้าที่ดัชนีราคาปรับตัวลดลง อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลง 21% เนื่องจากปริมาณออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น สับปะรดโรงงาน ลดลง 55% เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 60,000 ตัน และเดือน มิ.ย. ดัชนีราคาสินค้าเกษตรคาดว่าจะเพิ่มขึ้น อาทิ ยางพารา มังคุด ไก่เนื้อ

จากประเด็นดังกล่าว ทีม ข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญๆ จาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยอ้างอิงจากราคารายวัน ณ จุดรับซื้อ หรือตลาดสำคัญ ของวันที่ 27 มิ.ย. 60 และ วันที่ 27  มิ.ย. 59 โดยจะหยิบราคาสินค้าเกษตรบางประเภทมาให้ดู ดังนี้

สินค้า                                         27 มิ.ย. 59             27 มิ.ย.60               หน่วย

ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 15%             11,350-13,000      11,600-11,300        บาท/ตัน

หอมปทุมธานี 1 ความชื้น 15%          11,200                  9,250                     บาท/ตัน

หัวมันสำปะหลังสด                          1.65                     1.10                       บาท/ตัน

หัวมันสำปะหลังสด (แป้ง 25%)          2                          1.60                       บาท/กก.

ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3                       53.29-55.05          51.08-52.16            บาท/กก.

น้ำยางสด                                    47                         48                         บาท/กก.

สับปะรดโรงงาน                            12-13.50                4.60                      บาท/กก. 

สุกร                                          74-78.50               58-60                     บาท/กก.

ไก่รุ่นพันธุ์เนื้อ                               35.50-36               40-41                     บาท/กก.

ไข่ไก่สด                                      320                       260                        บาท/ร้อยฟอง

ไข่ไก่สด เบอร์ 3                            295                      260                        บาท/ร้อยฟอง

ไข่ไก่สด เบอร์ 4                            285                      250                       บาท/ร้อยฟอง

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า สินค้าเกษตรบางประเภท ราคาลดลงจากปี 59 อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่สินค้าเกษตรบางประเภทก็ไม่ได้ปรับราคาลดลงเท่าไรนัก ในเรื่องนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หากเกษตรกรมีรายได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวม 

'อภิรดี' เรียกพาณิชย์จังหวัด รับมือราคาสินค้าเกษตร

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญประชุมพาณิชย์จังหวัดที่ประจำอยู่ทั่วประเทศ เพื่อรับทราบนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร ทั้งสินค้าข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ เพราะพาณิชย์จังหวัดเป็นคนในพื้นที่ ที่ต้องเป็นกำลังหลักของกระทรวงพาณิชย์ ในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

"จะชี้แจงให้พาณิชย์จังหวัดรับทราบและนำนโยบายไปปฏิบัติ ทั้งนโยบายเร่งด่วน และการเตรียมการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาด รวมถึงรับทราบนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ ที่พาณิชย์จังหวัดต้องนำไปปฎิบัติ โดยเฉพาะแนวทางการบริหารจัดการตลาดข้าว ปี 60/61 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการค้าข้าว การบริหารจัดการด้านการตลาด เป็นต้น"

เศรษฐกิจไม่ดี เราคิดกันไปเองหรือไม่ นักวิชาการช่วยไขข้อสงสัย

นาย ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์ พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีที่ผ่านมา ขยายตัวดีขึ้น ตัวเลขจีดีพีรวมดีขึ้น ยืนยันจากตัวเลขการส่งออกดีขึ้น 13% ตัวเลขการใช้ไฟก็ดีขึ้น ยอดจดทะเบียนรถยนต์ก็ดีขึ้น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น เหล่านี้สามารถสะท้อนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้

ส่วนของผู้ประกอบการที่มองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องดูว่าเกิดจากอะไร คนไม่ซื้อ หรือคู่แข่งเยอะ เพราะตอนนี้ภาคธุรกิจแข่งขันกัน ตัดราคากัน ยกตัวอย่างโรงแรม ที่อัตราการเข้าพักไม่สูง ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะคู่แข่งเยอะขึ้น

"ที่ประชาชนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ก็อาจจะไม่ดีจริงๆ แต่มันก็มีสาเหตุหลายส่วน ประกอบในระยะนี้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีกำลังซื้อ แต่ทุกครั้งที่จะซื้อ ก็จะต้องชั่งใจมากขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ราคาสินค้าเกษตรทุกรายการ ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยาง ปาล์มน้ำมัน น้ำตาล ราคาโดยรวมไม่ค่อยดีเท่าไร และที่สำคัญกำลังซื้อส่วนใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย มาจากเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ผลิตข้าว และหลังๆ คือยางพารา สับปะรดเอง

ล่าสุด ทางกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีก็เพิ่งพูดว่า ราคาตกลงในช่วง 2-3 เดือน สังเกตได้ว่า เศรษฐกิจที่มันดูไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากราคาพืชผลตกต่ำ ทำให้เกษตรกรตั้งต้น ไม่สามารถซื้อของได้มากขึ้น ก็จะทำให้ได้รับผลกระทบ

ส่วน ภาคการส่งออก เพิ่งจะเริ่มฟื้นในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นจึงยังไม่มีการจ้างงานเพิ่ม หรือให้เงินเดือนเพิ่ม ธุรกิจยังไม่กล้าลงทุน เพราะยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน

"ที่คนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี คือเป็นภาพรวมส่วนใหญ่ เพราะเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้เพิ่งเริ่มฟื้นตัว และช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากกำลังซื้อแผ่ว และไม่มีสัญญาณฟื้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ราคาที่ไม่สูง ประกอบกับกำลังซื้อที่ไม่มาก และไม่คล่องตัวเหมือนอดีต และคนระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย แต่ภาพเศรษฐกิจโดยรวมๆ กำลังมีสัญญาณที่ดีขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจ และสำนักวิจัยต่างๆ ในประเทศไทย พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ เติบโตกว่าปีที่แล้ว แต่ก็เป็นไปได้ว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจอาจยังกระจุกตัวอยู่ในบางภาคอุตสาหกรรม ยังกระจายไปไม่ถึงทุกคน ดังนั้น รัฐบาลจะต้องใส่ใจมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ทุกคนรับรู้ได้

นาย ธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทิศทางเศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้น เพราะการส่งออกดีขึ้น การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นกลับมา สังเกตได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศ สุดท้ายเม็ดเงินจะไหลเข้ามา

ในส่วนของเงินบาทที่แข็งค่า เป็นเพราะว่า เงินเข้าประเทศ สะพัดเข้ามาจากการลงทุนต่างๆ เพราะฉะนั้น ทิศทางในครึ่งปีหลังน่าจะเป็นสัญญาณบวก เงินจะไหลเข้าประเทศ ต่างชาติจะเริ่มสนใจในการลงทุนมากขึ้น เอกชนก็จะรอให้การเมืองนิ่ง ถึงจะเริ่มลงทุน

สำหรับ รัฐบาล เงินลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐจะเริ่มอัดฉีดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ เงินจะหาได้คล่องขึ้น ดังนั้น เศรษฐกิจจึงมีทิศทางที่จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น แต่จะยังไม่ชัดเจน เพราะราคาพืชผลยังต่ำ ตามราคาน้ำมัน ต้องจับตาราคาน้ำมันโลกเป็นตัวตั้ง ไตรมาสที่ 3 อาจจะดูนิ่ง แต่เชื่อว่าไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจน่าจะสดใสขึ้น และคนจะเริ่มหาเงินได้คล่องขึ้น