วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขข้อข้องใจ! ตัด 'ไม้พะยูง' ในที่ดินของตนเอง ผิดกฎหมายหรือไม่

ฟันธงไปเลย! ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนยังไม่เข้าใจเรื่องไม้พะยูง หลายคนมีไม้พะยูงขึ้นอยู่แถวบ้าน อาจกลัวจากข่าวที่ผ่านมา โดนจับจากการตัดไม้พะยูง สรุปแล้วตัดไม้หวงห้ามนั้นผิดจริงหรือไม่ ไทยรัฐออนไลน์พาไปไขข้อข้องใจกับปัญหาเหล่านี้..

จากกรณี ไม้พะยูงล้มทับบ้าน ส่งผลให้เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขว้าง ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ ติดต่อสอบถาม นายพิชิต สมบัติมาก ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับกฎหมายไม้พะยูง โดยเผยว่า ไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก คือถ้าเกิดในที่ไหน ต้องขออนุญาตในการตัดหรือใช้ประโยชน์ แต่ถ้าเป็นเคสที่ไม้เกิดล้มลงมา ซึ่งถือเป็นเรื่องเหตุสุวิสัย วาตภัย ถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เบื้องต้นสามารถแจ้งผู้ปกครองท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือ อบต. เทศบาล ให้เขาทราบ ถ้าเราไม่มีเครื่องมือให้แจ้งเทศบาล มาช่วยตัด ก่อนตัดควรถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานทางเอกสาร

“ย้ำว่าต้นไม้ต่างๆ ถ้าขึ้นในที่เรามันก็คือทรัพย์ ไม่ต้องไปแจ้งก็ได้ แต่เมื่อไหร่ที่จะตัดต้องไปแจ้ง ซึ่งจะมีระเบียบการทำไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ คือไม้ที่อยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์เราจะตัด ต้องอนุญาตเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ให้ตำรวจป่าไม้หรือทหารมาดำเนินคดี เพราะเมื่อเราเคลื่อนที่ไม้นั้นจะจากป่าหรือจากบ้านมันเหมือนกันหมด ถ้าไปแจ้งแล้วมันจะเป็นวัตถุพยานทางเอกสารเพื่อยืนยันที่ตั้งของมัน ว่าอยู่ในที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ทรัพย์ของเราจริง”

หากถามว่า ทำไมถึงต้องลงบันทึกประจำวัน เพราะว่าหน้าที่ของพนักงานสอบสวนหรือตำรวจ มีหน้าที่รับแจ้งเรื่องราว เพื่อคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน ไม่ให้ผู้อื่นมากระทำต่อทรัพย์หรือต่อตัวเรา หรือแย่งชิงเอาทรัพย์เราไป

สำหรับถ้าจะตัดไม้นั้น ต้องมาขออนุญาตที่สำนักงาน ถ้าต่างจังหวัดก็สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เมื่อแจ้งเสร็จสำนักงานจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจรับรองยืนยันว่ามีไม้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินจริง จะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ที่ดิน ปลัดอำเภอ เข้ามาช่วยยืนยันความถูกต้อง โดยเมื่อตรวจเสร็จแล้วจะต้องเสนอผู้มีอำนาจ ถ้าต่างจังหวัดจะเป็นผู้ว่าฯเป็นผู้อนุมัติให้ตัด จากนั้นจึงจะออกใบอนุญาตให้เรา เว้นแต่เคสที่ล้มทับทรัพย์สิน สามารถตัดได้เลย โดยตัดก่อนแล้วนำหลักฐานไปยื่นทีหลัง คือถ้าล้มทับยังไงก็ต้องตัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนวิธีสร้างหลักฐานคือให้ไปแจ้งผู้ปกครองท้องที่ให้ทราบ

รวมทั้ง เมื่อตัดไม้เสร็จ ไม้จะเป็นทรัพย์สินของเรา ไม่ได้เป็นของตำรวจหรือของป่าไม้ ถ้าเราจะใช้ประโยชน์หรือจะแปรรูปก็เป็นสิทธิของเจ้าของ หรือจะบริจาคให้สาธารณประโยชน์ แต่ตอนนี้ยังไม่มีระเบียบการขายไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ หมายความว่า ตอนนี้ยังขายไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราปลูกต้นไม้ไว้ห้าไร่สิบไร่ ปลูกมาแล้ว 20 ปี เช่น ไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง เมื่อจะตัดเพื่อค้าขายสามารถดำเนินการได้ โดยเอาไปขึ้นทะเบียนสวนป่าเอกชน ตามพ.ร.บ.สวนป่า ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ปลูกไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์หรือเพื่อการค้า เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้ โดยถ้าต่างจังหวัด ต้องไปขึ้นทะเบียน ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ส่วนในเขตกรุงเทพฯต้องไปยื่นที่กรมป่าไม้ บางเขน

“อยากให้ทุกคนหันมาปลูกสวนป่าเยอะๆ แทนปลูกอ้อยปลูกมัน ยิ่งถ้าเราพอมีเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือพื้นที่ว่างเปล่า เอามาปลูกไม้เศรษฐกิจตรงนี้ ในอนาคตอาจจะเป็นเศรษฐีไม่รู้ตัว เพราะไม้ทุกวันนี้มีราคาแพงมาก โดยเฉพาะไม้พะยูง ไม้สัก ที่มีราคาแพงเพราะว่าไม้เหล่านี้จะขึ้นได้ดีในโซนร้อนเขตบ้านเรา ที่มีแสงแดดเยอะ ซึ่งอุณภูมิเหมาะกับการปลูกต้นไม้มาก”

อย่างไรก็ตาม เรื่องต้นไม้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ว่าคนทั่วไปยังเข้าใจไม่ถูกต้อง คือถ้าตัดในป่าถูกจับแน่นอน แต่ถ้าตัดในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนมันเป็นทรัพย์ของเรา เพียงแค่ไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง จะต้องไปยื่นขออนุญาต ซึ่งปัจจุบันการยื่นขออนุญาตไม่ได้ยุ่งยาก มี พ.ร.บ.ค่อยอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไร.