วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียกร้องใช้เซนเซอร์มาตรฐานเดียว หวั่นทำงานซ้ำซ้อน

สมาคมโฆษณาฯ เรียกร้องให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7 ชี้แจงเหตุผลที่ต้องตั้งชมรมขึ้นมาเซนเซอร์โฆษณาโทรทัศน์ ซ้ำซ้อนกับกรรมการเดิมที่มีอยู่แล้ว มองการมี 2 ชมรมจะทำให้เกิดความสับสน และเสียหายเพิ่มขึ้น 2 เท่า

นางอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การมีมาตรฐานตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณา หรือ เซนเซอร์ 2 แห่ง คือ กรรมการชุดเดิม และ ชมรมใหม่ที่ ช่อง 7 และ ช่อง 5 ตั้งขึ้น จะส่งผลกระทบกับทั้งเจ้าของสินค้าและเอเจนซี ทำให้เกิดความสับสนในการยื่นขออนุมัติจากทั้ง 2 แห่ง เอเจนซีวางแผนการทำงานลำบาก และเพิ่มค่าใช้จ่ายถึง 2 เท่า พร้อมฝากคำถามถึงช่อง 5 และช่อง 7 ว่าทำไมต้องมี 2 มาตรฐาน

“เมื่อมี 2 องค์กร จะต้องไปส่งทั้งองค์กรที่ 1 และองค์กรที่ 2 ในการเซนเซอร์ มันจะเกิดความเสียหายในเรื่องของการเตรียมงาน บุคลากรและค่าใช้จ่าย และที่สำคัญในเรื่องของมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ เรื่องนี้จึงขอคำตอบที่ชัดเจนจากการที่จะตั้งชมรมขึ้นมาอีก 1 ชมรม เพื่อทำการเซนเซอร์ที่ซ้ำซ้อนกับการเซนเซอร์เดิม เพราะว่ามันจะได้ประโยชน์อะไรกับการทำงานที่มีอีก 1 องค์กรและทำเรื่องเดียวกัน” นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าว

นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กล่าวว่า การมี 2 หน่วยงาน จะทำให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบ

“ความล่าช้าที่ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน แคมเปญต่างๆ ที่เคยออกอากาศพร้อมกันทุกช่อง ที่วางแผนไว้อาจจะไม่สะดวกเหมือนที่ผ่านมา ความเสียหายที่มีก็คงจะมีบ้าง" ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กล่าว

ด้าน นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า มองไม่เห็นประโยชน์ที่ช่อง 5 และช่อง 7 จะได้รับจากการชมรมใหม่ที่มี 2 มาตรฐาน แต่กลับมีความเสียหายเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ และมองว่าจากนี้ไปจะเกิดความวุ่นวายในอุตสาหกรรม เกิดเป็นภาระและความสับสน

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมีเซนเซอร์โฆษณา 2 แห่ง เพราะทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น มีต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสูง และเวลาขอความช่วยเหลือ หรือของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ หรือ กสทช. จะทำได้ยาก หรืออาจไม่ได้เลย เพราะขั้นตอนดำเนินการต้องพิจารณาทั้ง 2 แห่ง ซึ่งขาดความเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงการไม่เป็นมืออาชีพ และอาจทำให้เกิดความแตกแยกในอุตสาหกรรมโทรทัศน์.