วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หอบทุเรียนป่าละอูขึ้นโรงพัก แจ้งความสวนมักง่ายขายผลอ่อน ทำเสียชื่อ

นักข่าวและเจ้าของสถานีวิทยุชุมชนหอบทุเรียนขึ้นโรงพักแจ้งความ หลังซื้อจากงานใหญ่ที่ ททท.จัดโฆษณาขายทุเรียนป่าละอูของแท้จากสวน แต่แกะออกมากลับเป็นผลอ่อน เนื้อแข็งกินไม่ได้ เตือนคนกินควรตรวจสอบคุณภาพก่อนซื้อ...  

วันที่ 27 มิ.ย.60 นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/9 เขตเทศบาลตำบลร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชน และผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ส่วนกลางฉบับหนึ่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยนำทุเรียนป่าละอูน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ที่ซื้อจากร้านค้าหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการนำทุเรียนป่าละอูของแท้จากสวนมาจำหน่ายโดยตรง

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ททท.ประจวบคีรีขันธ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมสวนทุเรียนป่าละอู อ.หัวหิน และบริเวณเต็นท์จัดจำหน่ายทุเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ซึ่งตนได้ซื้อทุเรียน 1 ผล ราคา 900 บาท จากราคาปกติ กก.ละ 200 บาท แต่จำหน่ายราคาพิเศษให้กับคณะสื่อมวลชนเพียง กก.ละ 180 บาท พร้อมติดป้ายสติกเกอร์เพื่อยืนยันว่าเป็นทุเรียนป่าละอูแท้ โดยตนแจ้งให้ผู้ขายเลือกผลที่จะรับประทานได้ในวันที่ 26 มิ.ย. เพื่อจะนำไปเป็นของฝากกับญาติที่ จ.สมุทรปราการ จนกระทั่งถึงกำหนดวันรับประทาน จึงแกะทุเรียนผลดังกล่าว ปรากฏว่าเป็นทุเรียนอ่อน เมล็ดในมีสีเหลืองอ่อน เนื้อทุเรียนแข็งและมีสีขาว ไม่สามารถรับประทานได้ จึงได้นำทุเรียนมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ผู้จำหน่ายรับผิดชอบ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่นิยมซื้อทุเรียนป่าละอู ให้ตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้ชัดเจน เนื่องจากทุเรียนป่าละอูมีราคาสูงกว่าชนิดอื่นในท้องตลาด มีประชาชนสนใจซื้อทั่วประเทศ มีทั้งการขายตรง และส่งขายทางไปรษณีย์

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้นำบันทึกประจำวันไปแจ้งความอีกครั้งที่ สภ.หนองพลับ อ.หัวหิน ท้องที่เกิดเหตุ พร้อมจะต้องติดตามเจ้าของสวนมาตรวจสอบผลผลิตดังกล่าว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อไป ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานของรัฐ อย่างเช่น อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ที่กำลังจะจัดงานโครงการของดีห้วยสัตว์ใหญ่ ครั้งที่ 5 ในอีกไม่กี่วันนี้ ควรหามาตรการกับเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก.