บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ขอทุกฝ่ายอย่าขยายความคดีจำนำข้าว 'ปู'

นายกฯ ขอทุกฝ่ายอย่าขยายความคดีจำนำข้าว บอกทุกอย่างเป็นตามขั้นตอน-กำหนดเวลา เผยซ้อมรับมือก่อการร้ายตามห้วงเวลาปกติ ศตก.ยันไม่มีสถานการณ์อะไรบ่งชี้เป็นพิเศษ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาตัดสินคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขาก็ดำเนินตามขั้นตอน ตามกำหนดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นในเดือนไหนทำไมต้องไปขยายความ แต่ถ้าถึงเวลาเขาไม่ทำค่อยไปถามว่าทำไมถึงไม่ทำ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์การก่อการร้าย บริเวณสถานที่ขนส่งสาธารณะ โดยประเมินจากสถานการณ์การก่อการร้ายทั่วโลก ว่า เป็นการฝึกซ้อมตามห้วงระยะเวลาอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบคือศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) มีกำหนดการในการฝึกซ้อมอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้มี 2 ส่วน คือ ในส่วนของ ศตก.ที่รับผิดชอบงานของรัฐบาล เขามีข้อมูลการติดตามข่าวก็จะมีการซ้อมในเรื่องแผนเผชิญเหตุ ซึ่งขณะนี้เน้นในเรื่องของขนส่งมวลชนว่ากรณีถ้าเกิดเหตุแล้วจะต้องทำอย่างไร ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุแล้ววิ่งกันพลุกพล่านจนทำให้เกิดอันตราย อย่างครั้งที่ผ่านมาๆ พอเกิดเหตุก็กันพื้นที่ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องกันพื้นที่ให้ได้ สิ่งแรกที่ทุกคนและทุกหน่วยงานจะต้องเตรียมการ คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุกคนจะต้องอยู่ในความสงบนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปิดล้อมวง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองขึ้นมา เพราะผู้ร้ายต้องคิดหลายขั้นตอน ดังนั้นต้องไปเรียนรู้ว่าหน่วยในพื้นที่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร เนื่องจากเป็นหน่วยที่จะต้องเผชิญเหตุก่อน ถ้าสามารถกันพื้นที่ได้ต่อไปในส่วนของรัฐบาลจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีหน่วยงาน คือ ศตก.ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือนอยู่ร่วมกัน เป็นกำลังพิเศษมีเครื่องมือและอุปกรณ์เป็นกรณีพิเศษ สามารถเข้ามาปฏิบัติการได้ทันที

ผู้สื่อขาวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ปีที่แล้วมีการฝึกในส่วนของเครื่องบิน แต่ครั้งนี้มีการฝึกบริเวณขนส่งมวลชน มีการประเมินสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เจ้าหน้าที่ต้องทำในทุกเรื่อง ซึ่งจะมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าว่าปีนี้ควรฝึกซ้อมในด้านใด ถึงแม้จะไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่เจ้าหน้าที่จะต้องมีแผนเผชิญเหตุรวมทั้งการฝึกซ้อม และจากนี้ไปในส่วนของกระทรวงต่างๆ ก็ต้องมีการฝึกซ้อมในหน่วยงานของตัวเอง อย่างรถไฟฟ้า เพราะอย่าลืมว่าคนที่ต้องเผชิญเหตุด้านแรกคือประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ก็ต้องทำให้สถานการณ์นิ่งก่อนถึงจะปฏิบัติการในส่วนอื่นต่อไปได้ จะใช้อาวุธ หรือการติดตามตรวจค้น จะต้องทำอย่างรวดเร็วถ้าไม่ฝึกซ้อมทุกอย่างก็จะเดินต่อไปไม่ได้