วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปท.ถกข้อเสนอตัดทิ้งงบดูงานตปท. แฉ รบ.ลต.ถลุงงบทัวร์นอกปีละ 250 ล้าน

สปท.ถกรายงานปฏิรูปการปฏิบัติงานรัฐสภา สนับสนุนตัดทิ้งงบประมาณดูงานต่างประเทศ แฉ รัฐบาลเลือกตั้ง ถลุงงบทัวร์นอก ปีละ 250 ล้าน

วันที่ 27 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี น.ส.วลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานการปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภาของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. มีสาระสำคัญการปฏิรูปการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาให้เกิดประสิทธิภาพและการปฏิรูปสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ให้เกิดประสิทธิภาพในการทำหน้าที่สนับสนุนฝ่ายนิติบัญญัติ โดยมีข้อเสนอแนะการปฏิรูปที่น่าสนใจ อาทิ การยกเลิกการจัดสรรงบประมาณ การศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการชุด ต่างๆ เพราะ เป็นการใช้ภาษีประชาชนแฝงไปท่องเที่ยว โดยไม่ได้ไปดูงานจริงๆ การยกเลิกการแจกคอมพิวเตอร์แบบพกพาแก่สมาชิกรัฐสภา การให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง การกำหนดบทลงโทษสมาชิกรัฐสภาที่กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมให้รุนแรงมากขึ้น เช่น มีโทษปรับ 100,000-500,000 บาท นอกจากการว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาลเลือกตั้ง ตั้งแต่ ปี 54-57 มีค่าใช้จ่ายการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ คณะละ 5 ล้านบาท ต่อปี หรือ รวมทั้งหมด 175 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การเดินทางไปดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ตกปีละ 75 ล้านบาทต่อปี รวม 2 สภา ใช้งบประมาณดูงานต่างประเทศตกปีละ 250 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วสมาชิกรัฐสภาแต่ละคน มีงบดูงานต่างประเทศคนละ 300,000 บาทต่อปี แต่ละคนจะได้ไปดูงานต่างประเทศ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง อย่างมากปีละ 4 ครั้ง ผิดกับสมัยรัฐบาลปัจจุบันตั้งแต่ ปี 58-60 รวมไปถึงงบประมาณรายจ่าย ปี 2561 ไม่มีงบประมาณดูงานต่างประเทศเลย ช่วยประหยัดงบประมาณประเทศได้ 1,000 ล้านบาท แล้วประเทศไทยเจริญน้อยลงหรือไม่ แม้งบดูงานต่างประเทศจะมีความจำเป็น แต่ควรให้งบประมาณเป็นกรณีๆ ไป จะเป็นประโยชน์มากกว่า

จากนั้น สมาชิก สปท.หมุนเวียนขึ้นมาอภิปรายแสดงความเห็นรายงานฉบับดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเนื้อหาในรายงาน แต่เนื่องจากมีสมาชิก สปท. อภิปรายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ที่ประชุม สปท.มีภารกิจต้องปิดประชุมเวลา 16.30 น. ทำให้สมาชิก สปท.ไม่สามารถอภิปรายได้ครบทุกคน ดังนั้น นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม จึงขอเลี่อนให้สมาชิกไปอภิปรายรายงานฉบับดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 3 ก.ค.นี้.