บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์ต่างชาติ VS การศึกษา ดราม่าฝรั่งตกปลากระเบนราหูที่แม่กลอง

มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า Benchawan Thiansungnoen ได้โพสต์ภาพการตกปลากระเบนราหูของชาวต่างชาติ รวมทั้งปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด โดยเปิดเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Palm Tree Lagoon Fishery ให้บริการตกปลาและถ่ายรูปกับปลาขนาดใหญ่แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ ประกาศของทาง จ.สมุทรสาคร ห้ามทำการประมงในพื้นที่ ซึ่งได้มีเอกสารหลุดออกมาว่า มีการขออนุญาตทำประมงเพื่อการศึกษาอย่างถูกกฎหมายแล้ว

ผู้สื่อข่าว จึงได้ติดต่อไปยัง Palm Tree Lagoon Fishery โดยคุณเบญจวรรณ เถียรสูงเนิน เจ้าของ Palm Tree Lagoon Fishery กล่าวว่า ตนทำธุรกิจฟิชชิ่งพาร์คอยู่ที่จ.ราชบุรี คล้ายกับบึงสำราญ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาจับปลาในบ่อและถ่ายรูปตามปกติ ขณะที่ เรื่องการตกปลากระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลองตามภาพที่เห็นนั้น ชาวต่างชาติกลุ่มนั้นจ้างบริษัทตนให้ไปรับไปส่งที่แม่กลอง แต่ไม่ทราบว่าเขาไปตกปลาตรวจพันธุ์ปลาหรือเป็นการจัดทริปตกปลา และไม่ทราบว่าถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายด้วยเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพียงแต่ทางชาวต่างชาติส่งภาพมาให้ จึงโพสต์ลงเฟซบุ๊กเท่านั้น

"ชาวต่างชาติคนนี้เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เขาติดต่อมาให้เราไปส่งเขาเพื่อไปตกปลาที่แม่น้ำแม่กลองเท่านั้น ส่วนเขาจะไปทำอะไรเราไม่รู้ แต่ธุรกิจของเราแค่เลี้ยงปลาในบ่อและเปิดให้บริการตกปลา และถ่ายรูปกับปลาขนาดใหญ่" เจ้าของ Palm Tree Lagoon Fishery ระบุ

ด้าน รศ.สพญ.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ประกาศห้ามทำประมงในพื้นที่ จ.สมุทรสาครนั้น เป็นกฎหมายที่ช่วยกันเดินเรื่องกับผู้ว่าฯ สมุทรสงครามเมื่อหลายปีก่อน โดยให้อนุรักษ์ไว้ไม่ให้มีการตกปลากระเบนราหู ยกเว้นการตกในทางวิชาการ ซึ่งเป็นประกาศของทางจังหวัด แต่จากประกาศของจังหวัดได้อนุญาตให้จับได้เพื่อการศึกษาวิจัยอยู่แล้ว ถามว่าเป็นธุรกิจหรือเปล่าสำหรับศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำไม่ได้เป็นธุรกิจ แต่ทางบริษัทเป็นธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเหลือในการให้ตัวอย่างมาวิจัยเท่านั้น

“แต่หากทำในเชิงการค้า ตกไปขาย แบบนี้ทำไม่ได้ แต่อันนี้ตกแล้วปล่อย เหมือนกับทั่วๆ ไปที่เป็นการตกปลาแล้วปล่อยไป ต่างชาติก็ทำกันแบบนี้แบบสปอร์ตฟิชชิ่ง ซึ่งหากทำในเขต จ.สมุทรสงคราม ต้องขออนุญาตก่อน” ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ กล่าว

ทั้งนี้ รศ.สพญ.นันทริกา กล่าวต่อว่า เอกสารขออนุญาตขอทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการที่มีการเผยแพร่บนโลกโซเชียลนั้น เป็นงานวิจัยที่เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าอาจจะมีคนใช้เป็นข้ออ้างจากการที่ให้ตัวอย่างแก่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จึงทำให้เป็นเหตุผลในการไปจับปลามากกว่า

“เมื่อมีการทำวิจัยขึ้นมา เราก็จะไปจ้างบริษัทเหล่านี้มาช่วยจับปลา ซึ่งโดยทั่วไปมีทริปการตกปลาอยู่แล้ว และทางบริษัทจะช่วยวัดขนาดและช่วยเก็บเนื้อเยื้อมาเป็นตัวอย่างให้ทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำด้วย แต่กรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จะเป็นการทัวร์ท่องเที่ยวจับปลาหรือเปล่าไม่ทราบ แต่โดยปกติแล้วจะมีแนวสปอร์ตฟิชชิ่ง โดยให้บริการนักตกปลาจากต่างประเทศ และก็ช่วยเก็บตัวอย่างให้กับเรา” ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ อธิบาย

หลายคนห่วงในเรื่องความอันตรายจากการตกปลากระเบน ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ระบุว่า การใช้เบ็ดเป็นวิธีเดียวที่หาปลามาได้อย่างนุ่มนวลที่สุด แต่กระเบนไม่ได้สูญพันธุ์จากการตกปลา แต่จะสูญพันธุ์จากน้ำเสียมากกว่า และที่ตายไป 60 ตัวก็มาจากน้ำเสีย แต่โดยปกติที่ตกเพื่อวิจัยนั้น เบ็ดที่ใช้จะต้องเป็นเบ็ดพิเศษและจะฉีดยาและทำแผลให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำจะไม่ทำอันตรายต่อสัตว์อย่างแน่นอน

ขณะที่ นายสิรภพ พูนเพชร ผอ.กลุ่มนิติการ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ปลากระเบนราหู จัดเป็นสัตว์น้ำจืด ขนาดใหญ่ที่พบในแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย และมีประกาศจากท่านผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ตามอำนาจตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ห้ามผู้ใดจับหรือทำการประมงตามประกาศจังหวัดสมุทรสงคราม และปลากระเบนราหู ยังได้รับการเสนอให้เป็นสัตว์คุ้มครอง และเป็นสัตว์คุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของกฤษฎีกา

“แม่กลองเป็นแหล่งสัตว์น้ำขนาดใหญ่และแปลก จึงเกิดเป็นประกาศฉบับนี้ขึ้นมา เพื่ออนุรักษ์ไว้ไม่ให้มีการตกปลา ซึ่งจากประกาศดังกล่าวนั้นยังรวมไปถึงการห้ามใช้เบ็ดหรือข่ายทำการประมงในพื้นที่ด้วย หากใครจับหรือทำการประมงจะมีความผิดตามประกาศของจังหวัดสมุทรสงครามทันที ส่วนกรณีดังกล่าวเข้าข่ายทำการประมงหรือไม่ เมื่อมีการใช้เบ็ดก็ถือว่าเป็นการทำประมงเช่นกัน” ผอ.กลุ่มนิติการ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุ.

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Benchawan Thiansungnoen