วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุอำนาจ ทุจริต คราบน้ำตา รวมเหตุขัดแย้ง เมื่อ นร.ลุกฮือ ไล่ ผอ.

พาดหัวข้างต้น คือเรื่องที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะกล่าวถึงในวันนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลายโรงเรียนเจอปัญหาการร้องเรียนเรื่องความโปร่งใส นักเรียนรวมตัวกับครูเพื่อขับไล่ ผู้อำนวยการ อะไรคือต้นตอของปัญหาในเรื่องนี้

กระทรวงศึกษา ถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณมากที่สุด เพราะทุกรัฐบาลล้วนให้ความสำคัญในการพัฒนาคน แต่จนแล้วจนรอด ก็เป็นหน่วยงานที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดมาโดยตลอด

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีข่าวฉาวเกี่ยวกับวงการการศึกษามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทีมข่าวฯ จะขอไล่เรียง..

ชาวบ้านฮือขับไล่ ผอ.โรงเรียน อ้างเบิกจ่ายเงินทุจริต

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางประหยัด สราญรมย์ พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน และ นักเรียนโรงเรียนบ้านกุดเสถียร หมู่ 6 ต.สร้างมิ่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร กว่า 50 ราย เดินขบวนขับไล่ ผอ.โรงเรียนบ้านกุดเสถียร โดยมีการกล่าวหา ว่าใช้อำนาจหน้าที่บริหารงานไม่ชอบตามระเบียบของทางราชการ มีพฤติกรรมส่อไปทางทุจริต ในการเบิกจ่ายเงินโรงเรียน การจัดซื้อจัดจ้างหาพัสดุครุภัณฑ์ โดยมีการเบิกงบประมาณ 193,050 บาท โดยมีการเบิกเช็ค 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ทาง ผอ. ได้ชี้แจง ยอมรับว่าได้นำเช็ค 2 ใบ ไม่ระบุจำนวนเงินไปเบิกจ่ายจริง ในเรื่องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สถานศึกษาอาทิ ปรับปรุงทาสีอาคาร รั้วกั้น และสภาพพื้นที่ ที่เร่งด่วนแต่ตนก็มีหลักฐานให้ตรวจสอบได้ ส่วนข้อกล่าวหาตามที่ชาวบ้านบางส่วนร้องเรียนมานั้นเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตนก็ยินดีให้ตรวจสอบ และทางอบต.สร้างมิ่งก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยผลสอบข้อเท็จจริงออกมานั้นก็สรุปว่าเกิดจากความคาดเคลื่อนในการทำงบประมาณ โดยได้ยื่นเอกสารในการจัดทำฎีกาเบิกจ่ายไปที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดยโสธร (สตง.) ซึ่ง สตง.ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อราชการเป็นบางส่วน

“ไม่มีเจตนาทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น ขณะนี้ตนกำลังจะเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในวันที่ 23 ก.พ.นี้ กับคณะกรรมสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนตนอยู่ในช่วงเดือน ส.ค. 59 ขณะที่ตนกำลังสอบขึ้นตำแหน่งผู้อำนวยการ ซึ่งเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว ตนจึงเชื่อว่ามีขบวนการที่ทำให้การสอบเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารของตน มีปัญหาเกิดขึ้น”

ขณะที่ นายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอเลิงนกทา ระบุว่า โรงเรียนบ้านบ้านกุดเสถียร สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลสร้างมิ่ง เป็นโรงเรียนในจังหวัดที่สังกัด อบต. ขณะนี้ได้สั่งให้นายก อบต.มีหนังสือไปถึง ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ให้มาช่วยราชการที่ อบต.สร้างมิ่ง เนื่องจากชาวบ้านที่มาชุมนุมได้ขอให้ผู้อำนวยการย้ายออกจากพื้นที่

อีกแห่ง ฮือไล่ ผอ.โรงเรียน อ้าง ทำงานไม่โปร่งใส

วันต่อมา 15 ก.พ. ก็มีข่าวไล่ ผอ.โรงเรียนอีกครั้ง คราวนี้ ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนประชาพัฒนา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จำนวน 50 คน ได้เดินทางโดยรถสองแถวเข้ามาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 เพื่อมายื่นหนังสือถึง ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ศีกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ให้ย้าย ผอ.โรงเรียนประชาพัฒนา ออกจาก โรงเรียนภายใน 24 ชม. โดยอ้างว่า ตั้งแต่ย้ายมาบริหารงานล้มเหลว ไม่โปร่งใส รายงานข้อมูลนักเรียนเป็นเท็จ ต่อ สพฐ.

จากนั้นทาง ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ศีกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ได้เชิญทั้งหมดเข้าห้องประชุม เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้ทำการชี้แจง ซึ่งมีตัวแทนนักเรียน ม. 6 กล่าวว่า ประเด็นปัญหา สืบเนื่องจากที่มีการไปแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำผิดต่อหน้าที่ รายงานข้อมูลนักเรียนโรงเรียนประชาพัฒนา ประจำปี การศึกษา 2559 เป็นเท็จ ซึ่งปัจจุบันนักเรียนมีจำนวนทั้งหมด 310 คน แต่ทาง โรงเรียนประชาพัฒนา รายงานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 414 คน รายงานเกินมากว่า 104 ราย

นักเรียน ม.6 คนเดิม กล่าวต่อว่า เมื่อเดือนที่แล้ว และยังมีเรื่องโรงอาหารทั้งโรงเรียนให้มีแม่ค้าแค่รายเดียว อาหารทำไม่ทันทำให้นักเรียนต้องออกไปทานข้างนอก และเมื่อต้นปี 59 ได้นำเงินอุดหนุนรายหัว แจกเงินให้นักเรียนที่จบ ม.3 คนละ/2,000 บาทจำนวน 62 คน แต่ขอคืน 1,000 บาท เพื่อไปทำอนุสรณ์ รุ่น แต่จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว เรื่องทั้งหมดได้ร้องเรียนไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพม.) เขต 26 แล้ว จึงทำให้ทางนักเรียนทั้งหมดที่ลงชื่อร้องเรียนไป ถูกข่มขู่ จึงอยากให้มีการโยกย้ายภายใน 24 ชม.

3 ข้อ ขอไล่ ผอ.ร.ร.อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย

วันต่อมา 16 กุมภาพันธ์ ได้มีกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองกว่า 100 คน เรียกร้องให้ ผอ.โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างเหตุผล 3 ข้อ ประกอบด้วย

1.การลงโทษนักเรียนอย่างขาดความเมตตาธรรม และระบบโภชนาการของนักเรียนหอพักที่ขาดคุณภาพ
2.ขาดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารบุคลากรครูจนบั่นทอนการทำงาน
3.การบริหารงานที่ต้องสงสัยว่าอาจเกิดการทุจริต

อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องดังกล่าว ได้จบลง ตรงให้ ผอ. ได้อยู่ตำแหน่งต่อไป จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น

คลิปครู 20 คนร่ำไห้ลานักเรียนวันครู สุดทน ผอ.ลุแก่อำนาจ

นอกจากที่กล่าวๆ มา 3 เรื่องข้างต้นแล้ว เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีการร้องเรียนที่เป็นดราม่า หลังจากมีคลิปกลุ่มครูขอย้ายโรงเรียน โดยมีเด็กนักเรียนมาร่ำลากันเต็มโรงเรียน

โดยคลิปนี้ เผยแพร่เนื่องในวันครู ซึ่งเป็นคลิปจากโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร จ.อุดรธานี โดยมีครู จำนวนกว่า 20 คน ประกาศขอย้ายออกไปสังกัดโรงเรียนอื่น ต่อหน้านักเรียนกว่า 500 คน โดยมีครูท่านหนึ่งได้กล่าวความในใจ ว่าจะขอลาออกเพราะทนพฤติกรรมลุแก่อำนาจของ ผอ.โรงเรียนไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีการบริหารงานทำให้คณะครูเกิดความแตกแยก ไม่สร้างขวัญและกำลังใจกับลูกน้อง ด้วยเหตุนี้ จึงได้ส่งเรื่องไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

อย่างไรก็ดี ต่อมา นายมณเฑียร ศรีภูธร ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร อดีตผอ.ของโรงเรียนคนแรก เชิญประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาทั้ง 15 คน เป็นการเร่งด่วนเพื่อประชุมพิจารณาให้มีการย้าย นายพิชิต บุญสาร ผอ.โรงเรียนห้วยเกิ้งฯ ที่หลังจากมีปัญหาที่คณะครูของโรงเรียนเนื่องจากทนพฤติกรรมของผู้บริหารโรงเรียนในหลายเรื่องไม่ได้ ซึ่ง นายพิชิต บุญสาร ผอ.โรงเรียนฯ ที่เป็น 1 ใน 15 ของคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ไม่ได้เดินทางมาทำงานจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสรุปมติที่ประชุมออกมา

นายมณเฑียร ศรีภูธร ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคารอดีต ผอ.คนแรกของโรงเรียนแห่งนี้ เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการสถานศึกษาฯได้มีมติถึงเรื่องที่เกิดขึ้น 2 ข้อ คือ 1 ขอให้ย้าย ผอ.โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร คนปัจจุบัน ออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงซึ่งการสืบสวนข้อเท็จจริงจากทาง สพม. 20 ต่อไป และข้อ 2 คณะกรรมการฯ มีมติขอให้ นายวีระชัย สดสุชาติ ผอ.โรงเรียนกุมภวาปี อดีต ผอ.โรงเรียห้วยเกิ้งฯ มารักษาการแทนก่อนเพื่อที่จะได้กลับมาประสานงานในโรงเรียนให้เข้าสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม

ข่าวสุดท้าย ล่าสุด ปม “แป๊ะเจี๊ยะ” โรงเรียนดัง สามเสน

กลางเดือนที่ผ่านมา หลังจากมีคลิปจากผู้ปกครองท่านหนึ่ง ได้แอบถ่าย ตั้งแต่การโทรศัพท์คุยภายในรถ พร้อมมีเงินวางตรงหน้าเป็นปึก และเข้าไปพูดคุยกับ ผอ.โรงเรียน ซึ่งในระหว่างพูดคุยนั้น ได้มีการพูดถึงเรื่องเงินสนับสนุนโรงเรียน โดยมีการบอกว่าให้นำไปให้ รอง ผอ. ไว้

ทั้งนี้ ผู้ปกครองรายได้กล่าว ได้อ้างว่า ได้นำเงินจำนวน 4 แสนบาท ไปให้กับทางโรงเรียน เพื่อให้ลูกได้เข้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนดังกล่าว เรื่องนี้ ร้อนฉ่า กระทั่ง ผอ.โรงเรียน คือ นายวิโรฒ สำรวล ได้เข้าแจ้งความ ที่สน.บางซื่อ ในข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง กับศิษย์เก่าบางคนที่กล่าวหาว่า เรียกรับเงินเข้าเรียนต่อจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คนละ 4 แสนบาท โดยนำเอกสารหลักฐานการโพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอ มามอบให้เจ้าหน้าที่

ต่อมา นายวิโรฒ มีการตั้งโต๊ะ แถลงข่าวโดยยืนยันในความบริสุทธิ์ในการรับนักเรียน และไม่มีการเรียกรับเงินตามที่ปรากฏในคลิปแต่อย่างใด เชื่อว่าคลิปดังกล่าวอาจถูกตัดต่อทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่เข้าใจว่าผู้ที่เผยแพร่มีเจตนาอะไร ที่ผ่านมา ตนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองทุกคนสามารถเข้าพูดคุยได้ปกติอยู่แล้ว โดยเด็กของผู้ปกครองดังกล่าวได้มาสมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ตามแนวทางการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษของ สพฐ.

ผู้สื่อข่าวถามว่า โลกโซเชียลแชร์ข้อมูลว่า ผอ.ร.ร.สามเสนวิทยาลัย ซื้อรถเบนซ์ป้ายแดงคันใหม่ หลังจากย้ายมาอยู่ ร.ร.สามเสนวิทยาลัย นายวิโรฒ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าซื้อรถเบนซ์ป้ายแดงจริง แต่ซื้อมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง นอกจากรถเบนซ์แล้ว ตนยังมีรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูป้ายแดง อีกคันด้วย ซึ่งเป็นเงินของมารดาตน ที่สำคัญตนใช้รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์มา 20 ปีแล้ว โดยจะเปลี่ยนรถยนต์ทุกๆ 5 ปี ดังนั้น การที่ตนขับรถเบนซ์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ออกแถลงการณ์เรื่องกรณีโรงเรียนดังย่านพระราม 6 เรียกรับเงินจากผู้ปกครองเพื่อฝากนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และมีการพาดพิงถึงโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยนั้น สมาคมฯและโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกับกรณีข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของโรงเรียน ดังนั้น สมาคมฯขอแสดงจุดยืนและเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชัน และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในทุกรูปแบบ และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ภายใต้หลักยุติธรรม หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชนต่อไป

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กรณีศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยเรียกร้องให้มีการแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินของผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการเรียกรับเงินจากผู้ปกครองแลกกับการให้เด็กเข้าเรียนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากจะใช้ ก็ต้องเป็นเกณฑ์ของประเทศ คงต้องไปถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร ส่วนกรณีการกล่าวหาเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยนั้น ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งตรวจสอบ ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้คนทุจริตมาทำลายระบบแน่นอน ส่วนที่มีข้อเสนอให้ปรับระบบการรับนักเรียนให้มีความยุติธรรมมากขึ้นนั้น ขอให้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆ เสนอนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แต่ตนมีนโยบายชัดเจนในเรื่องการรับเด็กเข้าเรียนว่า ไม่มีการฝากเด็กแน่นอน และตนก็ทำเป็นตัวอย่าง