วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายวัดพนัญเชิงวรวิหาร แจงเงินทอนโปร่งใส จ่อแจ้งความ อดีต ผอ.ฉ้อโกง

ทนายวัดพนัญเชิงฯ แจงกรณีรับเงินอุดหนุนบูรณะวัดช่วงปี 55-59 ยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นการทุจริตเงินจำนวน 13 ล้านบาทของประนอม คงพิกุล ชี้ทางวัดเสียหาย เตรียมฟ้องข้อหาฉ้อโกง เพื่อเรียกเงิน 13 ล้านบาทส่งให้ พศ​.นำไปช่วยวัดที่ยากจน...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ห้องประชุมวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร และเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มอบหมายให้ นายสมศักดิ์ โตรักษา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ของวัดพนัญเชิงออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการรับเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพนัญเชิงวรวิหารและการพัฒนาวัดประจำปี พ.ศ. 2555 ถึง พ.ศ 2559 จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากให้ความสนใจร่วมทำข่าว

วัดพนัญเชิงวรวิหารมีพระธรรมรัตนมงคล (แวว กตสาโร) เป็นเจ้าอาวาส สืบเนื่องจากทางวัดได้บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานที่มีอยู่เดิม และก่อสร้างกุฏิตลอดจนสิ่งปลูกสร้างภายในวัดเรื่อยมา โดยนำเงินที่ประชาชนทำบุญและเงินอุดหนุนจากทางราชการมาดำเนินการดังกล่าวในการดำเนินการมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตลอดจนคณะกรรมการของวัดได้ร่วมกันตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดตลอดมา

นายสมศักดิ์ โตรักษา กล่าวว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2555 วัดได้ก่อสร้างกุฏิทรงไทยจำนวน 9 หลัง งบประมาณ 45 ล้าน และในปี 2556 วัดได้ก่อสร้างทางเดินรอบวิหารหลวงพ่อโตโดยนำรายได้จากการทำบุญและเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธามาดำเนินการ ต่อมาเมื่อปลายปี 2556 นางสาวประนอม คงพิกุล ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในขณะนั้นรู้จักกับพระธรรมรัตนมงคล เจ้าอาวาส เนื่องจากมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกิจการของศาสนา โดยนางสาวประนอมได้โทรศัพท์หาพระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสแจ้งว่า ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะให้เงินอุดหนุนทางวัดจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินอุดหนุนวัดในงบประมาณปี 2557 เพื่อให้วัดดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ภายในวัด ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้โอนเงินมาเข้าบัญชีวัดธนาคารกรุงไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา วันที่ 3-12-57 จำนวน 10 ล้านบาท โดยนางสาวประนอมแจ้งว่าเงินดังกล่าวให้วัดเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์จำนวน 2 ล้านบาทส่วนอีก 8 ล้านบาทจะนำไปให้วัดอื่นที่ยากจนทำการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานภายในวัดและพัฒนาวัด ทางวัดจึงโอนเงินเข้าบัญชีนางชมพูนุท จันฤาไชย จำนวน 8 ล้านบาท ส่วนเงิน 2 ล้านบาท ทางเจ้าอาวาสได้นำไปใช้ปรับปรุงก่อสร้างทางเดินบริเวณวิหารหลวงพ่อโต

ทนายความวัดพนัญเชิง กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อประมาณปลายปี 2557 นางสาวประนอมได้ติดต่อมายังพระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสอีกครั้ง โดยบอกว่าจะให้เงินสนับสนุนวัดอีก 10 ล้านบาท แต่ขอให้ทางวัดมอบเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท ให้แก่ นางสาวประนอมนำไปช่วยวัดอื่นๆ ที่ยากจนต่อไป ทางวัดจึงให้ลูกศิษย์นำเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทนำไปให้นางประนอมย่านพุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนเงิน 5 ล้านบาท ทางเจ้าอาวาสได้นำไปปรับปรุงกุฏิทรงไทย 9 หลัง เกี่ยวกับเงินอุดหนุนวัดในงบประมาณปี พ.ศ 2557 และปี 2558 นั้นที่นางสาวประนอมจัดมาให้พระธรรมรัตนมงคลได้สอบถามนางสาวประนอมว่าถูกกฎหมายหรือไม่นางสาวประนอมตอบว่าถูกกฎหมาย เจ้าอาวาสเชื่อและดำเนินการตามที่นางสาวประนอมแนะนำ ประกอบกับเห็นว่านางสาวประนอมเป็นผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัดต่างๆ ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)ให้กรอกข้อมูลต่างๆ และเซ็นชื่อ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นประมาณต้นปี พ.ศ. 2560 พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาที่วัด เพื่อขอสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินอุดหนุนที่วัดได้รับมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตามที่นางสาวประนอมได้เสนอให้แก่วัดดังกล่าว ทางวัดก็ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสได้มอบอำนาจให้พระเมธีวราพรผู้ช่วยเจ้าอาวาสให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนแทนหลังจากนั้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีหนังสือแจ้งให้พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสและพระเมธีวราภรณ์ ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม จากนั้นวันที่ 20 มีนาคม 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสและพระเมธีวราภรณ์ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนที่สำนักงาน ปปป.

ทนายความวัดพนัญเชิง กล่าวว่า และในวันที่ 19 มิถุนายน 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสและพระเมธีวราภรณ์ ได้ทำบันทึกถ้อยคำเพิ่มเติมและส่งเอกสารการใช้เงินงบประมาณปี 2557 จำนวนเงิน 2 ล้านบาทและเอกสารการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี 2558 จำนวนเงิน 5 ล้านบาทและเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสก็ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่า นางสาวประนอมได้ถูกพนักงานสอบสวน ปปป. แจ้งข้อกล่าวหากรณีเงินอุดหนุนวัดพนัญเชิงวรวิหารจำนวน 13 ล้านบาท พระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาสจึงเชื่อว่านางสาวประนอมไม่ได้นำเงินจำนวน 13 ล้านบาท ไปดำเนินการช่วยวัดต่างๆ ตามที่พูดไว้กับพระธรรมรัตนมงคลเจ้าอาวาส การกระทำดังกล่าวของนางสาวประนอม จึงทำให้วัดได้รับความเสียหาย

ทางวัดโดยเจ้าอาวาสจึงได้มอบหมายอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจไปดำเนินการแจ้งความเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.60 ดังนี้

1. แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับนางสาวประนอมต่อพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจพระนครศรีอยุธยา ข้อหาฉ้อโกง 2. ร้องเรียนต่อรองนายกรัฐมนตรี 3. ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี และ 4. ร้องเรียนต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) เกี่ยวกับกรณีเงินที่ทางวัดได้แจ้งความไว้เงินจำนวน 13 ล้านบาทดังกล่าว หากทางวัดเรียกคืนจากนางประนอม มาได้ทางวัดประสงค์ส่งคืนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อดำเนินการนำไปช่วยวัดที่ยากจนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางวัดโดยเจ้าอาวาสขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานในการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีเงินอุดหนุนดังกล่าว และเจ้าอาวาสในฐานะส่วนตัวก็ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่มีผลประโยชน์ได้เสียกับเงินจำนวน 13 ล้านบาทดังกล่าว จึงขอยืนยันในความบริสุทธิ์ เพื่อให้สื่อมวลชนรับทราบทั่วกัน

ด้าน นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโอนเงินให้วัดพนัญเชิงวรวิหารจำนวน 10 ล้านบาทแล้วทางวัดโอนคืนไป 8 ล้านบาทเมื่อปี 57 ที่ผ่านมาซึ่งไม่ใช่สมัยตนแต่ตนได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่พบการโอนเงินจำนวนดังกล่าวมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (พศจ.) แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ที่ผ่านมาการบูรณะวัดต่างๆ หรือเงินอุดหนุนขอไปก็จะส่งมาที่คลังจังหวัด และถูกจ่ายออกไปเป็นงวดๆ แต่ละงวดจะมีเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจว่าถูกต้องตรงกับเรื่องที่ขอมาหรือเปล่า จึงโอนเงินให้วัด ทางวัดได้รับเงินแล้วต้องทำหนังสือแจ้งกลับมาได้รับถูกต้อง ทาง พศจ.มีกระบวนการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด แต่กรณีดังกล่าวมีการโอนโดยตรงไม่ผ่าน พศจ.จึงไม่ทราบเรื่องดังกล่าว.