วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนข.แจง ลงทุนรถไฟความเร็วสูง ร่วมจีน ยันไทยได้ประโยชน์

สนข. มุ่งพัฒนารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เผย เน้นประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก​ ยัน ฝ่ายไทยลงทุนทั้งหมด โดยอนาคตการพัฒนาพื้นที่จะเป็นฝ่ายไทยดำเนินการเอง 

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.กล่าวย้ำถึงความสำคัญของโครงการ ความร่วมมือพัฒนารถไฟ ไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้น ว่า ​การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ–หนองคาย เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการเชื่อมต่อ (Connectivity) เส้นทางการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีน ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งสอดรับกับนโยบาย One belt One Road ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

ทั้งนี้​ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ได้ประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 18 ครั้ง ซึ่งประเด็นการร่วมลงทุนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ดังกล่าว ได้มีการหารือมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมฝ่ายจีนได้ตกลงที่จะร่วมลงทุนกับฝ่ายไทย และจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน (SPV) ในส่วนการเดินรถและการซ่อมบำรุง ต่อมาภายหลัง ฝ่ายไทยได้เสนอให้ฝ่ายจีนร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านงานโยธาเพิ่มขึ้น แต่ในท้ายที่สุดในการประชุมหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 ได้ข้อยุติในหลักการว่า ไทยจะเป็นผู้ลงทุนในโครงการเองทั้งหมด รวมทั้งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานจากรถไฟความเร็วปานกลางเป็นรถไฟความเร็วสูง ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเส้นทาง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะดำเนินการก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจะต่อขยายจากนครราชสีมา จนถึงหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจีน​

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากผลการหารือทวิภาคีดังกล่าวซึ่งได้ข้อยุติว่า ฝ่ายไทยจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด โดยรัฐบาลจีน จะยังคงให้ความร่วมมือในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ต่อไป โดยจีนจะเป็นผู้ออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามแผนติดตั้งระบบรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้แก่บุคลากรฝ่ายไทยด้วยการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ และในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟ ในอนาคต ซึ่งการพัฒนาพื้นที่จะดำเนินการโดยฝ่ายไทยเท่านั้น​.