วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เห็นใจผมเถอะ ว่าที่เจ้าบ่าวเขมรอดเข้าหอ ลอบข้ามแดนจะรีบไปแต่งเมีย

หนุ่มเขมรมาทำงานที่ฉะเชิงเทรา รีบกลับบ้านจะไปแต่งเมียที่เสียมราฐ อ้างเวลากระชั้นกลัวไม่ทันพิธี เลยลอบข้ามช่องทางธรรมชาติ ทหารพรานและตม.สกัดจับได้ อ้อนวอนขอให้ปล่อยตัว แต่ทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ได้แต่ปลอบใจ... 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมร้อย ทพ.1201 และชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว ออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายบริเวณตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติ ท้ายตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ พบหนุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชาต้องสงสัยจำนวน 5 คน ลงมาจากรถยนต์ตู้โดยสารในตลาดโรงเกลือ แล้วเดินลัดเลาะเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าจะปีนรั้วตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติบริเวณสะพานรถไฟข้ามเขตแดนเพื่อออกไปฝั่งกัมพูชา จึงแสดงตัวพร้อมเข้าปิดล้อมและจับกุมไว้ได้ทั้ง 5 คน ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเดินทาง และเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทยแต่อย่างใด

สอบสวนทราบชื่อ ชายชาวเขมรทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายคา ซก อายุ 22 ปี นายเฮง ซก อายุ 20 ปี ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน นายไฮ เฮน อายุ 20 ปี นายไม โอน อายุ 20 ปี และนายจุ๊ด โตว อายุ 20 ปี โดยนายไฮ เฮน นายไม โอน และนายจุ๊ด โตว รับสารภาพว่าได้ลักลอบไปทำงานก่อสร้างใน กทม.มานานหลายเดือนแล้ว ช่วงนี้งานเสร็จ ผู้รับเหมาไม่มีงานให้ทำ จึงชักชวนกันเดินทางกลับบ้านเกิดในกัมพูชา โดยเสียค่าเดินทางจาก กทม.มาที่ตลาดโรงเกลือ คนละ 1,600 บาท กำลังจะลักลอบข้ามแดนกลับไปกัมพูชาแต่มาถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับได้เสียก่อน ส่วนนายคา ซก และนายเฮง ซก สองพี่น้องชาวกัมพูชารับสารภาพว่าลักลอบเดินทางไปทำงานรับจ้างที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายคา ซก กำลังจะเดินทางกลับไปเข้าพิธีแต่งงานที่บ้านเกิดใน จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา พยายามพูดจาขอร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยปล่อยตัวและขอความเห็นใจ

นายคา ซก ว่าที่เจ้าบ่าวชาวกัมพูชา เล่าด้วยสีหน้าที่เศร้าสลดกึ่งร้องไห้ว่าตนเองและน้องชายเข้ามาทำงานในประเทศไทย ที่จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเก็บเงินไปแต่งงานกับแฟนสาวที่บ้านเกิดใน จ.เสียมราฐ โดยที่ทางฝ่ายพ่อแม่และญาติพี่น้องที่บ้านเกิดทั้งสองฝ่ายเห็นควรจัดงานแต่งงานขึ้นในวันที่ 27 มิ.ย. 60 ซึ่งคือวันนี้ เวลา 11.00 น. จะเริ่มพิธี และทางบ้านได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว ตนและน้องชายจึงต้องรีบเดินทางกลับเพื่อไปเข้าพิธีวิวาห์ให้ทัน โดยการลักลอบปีนรั้วตะเข็บชายแดนบริเวณสะพานรถไฟไทย-กัมพูชา มีเพื่อนชาวเขมรอีก 3 คนลักลอบออกไปด้วย

ทั้งนี้ นายคา ซก ได้พยายามพูดอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งได้เปิดโทรศัพท์เพื่อให้ดูรูปของเจ้าสาวที่ตนเองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานด้วย ซึ่งพบว่า เจ้าสาวของนายคา ซก เป็นสาวกัมพูชาหน้าตาสะสวย แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นการทำผิดกฎหมายไทย และเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงด้วย จึงได้แสดงความเห็นใจด้วยการให้ยืมใช้โทรศัพท์โทรไปบอกญาติที่ จ.เสียมราฐว่าไม่สามารถเดินทางกลับไปเข้าพิธีแต่งงานได้ทัน ต้องถูกดำเนินคดีฝั่งไทยก่อน พร้อมปลอบประโลมว่าอาจจะช้าไปเพียงวันเดียวเท่านั้น เนื่องจากนายคา ซก และพวกลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่เพียงควบคุมตัวส่งให้ ตม.สระแก้ว ไปทำบันทึกถ่ายภาพทำประวัติและขึ้นบัญชีไว้ จากนั้นจะนำตัวไปผลักดันกลับประเทศ ซึ่งอาจทำให้การแต่งงานช้าไปเพียง 1-2 วัน จึงทำให้นายคา ซก มีสีหน้าดีขึ้น.