วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยม ป้าพะยูงล้มทับบ้าน เจ้าตัวจะเผาถ่าน มีคนท้วงขายดีกว่า

ไม้พะยูงล้มทับบ้านป้าที่กาฬสินธุ์ เจ้าของไม่กล้าตัดเพราะกลัวผิดกฎหมาย ปล่อยไว้ร่วม 3 เดือน กลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นผวจ.ต้องมาเยี่ยมปลอบขวัญ เผยไม้อยู่ในที่ดินต้องคืนเจ้าของ เจ้าตัวบอกทีแรกจะเผาถ่าน แต่เป็นไม้มีราคาจึงอาจจะขาย...  

จากกรณี ไม้พะยูงล้มทับบ้าน ชาวบ้านใน ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้รับความเสียหาย ประสานหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบช่วยเหลือนาน 3 เดือนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เจ้าของบ้านได้รับความเดือดร้อน ต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับลูก เนื่องจากไม่กล้าตัดไม้และเคลื่อนย้ายเพราะกลัวผิดกฎหมาย หลังที่นำเสนอข่าวไปได้มีหลายหน่วยงานเข้ามาให้การช่วยเหลือ นำไม้พะยูงออกจากตัวบ้านเก็บรักษาไว้ที่สภ.ยางตลาดและเร่งซ่อมแซมบ้านให้สามารถกลับมาอยู่อาศัยได้ พร้อมมีการประชุมปรึกษาหารือในการช่วยเหลือเยียวยาและแก้ไขปัญหา

ล่าสุด วันที่ 27 มิ.ย. เรื่องนี้ยังคงเป็นกระแสพูดถึงและได้รับความสนใจจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นางเนตรชนก คำดี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ และคณะกรรมการเหล่ากาชาด นายธนูสินธ์ ไชยสิริ ปลัดจังหวัด นายรณชิต พุทธลา นายอำเภอยางตลาด นายพิชิต สมบัติมาก ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ น.ส.ชุลีพร สมศรี ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางเยี่ยมเยียน ปลอบขวัญ ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่นางหนึ่งฤทัย สารภัคดี อายุ 51 ปี ที่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 4 ต.หัวงัว อ.ยางตลาด หลังได้รับผลกระทบจากต้นพะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามล้มทับบ้านได้รับความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับนางหนึ่งฤทัย สารภัคดี นายทองสุข มะลิรัม อายุ 61 ปี สามี และหลานชายวัย 6 ขวบ ทั้งนี้ ผวจ.ได้ติดตามตรวจสอบการซ่อมแซมบ้านที่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยซ่อมแซมบ้านจนสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ตามปกติ สร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก

นายรณชิต พุทธลา นายอำเภอยางตลาด กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวพบว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของนางหนึ่งฤทัย แต่ได้โอนให้ลูกชายเพื่อที่จะจำนองที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งลูกชายได้อยู่ต่างจังหวัดทำให้ไม่สามารถดำเนินเรื่องได้ จึงทำให้เกิดความล่าช้า แต่ขณะนี้ลูกชายได้เซ็นใบคำร้องส่งมาที่อำเภอแล้ว ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 วันเพื่อออกใบอนุญาตส่งไปให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์ดำเนินการขอไม้กลับมาใช้ประโยชน์ถือว่าเป็นทรัพย์สินของเจ้าของบ้าน โดยเจ้าของบ้านก็อยากนำไม้มาใช้ประโยชน์เพราะเป็นไม้ที่อยู่กับบ้านมานานกว่า 20 ปี

ด้าน นายพิชิต สมบัติมาก ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การทำเรื่องขออนุญาตทำไม้หวงห้ามในที่ดินกรรมสิทธิ์นั้น หากเป็นไม้หวงห้ามที่หักโค่นในวาตภัยหรือภัยพิบัติต่างๆ สามารถตัดฟันและบันทึกประจำวันเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนได้ก่อนอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะการเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้านที่ไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย เจ้าของบ้านเลยไม่กล้าตัดไม้จนเวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนโดยหลังทราบเรื่อง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

"ในเรื่องการยื่นคำขอ ลูกชายของนางหนึ่งฤทัยก็ได้เซ็นคำขอส่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายใน 7 วันก็จะได้ใบอนุญาตและจะสามารถนำไม้กลับมาใช้เป็นประโยชน์ได้ เพราะไม้ต้นดังกล่าวถือว่าอยู่ในพื้นที่ของเจ้าของบ้าน เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน หากจะนำไม้ไปขายหรือทำอย่างอื่นก็สามารถทำได้" นายพิชิต กล่าว

ขณะที่ นางหนึ่งฤทัย กล่าวว่า อยากได้ไม้คืน เพราะเป็นไม้ในที่ดินของตน ส่วนจะเอาไม้มาทำอะไรนั้นต้องปรึกษากับสามีดูก่อน โดยทีแรกคิดว่าจะเอาไม้มาเผาถ่านขาย แต่เพื่อนบ้านบอกว่าเสียดายเพราะเป็นไม้เนื้อดีและมีราคาแพง หากได้ไม้กลับมาก็จะเก็บรักษาไว้ที่บ้านก่อน ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีใครมาสอบถามขอซื้อไม้กับตน 

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ที่มีความรู้เรื่องไม้ ทราบว่าไม้พะยูงมีราคาสูง แต่ไม้ที่ล้มยังไม่แก่เต็มที่ทำให้มีแก่นไม้น้อย หากขายจะอยู่ในหลักหมื่น แต่ถ้าขายตามตลาดมืดจะมีราคาที่สูงขึ้นอีก และหากส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านราคาจะสูงหลายเท่าตัว อาจจะพุ่งถึงหลักแสนบาท.