บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งสองรอบแบบฝรั่งเศส

การหยั่งเสียงผู้สมัคร ส.ส.เขต และ บัญชีรายชื่อ แบบ “ไพรมารีโหวต” ใน ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองใหม่ ได้รับเสียงค้านจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะ พรรคประชาธิปัตย์ และ เพื่อไทย ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. พรรคการเมือง ที่กำลังอยู่ขั้นตอนสุดท้าย

คุณมาร์ค อภิสิทธิ์ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับ ระบบไพรมารีโหวต ซึ่งมาจากการเมืองในสหรัฐฯ ไม่เหมาะกับโครงสร้างการปกครองไทยในภาพรวม

ปี 2556 พรรคประชาธิปัตย์ เคยเอาการลงคะแนนเสียงเบื้องต้นไปใช้ คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.อยุธยา ด้วยทรัพยากรที่จำกัด พรรคจึงกำหนดให้มีการลงคะแนนจุดเดียวทั้งจังหวัด ผลที่ออกมาพบว่าผู้ใช้สิทธิและผู้ได้รับชัยชนะ มีคะแนนเสียงค่อนข้างน้อย พรรคจึงยังไม่พอใจผลการทดลองที่เกิดขึ้น

คุณอภิสิทธิ์ ให้เหตุผลว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสาขาและสำนักงานใหญ่พรรคมีค่อนข้างจำกัด ทำให้ความเข้มแข็งของสาขาพรรคแตกต่างกัน สาขาที่เข้มแข็งก็ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ได้ แต่สาขาพรรคที่อ่อนแอ หรือถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนบุคคลที่เป็นผู้บริหารสาขาพรรคนั้น ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การสนับสนุนคนนอกคนใหม่จากวงการอื่นๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองยากขึ้น

(ฟังแล้ว คนไทยฉลาดแกมโกง แบบ “ศรีธนญชัย” ไปได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าคิดระบบอะไรขึ้นมา ก็หาช่องทางหลบเลี่ยงจนได้ ขาดความซื่อสัตย์ ไม่เคารพกฎกติกาบ้านเมือง)

คุณอภิสิทธิ์ ได้เสนอทางออกว่า หากยืนยันให้มีการจัดการลงคะแนนเบื้องต้น ก็ควรให้ กกต.และรัฐบาลสนับสนุนเงินกองทุน และ อำนวยความสะดวกดูแลการจัดการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองทั่วประเทศลงคะแนนได้สะดวก หากมีผู้มาใช้สิทธิไม่มาก หรือมีเหตุเกี่ยวกับความเหมาะสม ควรมีบทบัญญัติ ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร หรือ คณะกรรมการบริหารพรรค ตัดสินใจเลือกผู้สมัครตามความเหมาะสมได้

(กลับไปให้อำนาจผู้มีอำนาจในพรรคอีก ข้อเสนอนี้ผมคิดว่า กกต.และรัฐบาลคงไม่รับ เพราะ เป็นเรื่องภายในของพรรคการเมืองถ้าให้ กกต. และรัฐไปอำนวยความสะดวกทุกพรรค ก็เหมือนไปจัดการเลือกตั้งไพรมารีโหวตให้ทุกพรรคการเมือง)

เมื่อ ระบบไพรมารีโหวต ใช้ไม่ได้ผลในประเทศไทย ไม่สามารถแก้ปัญหาระบบอุปถัมภ์และอิทธิพลในพรรคการเมืองได้ ผมคิดว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถ แก้ปัญหาการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. และ การซื้อเสียงได้ นั่นก็คือ “การเลือกตั้งสองชั้น” อย่างที่ใช้กันใน ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเราได้เห็นมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้จาก การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ การเลือกตั้ง ส.ส. ฝรั่งเศสทั่วประเทศ

ผลปรากฏว่า พรรคอองมาร์ช พรรคการเมืองหน้าใหม่ที่เพิ่งตั้งได้ปีเดียว กวาดคะแนนเสียงไปอย่างถล่มทลาย ทำให้ เอ็มมานูเอล มาครง หัวหน้าพรรค ได้รับเลือกตั้งเป็น ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ ผู้สมัครพรรคอองมาร์ช ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เข้าไปในสภามากที่สุดกว่า 300 ที่นั่ง ทั้งที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ได้ครองเสียงข้างมากในสภา

จะเห็นว่า ระบบเลือกตั้งสองชั้น ของฝรั่งเศส ไม่มีปัญหาการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ไม่มีปัญหาผู้สมัครหน้าใหม่ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอย่างแท้จริง จาก การเลือกตั้งสองรอบ ที่ผมคิดว่า เป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรมที่สุด ดีกว่าทุกระบบ

การเลือกตั้งสองชั้นแบบฝรั่งเศส ผมเคยเขียนเสนอไปหลายครั้ง วิธีการง่ายมาก พรรคจะเลือกคนหน้าเก่าหน้าใหม่ลงสมัครก็ได้ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยการเลือกตั้ง 2 รอบ การเลือกตั้งรอบแรก ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงเกินร้อยละ 50 ขึ้นไป ถือว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ทันที แต่ถ้า เขตไหนไม่มีผู้สมัครได้เสียงเกินร้อยละ 50 ก็ให้มีการเลือกตั้งรอบสอง อย่างการเลือกตั้ง ส.ส.ฝรั่งเศสล่าสุด กำหนดให้ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงร้อยละ 25 ขึ้นไปในรอบแรก มีสิทธิเข้าไปเลือกตั้งในรอบสอง การเลือกตั้งรอบสอง ใครได้เสียงมากที่สุดเป็นผู้ชนะ เป็นวิธีการเลือกตั้งที่ง่าย ใสสะอาด และแฟร์ที่สุด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”