บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โซเชียลมีเดียสร้างนายนาถุรามเมืองไทย

ครอบครัวผมเห็น ดร.กล้าศักดิ์ จิตต์สงวน ตั้งแต่ท่านเรียนชั้นประถมยันปริญญาตรีที่จันทบุรี ต่อมา ดร.กล้าศักดิ์ไปบริหารสถานศึกษาที่ไหน ที่นั่นก็จะเจริญและเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ปัจจุบัน ดร.กล้าศักดิ์เป็น ผอ.ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ท่านก็พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

พุธวันนี้ที่ ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) มีสัมมนาพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรโรงเรียนในเครือ 797 คน

08.30 น. รมช.ศธ. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษ 10.15 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “เปิดฟ้าส่องโลกมองพลวัตการศึกษาไทย” 13.00 น. รศ.ดร.สุพัตร์ พิบูลย์ พูด “การศึกษา Thailand 4.0” 15.15 น. นายจำลอง เชยอักษร พูด “การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรเจ้าพระยาบดินทรเดชา” และ 15.45 น. นางสุคนธ์ สินธพานนท์ พูด “การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ active Learning”

คนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งชาวพุทธ มุสลิมและคริสต์ รวมตัวกันติดตามความขัดแย้งของคนไทยต่างศาสนาในโซเชียลมีเดี
ซึ่งวันนี้มีการโพสต์สร้างความขัดแย้งรุนแรง ทำให้คนไทยต่างศาสนา จำนวนหนึ่งถึงกับเกลียดกันโดยที่ไม่มีเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน

ข้อความและคลิปที่ส่งกันทางไลน์หลายชิ้นรุนแรงถึงขนาดประกาศว่าตนพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อศาสนา ผมว่าสถานการณ์กำลังลามปามไปกันใหญ่ ความขัดแย้งกำลังบานปลายขยายวง หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้กฎหมายหยุดการกระพือลือความเกลียดชัง ผมว่าต่อไปในอนาคต คนไทยจะฆ่าฟันกันตายแบบเดียวกันกับอินเดียในสมัยพุทธทศวรรษที่ 2490

พ.ศ.นี้ โซเชียลมีเดียสร้างคนอย่างนายนาถุราม โคทเส ขึ้นมาในสังคมไทยเป็นจำนวนหลายร้อย หรืออาจจะมากขนาดหลายพัน นับหมื่นคน

นายนาถุรามเป็นชาวฮินดูที่โตในแผ่นดินอินเดีย ด้วยการถูกกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันถึงความโหดร้ายของมุสลิม อินเดียสมัยก่อนตอนโน้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย มีแต่สมาคมราษฏริยะสวยัม-เสวกสังฆ์ ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้รับใช้ชาติ” เป็นสมาคมที่ได้รับอิทธิพลจากองค์กรฮินดูมหาสภาที่ต้องการทำอินเดียให้เป็นประเทศของชาวฮินดูแต่เพียงเท่านั้น

ราษฏริยะสวยัมเสวกสังฆ์เป็นองค์กรที่มีสมาชิกปฏิบัติตนตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดและอย่างคลั่งอุดมการณ์ พวกนี้ต้องการให้ฮินดูเป็นวัฒนธรรมหลักของอินเดีย แม้จะยังเป็นเด็กเล็กอยู่ แต่นายนาถุรามก็ได้รับการอบรมและถูกสมาคมฯปลุกใจให้ยึดมั่นอย่างคลั่งไคล้หลงใหลในศาสนาฮินดูและรังเกียจเดียดฉันท์คนที่เป็นมุสลิม

อินเดียได้เอกราชพร้อมกับการแบ่งประเทศเป็นอินเดียและปากีสถาน ให้อินเดียเป็นประเทศของชาวฮินดู และปากีสถานเป็นของมุสลิม ระหว่างการอพยพเพื่อไปอยู่ในดินแดนใหม่ตามศาสนาของตน ก็มีการกระทบกระทั่ง มีจลาจลในเบงกอลและปัญจาบ

มหาตมา คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณของอินเดียในสมัยนั้นจึงเดินทางไปรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย เพื่อระงับการฆ่าฟันมุสลิม หลังจากเบงกอลตะวันตก คานธียังประกาศว่าจะไปปากีสถานเพื่อระงับการฆ่าฟันชาวฮินดูของมุสลิมที่นั่นด้วย

เมื่ออยู่ร่วมกันไม่ได้ ก็ต้องแบ่งแผ่นดินกันอยู่ แยกประเทศใหม่กันไปเลย ทรัพย์สินของรัฐก็ต้องแบ่งกัน แต่รัฐบาลอินเดียในสมัยนั้นเพิกเฉย ไม่ยอมแบ่งสินทรัพย์ที่ควรจะเป็นของมุสลิมให้ปากีสถาน มหาตมา คานธี จึงประท้วงรัฐบาลอินเดีย

สมาชิกสมาคมราษฏริยะสวยัมเสวกสังฆ์วิเคราะห์ว่าการประท้วงของมหาตมา คานธี เป็นการกระทำที่เข้าข้างมุสลิม จึงสร้างหน่วยขึ้นมาฆ่ามหาตมา คานธี โดยมีสมาชิกชาวฮินดูอาสาเป็นมือฆ่าอย่างเช่น นายมทัน ลาล และนายนาถุราม โคทเส

29 มกราคม 2491 นายมทันวางระเบิดฆ่า ทว่าไม่สำเร็จ วันต่อมา นายนาถุรามจึงพกปืนเข้าไปรอในสวนของคฤหาสถ์บีร์ลา ตรงที่คานธีต้องเดินผ่านไปหอสวดมนต์ร่วมกับสาธารณชน นายนาถุรามแกล้งทำเป็นชื่นชมคานธี แต่พอได้จังหวะ นายนาถุรามก็ชักปืนออกมายิงคานธีติดต่อกัน 3 นัด

คานธีร้องว่า“เฮ! ราม” จากนั้นก็ล้มลงสิ้นใจตาย

นายนาถุรามถูกจับและถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

และตายในคุกเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2492 ตอนที่มีอายุ 39 ปี.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com