บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉสนช.แก้ซะเละ ไพรมารี ส่อขัดรัฐธรรมนูญ

‘มีชัย’ชี้วิธีคิดกกต.-ขัดกันเอง พรรคทักท้วงเพราะเห็นปญหา จึงต้องเข้ามาเป็นกรรมาธิการ

“มีชัย” ชี้เปรี้ยงปมไพรมารีโหวต ก.ม.ลูกพรรคการเมือง ที่ สนช.ปรับแก้ส่อขัด รธน. เหตุมีปัญหาติดขัดเรื่องกระบวนการและเวลา อาจทำให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครเลือกตั้งไม่ทัน เตรียมลุยเองร่วมนั่งถกกมธ.ร่วม แขวะ กกต.โดนยาสั่งจนหลอน อ้างจัดเลือกตั้งได้ไร้ปัญหา แต่พอถามกลับตอบไม่ได้ ถามคิดได้ไงแจกใบเหลือง-ใบแดง ขั้นตอนไพรมารี ทั้งๆที่โยนให้พรรคการเมืองทำ กรธ.มีมติให้ “มีชัย” นำทีม 5 กรธ.ถก กมธ.ร่วม ก.ม.ลูก กกต. “สมชัย” อัดกลับ กรธ.งุบงิบยกร่างจนเกิดข้อผิดพลาด ชี้ส่งศาล รธน.ตีความคือทางออก 19 พรรคเล็กยื่นหนังสือ กรธ.ทบทวนไพรมารีโหวต พร้อมเสนอเลื่อนใช้เลือกตั้งครั้งหน้า สนช.-รัฐบาลประสานเสียง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติไม่ขัด รธน. อ้างฟังความเห็นประชาชนแล้ว “วิษณุ” พลิ้วไม่ผิด ครม.เห็นชอบก่อน รธน.บังคับใช้ “บิ๊กป้อม” ปัดตั้งพรรคเล่นการเมือง ปชป.ตีปีก “สุรินทร์” จ่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โวฝีมือระดับเวิลด์คลาส

ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง ส่อเค้าว่าจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมเพื่อพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากยังมีความเห็นแย้งสูง หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำการปรับแก้ร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จนล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ระบุว่าประเด็นไพรมารีโหวต อาจขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ชัดเจนแล้วว่าต้องตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย

“มีชัย” ชี้ปมไพรมารีส่อขัด รธน.

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการทำไพรมารีโหวต ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่มีการปรับแก้ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เรื่องนี้พรรคการเมืองหลายพรรคส่งหนังสือทักท้วงมาเพราะเขาเห็นปัญหา ทั้งเวลาและกระบวนการ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงไม่เห็นปัญหานี้ ดังนั้น กรธ.ต้องไปดูรายละเอียดของปัญหาด้วยตัวเอง ขณะนี้ยังมีเวลาศึกษาข้อทักท้วงจากทางพรรคการเมืองต่างๆ เพราะ สนช.ยังไม่ได้ส่งเรื่องกลับมายัง กรธ. ถ้าร่างกฎหมายส่งผลทำให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งไม่ได้ ทำให้การเลือกตั้งทำไม่ได้หรือมีปัญหา คงจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ

อัด กกต.โดนยาสั่งจนหลอน

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนที่ กกต.ชี้แจงว่าเรื่องไพรมารีโหวตไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ไม่มีปัญหานั้น แต่เมื่อ กรธ.ถามรายละเอียด กกต.กลับตอบไม่ได้ คล้ายกับว่า กกต.อาจจะถูกสั่งให้มาบอกว่าไม่มีปัญหา ดังนั้นตอนนี้ กรธ.เลยต้องศึกษาปัญหา อาทิ เรื่องที่ กกต. จะเป็นผู้ให้ใบเหลือง ใบแดง กรณีที่มีการร้องเรียนว่ากระบวนการไพรมารีโหวตไม่ถูกต้อง แต่ กกต.ไม่จัดเลือกตั้งเองในส่วนไพรมารีโหวต บอกว่าเป็นภาระของพรรค การเมือง จึงแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในวิธีคิดของ กกต.เอง

เตรียมลุยเองนั่ง กมธ.ร่วม 2 ฉบับ

เมื่อถามว่า ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณากฎหมาย นายมีชัยจะลงไปนั่งในสัดส่วน กรธ.จำนวน 5 คนด้วยหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า คงต้องไปเอง เพื่อจะช่วยกันหาทางว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ตนอาจต้องไปนั่งในกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาทั้งกฎหมายพรรคการเมืองเกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวตและกฎหมายว่าด้วย กกต. เมื่อถามอีกว่า ตอนนี้ประสานอะไรกับ สนช.บ้างหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ยัง แต่ว่าในวันนี้มีหนังสือเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมแล้ว กรธ.คงต้องไปหารือต่อว่าจะเอาอย่างไร เมื่อถามว่า ถ้าหากการทำไพรมารีโหวตส่งผลทำให้เวลาการเลือกตั้งขยายออกไป กรธ.จะสามารถแก้ไขกฎหมายวันเลือกตั้ง ทำให้การประกาศกฤษฎีกาเรื่องวันเลือกตั้งถูกขยายออกไปเพื่อเอื้อแก่การทำไพรมารีโหวตได้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ถ้ามีเวลาก็ขยายได้ แต่เกรงว่าจะไม่มีเวลา เพราะแค่จะทำให้พรรคการเมืองถูกต้องตามร่างกฎหมายลูกก็ใช้เวลานานแล้ว

“มีชัย” นำทีมถก กมธ.ร่วม ก.ม.กกต.

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงว่า ประธาน สนช.ได้มีหนังสือลงวันที่ 26 มิ.ย.60 แจ้งว่า กกต.ได้มีหนังสือส่งเอกสารความเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่ สนช.ให้ความเห็นชอบแล้ว ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 267 วรรค 5 บัญญัติว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง หรือ กรธ.เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ให้แจ้งประธาน สนช.ภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.นั้น และให้ สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา 1 คณะ 11 คนประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือประธานองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และสมาชิก สนช.และ กรธ. ฝ่ายละ 5 คนเพื่อพิจารณาและเสนอต่อ สนช.ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ ดังนั้นที่ประชุม กรธ.มีมติให้ กรธ.เข้าเป็น กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายประพันธ์ นัยโกวิท นายปกรณ์ นิลประพันธ์ นายภัทระ คำพิทักษ์ และนายศุภชัย ยาวะประภาษ โดยวิป สนช.จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 13.30 น.

“สมชัย” โบ้ย กรธ.งุบงิบจนผิดพลาด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ร่างกฎหมายแบบกลัวคนเห็นฝ่าเท้า โจโฉเคยบอกสุมาอี้ว่า เหตุที่ฝ่าเท้าของเราขาวกว่าหลังเท้า เพราะเรามักปิดปังฝ่าเท้าไว้ตลอดเวลาไม่ให้คนเห็น การร่างกฎหมายสำคัญที่ กรธ.ชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน กรธ.ก็เช่นกัน ตลอดทางของการร่าง ปิดบังซ่อนเร้นสิ่งที่ใช่ เปิดเผยรับฟังความเห็นจากร่างที่แปลกต่าง ด้วยเกรงว่าการโต้แย้งอย่างมีเหตุผลจากสาธารณะจะบดบังความคิดที่เป็นอัตตาของตน ดังนั้น การจัดเวทีรับฟังความเห็นจึงเป็นเพียงพิธีกรรม พรรคการเมืองใหญ่จึงเฉยเมยที่จะเข้าร่วมเพราะรู้ดีว่าไม่ใช่ของแท้ จึงไม่ได้ความเห็นที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการออกแบบอย่างแท้จริง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เรื่องไพรมารีโหวต และการเก็บค่าสมาชิกที่มีเสียงคัดค้านระงมจากพรรคการเมือง เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เมื่อไม่เอาประเด็นนี้มาพูดในเวทีรับฟังความเห็น พอผลักดันออกมาเป็นกฎหมายจึงขาดการยอมรับและอาจเลยจุดที่จะโต้แย้งเพราะผ่าน สนช.ไปแล้ว พอมาถึงวันนี้ฝ่ายร่างเพิ่งฉุกคิดถึงจุดอ่อนที่เกิดขึ้นจากข้อวิพากษ์ของฝ่ายการเมืองและนักวิชาการ ก็สายเกินแก้ เพราะการโต้แย้งสามารถทำได้เพียงกรณีขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งยังไม่รู้จะบอกว่าขัดอย่างไร

ส่งศาล รธน.ตีความทางออกดีที่สุด

นายสมชัยยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ออกมาแสดงความเห็นว่าระบบไพรมารีโหวต พรรคการเมืองอาจส่งผู้สมัครลงไม่ได้ ทำให้การเลือกตั้งไม่ราบรื่น หรือเป็นไปไม่ได้ ถือว่าขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญว่า เป็นการแสดงความปริวิตก มิใช่ประเด็นขัดเจตนารมณ์ หากเอาความปริวิตกมาอ้าง กกต.คงกล่าวอ้างได้เช่นกันว่า การเซ็ตซีโร่ กกต.ใหม่ทั้งหมด อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ราบรื่น เนื่องจาก กกต.ใหม่ยกชุด ปัญหาของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่เกิดขึ้น เนื่องจากในขั้นของการร่าง มิได้เปิดรับฟังปัญหาจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง อีกทั้งไม่นำประเด็นที่ซ่อนเร้นขึ้นมาถกอภิปรายกันก่อน เป็นการมุ่งเอาชนะกันแทนที่จะปรึกษาหารือด้วยเหตุผล มาถึงวันนี้การตั้งกรรมาธิการร่วมอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะหาประเด็นที่ยกว่าขัดเจตนารมณ์ไม่ได้ และกฎหมายผ่านสภาไปแล้ว สิ่งที่ทำได้ คือ ครม.หากเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญควรส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ สิ่งนี้น่าจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้ที่สุด

ชทพ.แทงหนังสือเบรกไพรมารี

ที่รัฐสภา ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา และกลุ่มปฏิรูปการเมืองยุคใหม่ ที่เป็นการรวมตัวของพรรคการเมืองขนาดเล็ก 19 พรรค ยื่นหนังสือท้วงติงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ต่อนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. โดยระบุให้ทบทวนระบบไพรมารีโหวต เนื่องจากมีปัญหาในทางปฏิบัติ และทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียเปรียบพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ข้อเสนอของพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งแรกภายหลังจากที่ พ.ร.บ.พรรคการเมืองบังคับใช้ ให้พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. รับฟังความคิดเห็นจากสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนประจำจังหวัด ส่วนการใช้ระบบไพรมารีโหวตให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพื่อให้ประชาชน พรรคการเมือง และสมาชิกพรรค มีเวลาเตรียมความพร้อมรองรับระบบใหม่

ยัน ก.ม.ยุทธศาสตร์ชาติไม่ขัด รธน.

พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำ ยุทธศาสตร์ชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรค 2 ที่ไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนว่า ยืนยันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กระบวนการพิจารณาของ กมธ.ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนที่รัฐบาลยกร่าง พ.ร.บ.มีการนำเสนอร่างกฎหมายผ่านเว็บไซต์ www.thaigov.go.th  ให้ประชาชนแสดงความเห็น

มีผู้เข้ามาดู 3,000 กว่าความเห็น และมีผู้แสดงความคิดเห็น 8-9 ราย จากนั้น กมธ.นำสิ่งที่ประชาชนแสดงความเห็นมาร่วมพิจารณาประกอบในการร่างกฎหมาย รวมทั้งมีการเผยแพร่เนื้อหาร่างกฎหมายผ่านสื่อต่างๆให้ประชาชนทราบ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ถือว่าทำครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรค 2 ทุกอย่าง อีกทั้งเมื่อร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว ต้องเขียนแผน ยุทธศาสตร์ชาติให้เสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งมีขั้นตอนให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นอีก 2 ครั้ง คือ 1.ขั้นตอนก่อนเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติว่า อยากให้มียุทธศาสตร์ด้านใดบ้าง 2.หลังเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติเสร็จ ต้องให้ประชาชนแสดงความเห็นอีกครั้งว่า แผนยุทธศาสตร์แต่ละด้านเป็นอย่างไรบ้าง

ปัดมัดมือชกรัฐบาลในอนาคต

พล.ร.อ.พัลลภกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่การมัดมือชก หรือเป็นข้อผูกมัดให้รัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม เพราะแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเพียงการระบุเรื่องวิสัยทัศน์และเป้าหมายยุทธศาสตร์ในกรอบกว้างๆ 20 ปี ส่วนรายละเอียดและนโยบายการปฏิบัติงานจะอยู่ในแผนแม่บทที่รัฐบาลหรือฝ่ายบริหารแต่ละชุดเป็นผู้เขียนเอง ดังนั้น แผนยุทธศาสตร์ชาติจึงไม่ใช่อุปสรรคในการบริหารประเทศ แต่เป็นอุปกรณ์ให้รัฐบาลมีทิศทาง แนวทางการดำเนินการ และยุทธศาสตร์ชาติยังทบทวน เปลี่ยนแปลงได้ทุก 5 ปี หากเกิดเหตุการณ์หรือความขัดแย้งที่กระทบต่อวิสัยทัศน์และเป้าหมาย โดยให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นผู้เสนอปรับปรุงแก้ไขให้ ครม.พิจารณา

รบ.ไม่หวั่นโดนรุมยื่นศาล รธน.

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายการเมืองเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความร่างทั้ง 2 ฉบับขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ว่า ขอยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับผ่านการขอความเห็นจากประชาชนเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวลหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ยืนยันเราทำตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ที่ผ่านมาใช้เวลาเปิดรับฟังประชาชนพอสมควร โดยรับฟังผ่านทางเว็บไซต์รัฐบาลและเว็บไซต์ คณะกรรมการกฤษฎีกา และจะเดินหน้าต่อไป ไม่มีทางสะดุดแน่นอน

ยื่นผู้ตรวจฯส่งตีความ พ.ร.บ. 2 ฉบับ

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการออกร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่ สนช.ได้ลงมติผ่านความเห็นชอบในวาระ 3 ไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ คณะรัฐมนตรีมีมติเสนอร่างฯไปยัง สนช. เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ก่อนที่รัฐธรรมนูญปี 2560 จะประกาศบังคับใช้ในวันที่ 6 เม.ย. ดังนั้นร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่ตราขึ้น น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถเสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตามมาตรา 81 ต่อไป

“วิษณุ” ย้ำไม่ขัด ม.77 ฟัง ปชช.แล้ว

เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศขัดมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับดังกล่าวเปิดรับฟังความคิดเห็นมาแล้วระดับหนึ่ง ตั้งแต่ก่อนวันที่ 6 เม.ย. เพราะเตรียมไว้ตั้งแต่เดือน ก.พ. และก่อนหน้านั้น กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก็ได้ไปดำเนินการรับฟังความเห็นมาแล้ว และรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าห้ามปรับปรุงแก้ไข เมื่อเข้า ครม. คณะกรรมการกฤษฎีกา และ สนช.ย่อมมีสิทธิ์แก้

พลิ้วไม่ผิดเห็นชอบก่อน รธน.ใช้

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ ครม.มีมติเห็นชอบก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.นั้น เพราะเมื่อกำหนดกระบวนการทำกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต้องทำให้เสร็จภายใน 120 วัน จึงจำเป็นต้องยกร่างกันไว้ก่อนแล้วเสนอเข้า สนช. หากต้องรอดำเนินการรับฟังความคิดเห็นใน 120 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้คงจะหมดเวลาไปแล้ว 60 วัน สนช.จะไม่มีเวลาพิจารณา ดังนั้น ครม.จึงต้องมีมติไปก่อนในวันที่ 4 เม.ย. ดังนั้น การที่ ครม.มีมติตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้จึงไม่ผิดปกติอะไร อย่างไรก็ตาม ถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับตีความ กระบวนการต่างๆ ก็ต้องหยุดลงชั่วคราว

ทำตื่นถามสื่อมี รมต.ออกไหม

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีสมาชิก สนช.และ สปท.ลาออกบ้างแล้ว จะกระทบการทำงานหรือไม่และมีการมองว่าเพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยนายวิษณุตอบว่า ไม่กระทบต่อการทำงานใดๆ ถ้า สนช.ลาออกกันเยอะสามารถตั้งใหม่ ส่วน สปท.จะสิ้นสุดลงเมื่อกฎหมายยุทธศาสตร์ประกาศใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ตอบจบ นายวิษณุ ได้ยิ้มพร้อมย้อนถามสื่อกลับแบบทีเล่นทีจริงว่า “แล้วมีรัฐมนตรีจะลาออกบ้างไหมครับ” ทำให้ผู้สื่อข่าวพยายามคะยั้นคะยอถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่นายวิษณุไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่ส่งยิ้ม ก่อนขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

เผยใกล้คลอด กก.ปฏิรูป ตร.

นายวิษณุยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้พิจารณาเรื่องนี้ แต่ยังไม่เรียบร้อย อาจต้องรออีก 1 สัปดาห์ เพราะเกี่ยวข้องกับการทาบทามตัวบุคคลที่ยังไม่ตอบรับ ส่วนหลายคนที่ตอบรับแล้วก็อยากรู้ว่ามีใครร่วมเป็นกรรมการบ้าง จึงยังไม่สามารถบอกได้ แต่ต้องแต่งตั้งให้เสร็จ

ชงร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯให้ ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย (ทปก.) เป็นประธานการประชุม โดยภายหลังการประชุมนายวิชญะ เครืองาม ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความเห็น ในฐานะโฆษกแถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการพิจารณา 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ และร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว จากนั้นส่งให้ สนช.พิจารณา

“ประวิตร” ยันไม่ตั้งพรรคเล่นการเมือง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ตั้งพรรคการเมืองว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคนตั้ง ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะตั้งหรือไม่นั้น ก็ต้องไปถามตัวนายกฯเอง เมื่อถามถึงข้อดีข้อเสียที่รัฐบาลชุดนี้จะลงไปเล่นการเมือง เนื่องจากมีผลงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตนไม่มีความเห็น เมื่อถามย้ำว่า คสช.จะเป็นทางเลือกที่สามหรือไม่ เพราะตอนนี้เรามีพรรคการเมืองใหญ่อยู่สองพรรค พล.อ.ประวิตรตอบว่า ใครเป็นคนคิดก็บอกเขาไป ตอนนี้ คสช.ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อถึงเวลาก็มีการเลือกตั้ง เมื่อถามอีกว่า จะแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ไม่คิด และไม่เคยคิด พล.อ.ประยุทธ์เป็นถึงนายกรัฐมนตรีสามารถคิดเองได้ และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับที่เคยอยู่ด้วยกันมาสมัยรับราชการทหาร เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในช่วงใกล้พิจารณาคดีรับจำนำข้าว พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะร้องไห้ แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

ยังไม่ได้คุยโผทหารกับนายกฯ

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีว่า การประชุมสภากลาโหมในวันนี้ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องของการปรับย้ายนายทหารประจำปี เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเข้าสภากลาโหม ส่วน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. จะยังคงดำรงตำแหน่งต่ออีก 1 ปีหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ เมื่อถามว่า ผลงานของ ผบ.ทบ.ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า แล้วดีหรือไม่ ผู้สื่อข่าวตอบว่า ดี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า งั้นก็ดี ทั้งนี้ตนยังไม่ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในเรื่องการปรับย้ายนายทหารประจำปี ต้องรอให้เหล่าทัพส่งบัญชีโยกย้ายมาก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร รายชื่อน่าจะออกมาตามเวลา

ปัดให้สิทธิจีนเวอร์รถไฟเร็วสูง

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์-วิจารณ์โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ว่าให้สิทธิประโยชน์กับประเทศจีนมากเกินไปว่า ไม่ใช่เช่นนั้น กระทรวงคมนาคมดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาว่าสิ่งใดเหมาะสมและไม่เหมาะสม ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะเสียเปรียบ ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบแน่นอน

เตรียมเปิดเวทีสาธารณะ 4 ภาค

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช. มอบหมายให้ กกล.รส. กองทัพภาคร่วมกับส่วนราชการ จัดเตรียมพื้นที่และความพร้อมในการเปิดเวทีสาธารณะ 4 ภาค เพื่อชี้แจงสาระสำคัญของร่างสัญญาประชาคมให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศเป็นสัญญาประชาคม สำหรับการดูแลความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยนั้น กกล.รส.ยังคงระดับความเข้มงวด ป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ หรือการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ พร้อมเร่งรัดติดตั้งและจัดระบบกล้องวงจรปิดให้เรียบร้อยทุกพื้นที่ในเดือนนี้ ตามนโยบายของหัวหน้า คสช. รวมทั้งสร้างเครือข่ายและให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องในการเฝ้าระวังเหตุและการแจ้งข้อมูล สิ่งผิดปกติ เสริมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

เหล่าทัพจัดเฉลิมพระเกียรติ ร.10

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และร่วมจัดกิจกรรมสนับสนุนส่วนราชการอื่นๆ ในการจัดงานและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 65 พรรษาในวันที่ 28 ก.ค.นี้ ให้สมพระเกียรติ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน เช่น พิธีสวดมนต์เพื่อถวาย พระพรชัยมงคลฯ และพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เข้มห้ามอาวุธหลุดจากกรมกอง

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งเข้มเรื่องปัญหาการค้าอาวุธสงครามทางระบบไปรษณีย์ รวมถึงการปลอมแปลงรถยนต์ของทางราชการเพื่อหลีกเลี่ยงการขนส่งอาวุธสงครามซึ่งมีทหารและพลเรือนเกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยที่มีคลังอาวุธในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการจัดเก็บและเบิกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ กระสุนและวัตถุระเบิด ต้องไม่มีกำลังพลเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงครามเด็ดขาด ยืนยันกองทัพจะไม่ปกป้องคนที่ทำผิดและจะดำเนินการให้ถึงที่สุด

ศาลทหารให้ประกัน “โรม”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ร.ต.อ.วิฑูรย์ เพ็งบุปผา พนักงานสอบสวน (พงส.) สภ.บางเสาธง นำนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟู ประชาธิปไตย ที่ถูกคุมตัวฐานมั่วสุม ชุมนุมการเมืองตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพฯที่ 62/2559 ลงวันที่ 26 ส.ค.59 ขณะแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.59 มาขึ้นศาล โดยทีมทนายความยื่นหลักทรัพย์ 50,000 บาท ขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้อง โดยมีเงื่อนไขห้ามยุยงปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ ห้ามชุมนุมทางการเมือง

ปชป.ตีปีก “สุรินทร์” จ่อลงผู้ว่าฯ กทม.

อีกเรื่องหนึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ลงคำให้สัมภาษณ์ของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต เลขาธิการอาเซียนว่า พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามพรรคประชาธิปัตย์ว่า คสช.ยังมีคำสั่งห้ามทำกิจกรรมพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้นในช่วงนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียดก็ยังงงๆว่าออกมาได้อย่างไร เพราะเท่าที่ทราบคือพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เคยหารือในเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พรรคยินดีคนที่มีคุณสมบัติและมีคุณภาพระดับอดีตเลขาธิการอาเซียนที่อาสาจะมาช่วยงานพรรค แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจอะไรในกรณีนี้ เพราะยังมีคำสั่ง คสช.ห้ามนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ให้สัมภาษณ์สั้นๆทางโทรศัพท์ว่า “ผมยังไม่มีอะไรจะพูดในเวลานี้ เพราะอยู่ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน มีกำหนดจะกลับประเทศไทยช่วงปลายเดือนนี้”

เชียร์เต็มที่ฝีมือระดับเวิลด์คลาส

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการประชุมหารือของคณะกรรมการบริหารพรรค เพราะยังติดคำสั่งห้ามของ คสช. พรรคจึงยังไม่มีมติใดๆในเรื่องผู้สมัครต่างๆ แต่ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องดี และถือเป็นแบบอย่างของนักการเมืองอาชีพ ที่หากสนใจตำแหน่งใดก็ประกาศตัวต่อสังคมเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อให้เวลากับสังคมในการร่วมตรวจสอบคุณสมบัติและผลงานที่ผ่านมา ส่วนตัวจึงถือว่าเป็นนักการเมืองตัวอย่างที่กล้าเปิดเผย ประกาศจะลงแข่งขัน ไม่ทำอะไรลับๆล่อๆ นายสุรินทร์นับเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถคนหนึ่ง ผ่านงานระดับนานาชาติมาแล้ว ส่วนตัวสนับสนุนและเชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะนำเสนอต่อสังคมและคน กทม. แม้ว่าเวลานี้ยังติดเงื่อนไขคำสั่งของ คสช.