บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งปิดบ่อ 30 วัน จนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย

จ่ายเหยื่อ3ล้านแล้ว3ราย

“ศานิตย์” เชิญผู้เชี่ยวชาญเชิงเทคนิค ตรวจสอบบ่อบำบัดน้ำเสียกลืนชีวิตนิสิตสาวจุฬาฯและพนักงานรวม 5 ศพ รับเป็นแค่เพียงพยานแวดล้อม เพราะประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุเสียชีวิตหมด ถึง ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายเรียกใครมาดำเนินคดี “มงคล พฤกษ์วัฒนา” อธิบดี กรอ.แถลงสั่งปิดส่วนบำบัดน้ำเสียโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกซีพีเอฟบางนา 30 วัน คาดว่าโรงงานต้องปิดไปโดย ปริยาย หรืออาจใช้วิธีบำบัดน้ำเสียด้วยอุปกรณ์อื่น ชี้ปมฝาบ่อบำบัดน้ำเสียเปิดทำให้เกิดอุบัติเหตุ หาก ศาลตัดสินว่าเป็นความผิดของโรงงาน กรอ.จะใช้อำนาจตามกฎหมายโรงงานขั้นสูงสุด สั่งจำคุกผู้กระทำผิดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท สั่งอุตสาหกรรมจังหวัดล้อมคอก ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม 21,000 โรงงานทั่วประเทศ ที่มีความเสี่ยงให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ ซีพีจ่ายเงินญาติเหยื่อที่เสียชีวิตรายละ 3 ล้านบาทไปแล้ว 3 ราย ส่วนอีก 2 ราย ครอบครัวยังทำใจไม่ได้

กรณีเหตุสลด น.ส.ปัณฐิกา หรือหวาย ตาสุวรรณ อายุ 23 ปี นิสิตปี 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตกบ่อบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกบางนา บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เสียชีวิตพร้อมกับ น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข จนท.สิ่งแวดล้อมบริษัทฯ นายพรศักดิ์ บุญบาล หัวหน้างานอนามัย นายชาญชัย พันธุนาคิน หัวหน้าช่างซ่อมบำรุง และนายชาตรี สีสันดร คนงานสมทบ ที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ศพ เบื้องต้นมีข้อมูลว่า น.ส.ปัณฐิกาเข้าไปดูงานในโรงงานเป็นวันแรกจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว หลังเกิดเหตุซีพีเอฟประกาศจ่ายเงินช่วยเหลือศพละ 3 ล้านบาท ส่วนคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 10 ปาก ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายเรียกใคร เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุหรือเกิดจากประมาท การจะกล่าวหาบุคคลใดจำเป็นต้องมีพยานหลักฐานสามารถยืนยันการกระทำผิดได้ชัดเจน ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา ตามหลักฐานที่ปรากฏและให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย

“ขณะนี้สั่งให้พนักงานสอบสวนเชิญผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบในเชิงเทคนิคภายในสถานที่เกิดเหตุว่า มีความผิดปกติใดๆหรือไม่ โดยเฉพาะอากาศภายในที่เกิดเหตุและในบ่อดังกล่าวมีก๊าซที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่นำมาประกอบสำนวนคดี เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด ประกอบกับผู้เห็นเหตุการณ์เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาพยานแวดล้อมอื่นๆมาใช้เป็นแนวทาง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุว่าเกิดจากอะไร” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)วันเดียวกัน นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เผยว่า กรอ.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 23 -24 มิ.ย. ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ตามมาตรา 39 สั่งปิดในส่วนของบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานเป็นเวลา 30 วัน หรือจนกว่าจะแก้ไขให้เรียบร้อย เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อโรงงานดำเนินการเรียบร้อยจะส่งหนังสือแจ้งมายัง กรอ.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจ หากดำเนินการเรียบร้อยตามขั้นตอนทั้งหมดและมีความปลอดภัย จะสั่งการให้เปิดดำเนินการในส่วนที่ปิด

นายมงคลกล่าวต่อว่า กระบวนการผลิตของโรงงานปกติจะต้องเกิดของเสียและต้องบำบัด คาดว่าในส่วนการผลิตทั้งหมดต้องหยุดไปโดยปริยาย ประเด็นนี้ต้องสอบถามไปยังโรงงานว่า หยุดผลิตทั้งหมดหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯรายงานมา หากโรงงานยังยืนยันว่าจะเปิดดำเนินการผลิตสินค้าตามปกติ มีความเป็นไปได้ว่าโรงงานอาจนำน้ำเสียจากกระบวนการผลิตไปบำบัดด้วยวิธีการอื่น หรือหน่วยบำบัดอื่นที่ติดตั้งอยู่ในตัวโรงงานแทนกันไปก่อน ระหว่างถูกสั่งให้ปิดบ่อบำบัดน้ำเสียเป็นเวลา 30 วัน

“จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ระหว่างเกิดเหตุการณ์ทำให้มีผู้เสียชีวิต ฝาท่อบำบัดน้ำเสียถูกเปิดออก จากปกติควรปิดและด้วยน้ำหนักของฝาต้องใช้ถึง 2 คนในการเปิด ไม่ทราบว่าฝาท่อถูกเปิดก่อนหรือหลังนักศึกษาเข้าไปดูงาน และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เปิด เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. จากการตรวจสอบเวลา 08.00 น. วันเดียวกันพบว่า ฝาท่อยังปิดอยู่ และจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่า มีการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น เรื่องนี้ต้องให้ตำรวจสอบสวน หากพบว่าเป็นความผิดของโรงงานและคดีในชั้นศาลสิ้นสุด กรอ.จะใช้อำนาจตามกฎหมายโรงงานขั้นสูงสุดคือ สั่งจำคุกผู้กระทำผิดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท กรณีโรงงานนี้ผู้รับผิดชอบคือเจ้าหน้าที่บ่อบำบัดน้ำเสีย” อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าว

นายมงคลกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามโดยตรงกับผู้บริหารโรงงานพบว่า ขั้นตอนการดูงานของนักศึกษาฝึกงาน เป็นขั้นตอนระดับปฏิบัติการที่ผู้บริหารไม่อาจทราบได้ ขณะที่โรงงานซีพีเอฟเองจากสถิติการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้นอีก กรอ.จะส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เข้าตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง มีการดำเนินการขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย ปัจจุบันมีประมาณ 21,000 โรงงานทั่วประเทศ จะดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้

ด้านนายประเสริฐ ตปนียางกูร นายกสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย (สวสท.) กล่าวว่า สวสท.ไม่ได้เข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลจากภาพในที่เกิดเหตุพบว่า อาจมีปัญหาด้านระบบการสื่อสารในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพราะตามขั้นตอนบุคคลที่ทำงานในระบบบ่อบำบัดน้ำเสียต้องมีอุปกรณ์สื่อสารกับบุคคลภายนอกได้ตลอดเวลา ต้องมีคนอยู่ใกล้สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที ต้องรู้ว่ามีอันตรายอะไร ต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต อาทิ เชือก ตักรอกยก และที่สำคัญคือ ห้ามเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยขาดความรู้ การฝึกจริง และขาดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นอันขาด ดังนั้นเหตุการณ์นี้ต้องให้ตำรวจเป็นผู้สอบสวนและสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง

ส่วนประเด็นเงินช่วยเหลือที่บริษัทซีพีเอฟประกาศจะจ่ายให้ผู้เสียชีวิตคนละ 3 ล้านบาทนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้อนุมัติค่าเยียวยาให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกลงในบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานบางนาเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นค่าเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 3 ล้านบาท และบริษัททำประกันชีวิตให้แก่พนักงานต่างหากอีกคนละ 1 ล้านบาท ทำให้ญาติของผู้เสียชีวิตแต่ละรายได้รับเงินเยียวยารายละ 4 ล้านบาท แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายด้านทำให้ผู้บริหารไม่อยากออกข่าวใดๆ นอกจากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับญาติเป็นผู้ให้ข่าวกันเอง

ขณะนี้บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มอบเงินให้ญาติผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย รายแรกให้นายสุชาติ สิทธิชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ ไปมอบเงินช่วยเหลือ 3 ล้านบาท ให้แก่บุตรชายนายชาตรี สีสันดร ที่ จ.สกลนคร และเป็นเจ้าภาพงานสวดอภิธรรมศพพร้อมสนับสนุนอาหารของว่างช่วยเหลือ มอบหมายให้นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ซีพีเอฟ มอบเงิน 3 ล้านบาท ให้แก่ทายาทของนายชาญชัย พันธุนาคิน และเป็นเจ้าภาพงานสวดอภิธรรมศพพร้อมสนับสนุนอาหารและของว่างช่วยเหลือที่ จ.ตราด และมอบหมายนายสมรักษ์ จองสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจขายอาหารแปรรูปไก่ ภาคอีสาน และนายไพบูลย์ ศรีจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจฟาร์มเป็ดพันธุ์ ซีพีเอฟ มอบเงินช่วยเหลือ 3 ล้านบาทให้พ่อแม่ของนายพรศักดิ์ บุญบาล ที่ จ.ชัยภูมิ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 รายคือ น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข และ น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ พ่อแม่ผู้เสียหายยังทำใจไม่ได้ จึงยังไม่พร้อมที่จะรับการช่วยเหลือ

ส่วนศพ น.ส.ลักษ์ชนก หรือแป้ง แสนทวีสุข อายุ 24 ปี พนักงานด้านสิ่งแวดล้อมบริษัทซีพีเอฟ ที่เสียชีวิตจากการช่วยเหลือนักศึกษา ญาตินำศพตั้ง บำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 132 หมู่ 10 บ้านทรัพย์เกษตร ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เย็นวันเดียวกันมีญาติและเพื่อนบ้านมาร่วมงานแน่นขนัด บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด นายคำดี แสนทวีสุข บิดากล่าวว่า ยังสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนนี้ครอบครัวต้องการทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตอย่างไร ที่ผ่านมาบริษัทบอกแต่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ตนคิดว่าไม่คุ้มกับความรู้สึกของครอบครัวในการสูญเสียลูกสาวที่คอยส่งเสียดูแลครอบครัวตั้งแต่ได้ทำงาน ครอบครัวมีความหวังกับลูกสาวที่เสียชีวิตมาก เนื่องจากเป็นคนตั้งใจเรียนจนสามารถเข้าทำงานได้ แต่ละเดือนลูกสาวจะส่งเงินให้ทางบ้านมากกว่าเงินที่เก็บไว้ใช้เอง รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้มาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สน.บางนา ว่า นายปรีชา ตามพร อายุ 51 ปี หัวหน้าบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานแปรรูปสัตว์ปีกบางนาของซีพีเอฟ ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.บางนาตั้งแต่เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนจะแจ้งข้อหาตามมาตรา 291 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ภายหลังสอบสวนเสร็จสิ้นเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากนายปรีชาได้เดินทางเข้ามอบตัวเอง