วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วินาทีกู้ภัยฯ ช่วยเหยื่อตกบ่อบำบัด นักวิชาการเผยความรุนแรง ก๊าซไข่เน่า

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เผยวินาทีช่วยเหยื่อตกบ่อบำบัด ตัดสินใจโรยตัว ใช้เชือกผูกเอวผู้เสียชีวิต โดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะที่ นักวิชาการเผยความรุนแรง ก๊าซไข่เน่า อานุภาพรุนแรง ตายได้ภายในไม่กี่นาที ...

วันที่ 26 มิ.ย. ถามตรงๆ กับจอมขวัญ วันนี้ เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับ กรณี 'บ่อบำบัดมรณะ' หลังเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายในบ่อบำบัด ของโรงงานแห่งหนึ่ง เป็นเหตุให้มีนิสิตฯ ที่มาดูงาน และพนักงานของโรงงาน เสียชีวิตรวมทั้งหมด 5 คน

โดย นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตทั้งหมด ทำให้เราไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง จึงต้องมีการประมวลจากข้อมูลทั้งหมด เพื่อสรุปออกมาว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งในวันที่ลงพื้นที่ คือ 23-24 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราเชื่อว่า สาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากความประมาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบเหตุเอง หรือว่า ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่ทั้งหมด ยังไม่ได้สรุปข้อเท็จจริงออกมา ตอนนี้อยู่ระหว่างการจำลองเหตุการณ์

ทั้งนี้ จุดที่เกิดเหตุ มีการติดป้ายห้ามเข้า ซึ่งคนที่เข้าไปได้ คือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องเท่านั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่อับอากาศ ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการบำบัดน้ำเสีย ต้องมีความรู้พื้นฐาน รวมถึงต้องรู้ว่า อุปกรณ์การช่วยเหลืออยู่ตรงไหน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมของบริษัท ยังไม่เคยผ่านการขึ้นทะเบียน หรือได้รับการอบรมจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมมาก่อน 

ด้าน นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หัวหน้ารถกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยถึง วินาทีที่เข้าพื้นที่ไปช่วยเหลือว่า ณ เวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึงนั้น พบว่าทางโรงงานได้ทำการช่วยเหลือก่อนแล้ว เนื่องจากเห็นอุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งถังออกซิเจน ถูกวางไว้อยู่ในจุดใกล้ๆ บ่อ ซึ่งมีทั้งที่ใช้แล้ว และยังไม่ได้ถูกใช้งาน แต่โดยส่วนตัวไม่เห็นฝาบ่อว่าอยู่ตรงไหน เพราะตอนที่ไปถึง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำออกแล้ว พอเรารู้ว่าเป็นพื้นที่อับอากาศ จึงได้มีการร้องขอพัดลมดูดอากาศมาช่วยระบายอากาศ ก่อนจะใช้ไม้ยาว ผูกตะขอที่ปลาย เพื่อทำการเกี่ยวหูกางเกง ดึงผู้ประสบเหตุขึ้นมา ซึ่งคนที่เราดึงขึ้นมาได้เป็นคนแรก คือผู้ชาย จากนั้นได้ทำการส่งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลด้านนอก ทำซีพีอาร์ ปั๊มหัวใจ เนื่องจากยังพบสัญญาณชีพ ก่อนพาตัวส่งโรงพยาบาล แต่ก็พบว่า เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สำหรับการดูงาน ของนิสิต คณะสัตวแพทย์ เกี่ยวกับการดูงานเรื่องบ่อบำบัดน้ำเสีย สามารถทำได้ ซึ่งหากดูจริงๆ แล้ว บ่อดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ่อสูบน้ำเสีย มีฝาสำหรับเปิด มีบันได ที่สามารถลงไปซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำได้ ซึ่งในบ่อนี้ ถ้าเทียบแล้ว ก็จะเป็นบ่อที่ของเสียยังไม่ได้รับการบำบัดเลย ซึ่งน้ำเสียสดแบบนี้ จะมีจุลินทรีย์ที่มีความเข้มข้นสูง ภายในบ่อจะเป็นแบบไร้อากาศ หรือไม่มีอากาศ โดยจะมีทั้งก๊าซคาร์บอน ก๊าซไข่เน่า ซึ่งเมื่อมีก๊าซเยอะ ก็จะไม่มีออกซิเจน 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร กล่าวต่อว่า สำหรับก๊าซไข่เน่านี้ จะหนักกว่าอากาศ เราต้องไปอยู่ใกล้จุดกำเนิด ถึงจะได้กลิ่น แต่ถ้าความเข้มข้นสูง อาจหมดสติ ถึงเสียชีวิตได้ทันที ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของก๊าซ โดยอาการขั้นแรกจะเริ่มแสบจมูก แสบตา เนื่องจากบริเวณตาและจมูกของเรามีความชื้น จากนั้นก็จะเริ่มหมดสติ

นายอัญวุฒิ กล่าวต่อว่า อาการของน้องกู้ภัยในหน่วย ที่ลงไปช่วยเหลือแบบไม่มีเซฟตี้วันนั้น คือ เราได้ร้องขออุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือแล้ว แต่เมื่ออุปกรณ์ยังมาไม่ถึง น้องอาสา จึงได้ขอโรยตัวลงไป โดยมีกลั้นหายใจ ใช้เชือกผูกที่เอวของเจ้าหน้าที่ จากนั้นโรยตัวไปเพื่อนำเชือกไปผูกกับเอวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้หญิงอีก 2 ราย ที่ไม่สามารถใช้ไม้ขอเกี่ยวหูกางเกงขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อผูกได้คนนึงแล้ว ก็ขึ้นมาสูดอากาศด้านบนก่อนที่จะลงไปใหม่ ก็ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด 

ซึ่งในส่วนของการช่วยเหลือนั้น จากสถิติพบว่า ผู้ที่ลงไปช่วยเหลือนั้น ส่วนใหญ่จะเสียชีวิต เพราะขาดการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ เอง หรือกู้ภัยในพื้นที่นั้นๆ เอง ซึ่งอยากจะฝากว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ขอให้รีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านนอก รวมถึงรถพยาบาลโดยเร็ว เพื่อจะได้รีบเข้ามาช่วยได้อย่างทันท้วงที

ส่วน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร เผยว่า เรื่องที่ต้องคำนึงถึงเรื่อง คือการออกแบบพื้นที่ให้มีเซฟตี้ ไม่ว่าจะเป็นราวกันตก หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือ ซึ่งในหน่วยงานของรัฐจะมี และการอบรมเจ้าหน้าน้าที่ ซึ่งต้องมีสติด้วย หากเกิดเหตุต้องมีอุปกรณ์ จึงจะเข้าไปช่วยเหลือได้ และลักษณะการช่วยฉุกเฉิน ที่อยากให้มีการปลูกฝังตั้งแต่เด้กๆ ไม่อยากให้เห็นว่า พอเกิดเหตุ แล้วห้ามไม่ให้มีการไปดูงาน แต่ควรทำทุกอย่างให้ดี เพื่อให้เกิดความรู้.