วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รฟท. รับ พนักงานเบิกโอทีร่วมแสนจริง ชี้ทำงานล่วงเวลาในพื้นที่เสี่ยง

การรถไฟแห่งประเทศไทย แจงกรณีข้อเท็จจริงพนักงานเบิกโอทีเดือนละแสน เนื่องจากนายสถานีทำงานล่วงเวลา 1 เดือนเต็ม ทั้งยังทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงภัยกว่าที่อื่น คาดอาจนำใบเบิกค่าล่วงเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง..

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นายอารยะ ปิณฑะดิษ ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า รายการเบิกเงินค่าตอบแทน การทำงานเกินกำหนดเวลา เป็นปกติ ของพนักงานฝ่ายปฏิบัติการเดินรถของ รฟท. ส่วนที่มีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันมาในโลกโซเชียล ว่าเป็นใบรายการเบิกค่าล่วงเวลาที่เป็นของจริง ทั้งในส่วนของวันที่ทำงานล่วงเวลาและจำนวนเงินที่ระบุในใบเบิก เนื่องจากพนักงานคนดังกล่าวมีการทำงานล่วงเวลาเป็นเวลา 1 เดือนเต็มในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

เนื่องจาก รฟท. อยู่ระหว่างการเร่งรัดงานซ่อมบำรุงทางในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจำเป็นต้องขอร้องให้ นายสถานีคนดังกล่าวทำงานล่วงเวลาทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้งานการซ่อมทางเดินต่อไปได้เร็ว และสามารถเปิดให้บริการประชาชน 3 จังหวัดชายแดนได้รวดเร็ว โดยอัตราค่าล่วงเวลาที่ทำการเบิกเฉลี่ยวันละ 2,040 บาท นั้นก็สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนของพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นระดับนายสถานีชั้น 1 อัตราเงินเดือน 61,100 บาท

สำหรับสถานีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสถานที่มีความเสี่ยงภัยกว่าที่อื่น ทำให้ปัจจุบัน รฟท.ได้ส่งนายสถานีไปประจำแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ปฏิบัติงานตามเวลาราชการในทุกๆ วัน ดังนั้นหาก รฟท. จะมีให้การทำงานนอกเวลาซ่อมทางก็จำเป็นต้องขอให้นายสถานีคนดังกล่าวมาทำโอทีให้ เพราะเรามีพนักงานประจำแค่คนเดียว ที่สำคัญนายสถานีคนนี้ก็ไม่ได้เบิกโอทีเป็นแสนทุกๆเดือน

ขณะที่เดือนอื่นๆ เค้าก็ทำงานปกติ ได้แค่เงินเดือนเท่านั้น แต่เคสนี้เป็นกรณีพิเศษที่รถไฟเร่งซ่อมทาง รวมทั้งเพื่อตอบข้อสงสัยของสังคมที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ รฟท. จะขอนำใบเบิกค่าล่วงเวลาดังกล่าว มาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง หลังจากนั้นจะชี้แจงให้รับทราบว่ามีข้อสรุปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเบิกค่าล่วงเวลาในลักษณะนี้อีกประมาณ 10 ราย เนื่องจากในช่วงเดือน พ.ค. รฟท. มีการเร่งรัดให้นายสถานีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกสถานีเร่งรัดทำงานซ่อมทางเพื่อเปิดให้บริการประชาชน 3 จังหวัดชายแดนได้รวดเร็ว.