วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

องค์กรสตรีฯ ร้องกรรมการสิทธิฯ วอนตรวจสอบภาครัฐเอี่ยวค้าประเวณีเด็ก

องค์กรสตรีฯ ร้องกรรมการสิทธิตรวจสอบการทำงานภาครัฐ กรณีค้าประเวณีเด็ก และค้ามนุษย์ที่แม่ฮ่องสอน-นครราชสีมา ชงเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินการกระทุ้งหยุดค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อ​

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 60 นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน พร้อมเครือข่ายองค์กรด้านเด็กผู้หญิงและเยาวชน เข้ายื่นหนังสือถึงนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีการค้าประเวณีเด็ก และค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.นครราชสีมา

นางทิชา กล่าวว่า กรณีข้าราชการหลายระดับเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการทางเพศและค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน แม้การตรวจสอบจะยุติลง แต่ยังมีประเด็นค้างคาอยู่ ขณะที่ข่าวค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อของข้าราชการนักการเมือง ต้นทางสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีมีดำริขอให้หยุดการเลี้ยงดูปูเสื่อ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดที่นครราชสีมา เด็กต้องกลายเป็นเหยื่อในวังวนการค้ามนุษย์ จึงอยากฝากให้กรรมการสิทธิฯ กล้าหาญ เป็นกลาง ใช้กรณีแม่ฮ่องสอนพิสูจน์ความจริงให้ได้ และเป็นแรงกระเพื่อมไปกระแทกจังหวัดอื่นๆ ให้เกิดพลังเพื่อช่วยเด็กๆ และสังคมไทย

นางทิชา กล่าวด้วยว่า การที่ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกลับไปทำงานตามเดิม ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลี้ยงดูปูเสื่อจะหายไป อีกทั้งยังพบว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ไม่มีการสอบสวนทางวินัย ทั้งที่ผู้ว่าฯ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดและประธานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับจังหวัด ถือว่าบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการสอดส่องป้องกัน และแก้ปัญหาการคุ้มครองเด็กและการค้ามนุษย์ในจังหวัด

นอกจากนี้ ตัวพยานผู้เสียหายที่เข้าเครื่องจับเท็จ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นำผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในทางคดี รวมถึงมีประเด็นเปิดหน้าพยานและชุดคุ้มครองพยาน

ทั้งนี้ องค์กรสตรีฯ ได้ส่งตัวแทนไปพบพยานผู้เสียหายสอบถามข้อเท็จจริง พบข้อมูลที่ยืนยันว่ากระบวนการวิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีดังกล่าวยังมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยอยู่หลายประการ จึงขอแสดงจุดยืนและให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโปรดพิจารณา ดังนี้

1. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีดังกล่าวทั้งที่แม่ฮ่องสอนและ นครราชสีมา ในด้านความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นไปตามหลักกฎหมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหาย

2. ขอให้พิจารณาสนับสนุนให้กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสองพื้นที่ได้เข้าสู่การดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาการค้าประเวณีเด็กและการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวข้องเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้กระทำผิด

3. เครือข่ายขอเรียกร้องต่อทุกภาคีส่วนให้ร่วมต่อต้านค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อการค้าประเวณีเด็ก ตลอดจนการค้าผู้หญิง การค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ และร่วมกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง ร่วมกันขจัดมะเร็งร้ายที่จะนำไปสู่การทุจริตและคอร์รัปชันในท้ายที่สุด.

(ภาพจาก ประชาสัมพันธ์องค์กรด้านเด็กผู้หญิงและเยาวชน)