บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดยอดงานออกแบบ! มหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ 2017

โชว์ผลงานการออกแบบประติมากรรมเชิงสร้างสรรค์ ด้านสถาปัตยกรรมใหม่ ระดับมาสเตอร์พีช ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้จัดงานและภัณฑารักษ์ ให้เป็นศิลปินใหม่ที่มีผลงานที่สนใจโดดเด่น เข้าร่วมอวดโฉมโชว์ฟรี! บนพื้นที่กว่า 14 ตารางเมตร ของพิพิธภัณฑ์ PALAZZO MICHIEL ในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ หรือ International Art Exhibition La Biennale di Venizia 2017 

ทั้งนี้ งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ เป็นงานมหกรรมศิลปะที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก หรือที่หลายคนเปรียบเทียบว่าเป็น เวทีโอลิมปิกของงานศิลปะ ที่ศิลปินชื่อดังจากทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะนำผลงานของตัวเอง เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานโชว์ในแต่ละครั้ง ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม - 26 พฤศจิกายน 2017 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 57 โดยผลงานในส่วนของงานสถาปัตยกรรม ซึ่งการจัดงานในแต่ละครั้ง ภัณฑารักษ์จะคัดสรรผลงานที่น่าสนใจ ที่เป็นเทรนด์ หรือไอเดียใหม่ๆ ของงานด้านสถาปัตย์จากนักออกแบบที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเข้าร่วมแสดงด้วย

นางศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท จาร์เค็น จำกัด สถาปนิกนักออกแบบไทย เจ้าของผลงานสร้างสรรค์จากแนวคิด Freezing มาพัฒนารูปทรงและสีสันบนผลงานออกแบบประติมากรรม จนได้รับความสนใจจากคณะกรรมการจัดงาน คัดเลือกให้นำผลงานเข้าร่วมโชว์ในฐานะศิลปินนักออกแบบหน้าใหม่ ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่จับตามอง ในงานมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ 2017 หลังจากก่อนหน้านั้น จาร์เค็น เคยประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นอย่างมากจากเวทีนักออกแบบระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้จัดแสดงในรูปแบบ Exhibition ที่งาน SingaPlural Celebrates Design 2017 ประเทศสิงคโปร์ ในธีมชุด “Freezing The Moment” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นางศศิวิมล กล่าวถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า “นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจในฐานะของคนไทยที่ได้นำผลงานไปร่วมโชว์กับนักออกแบบทั่วโลกแล้ว ในฐานะของสถาปนิกหรือนักออกแบบ การเข้าร่วมโชว์ใน Venice Art Biennale 2017 ถือเป็นที่สุดของงานโชว์ระดับโลกอีกงานหนึ่ง สำหรับ Freezing the hearts หยุดทำร้ายหัวใจกัน...ที่เรานำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ทีมงานได้นำแนวคิดจากการเห็นถึงพฤติกรรมของมนุษย์ผ่านการกระทำ และปฏิกิริยาการตอบสนองในแบบต่างๆ มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาผลงานออกแบบ ซึ่งในมุมมองของดีไซเนอร์นั้น การจะสรรหาวัสดุใหม่ๆ สักชิ้น เพื่อนำมาใช้ในงานอินทีเรีย วัสดุชิ้นนั้นจะต้องมีความพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากชีวิตการทำงานของดีไซเนอร์ ในแต่ละวันนั้น ล้วนแล้วแต่ได้เจอกับวัสดุที่ผ่านการดีเวลล็อปมาแล้ว อาทิ วัสดุสำหรับใช้ภายนอกที่ถูกกัดกร่อนจากระยะเวลาของธรรมชาติ ทั้งแสงแดด น้ำ ฝุ่น ลม ฯลฯ จนเกิดเป็นการกัดกร่อนในรูปแบบต่างๆ การคิดงาน Freezing จึงเกิดขึ้น เพื่อให้ได้สีและรูปแบบให้เหมาะสมกับการนำมาใช้ได้ชัดเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ของโลก ในเรื่องการใช้ประโยน์จากสิ่งรอบตัว เช่นพวก re-gift/re-target การเชื่อมต่อกับคนต่างสาขา การพัฒนาตัวเองจากสถาปนิกเข้าสู่การทำงานหลากหลาย ความกล้าที่จะเดินผ่านขอบเขต ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และเป็นจุดมุ่งหมายของจาร์เค็น ด้วยเช่นกัน ที่ต้องการให้ลูกค้าเห็นงานออกแบบที่หลากหลาย” นางศศิวิมล กล่าวและเพิ่มเติมว่า

“โดยจัดแสดงในครั้งนี้ นับเป็นการนำจุดเด่นทั้ง 2 ส่วน คือ ทั้งนวัตกรรมของผลงาน ที่นำเอาบริบทของ “สภาพการกัดกร่อน” ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจและนำมาทดลอง โดยการเลียนแบบตามวิธีของธรรมชาติ เพื่อให้เกิดเป็นชิ้นงานศิลปะที่มีทั้งความโดดเด่นและมีคาแรกเตอร์ เพราะวัสดุที่ถูกกัดกร่อนตามธรรมชาตินั้น จะมีลักษณะความพิเศษที่น่าสนใจหลากหลายแบบ ดีไซเนอร์จึงเลือกวิธีการ “หยุด” (freeze) การกัดกร่อน หรือเสื่อมสลายของผิวสัมผัส (texture) และเลือกเอาผิวสัมผัส (Texture) เหล่านี้มาใช้ในงานออกแบบตกแต่งภายใน ทำให้เราสามารถสร้างชิ้นงานศิลปะชิ้นใหม่ ที่ผสมผสานอยู่ภายในงานอินทีเรียดีไซน์ได้”

สำหรับการจัดแสดง ดีไซเนอร์ใช้หัวใจเป็นองค์ประกอบหลัก ที่เป็นตัวแทนของความรู้สึก เศร้า โกรธ เสียใจ หวาดกลัว ทางด้านลบ พร้อมด้วยลักษณะพิเศษของสี (การทำปฏิกิริยากับออกซิเจน) เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารของความรู้สึกที่แตกต่างกัน เป็นการสื่อสารให้สังคมหยุดเหยียบย่ำหัวใจ ทำร้ายจิตใจ ด้วยการหยุดความคิด ความรุนแรง แม้กระทั่งการหยุดทำลายสิ่งแวดล้อม โดยใช้เฉดสีแนวพาสเทล เพื่อต้องการอ้างอิงว่าจริงๆ แล้ว หัวใจมนุษย์ทุกคนนั้น มีความรู้สึกดีเสมอ ทั้งนี้ คนที่เดินผ่านผลงาน heart Object จะต้องมีสติในการเดินและพึงระวังการเหยียบหัวใจ หรือ  heart Object ซึ่งเป็นการตีความในรูปแบบที่ตรงไปตรงมา โดยศิลปินตั้งใจให้งานศิลปะครั้งนี้ถูกตีความออกมาในภาษาทางความรู้สึกแบบเข้าใจง่าย ก่อนที่จะเดินผ่านพื้นที่นี้จะมีภาพเนื้อหาให้ผู้ที่สนใจได้ดู เพื่อให้เกิดความรู้สึกต่อจิตใจของผู้ดู ก่อนที่จะเดินเข้าไปในพื้นที่แห่งนี้” นางศศิวิมล กล่าวสรุป

อย่างไรก็ดี สำหรับภาพรวมของการจัดงานแสดงในส่วนของ Venice Art Biennale 2017 นั้น นางสาวนีน่า โดริโก้ (Nina Dorigo) ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลการจัดงานในครั้งนี้ เปิดเผยว่า “สำหรับคอนเซปต์ ของงาน Venice Art Biennale 2017 นี้ เรามองว่า ในทุกๆ พฤติกรรมมนุษย์ที่ได้ตอบสนองต่อสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ สิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยที่พฤติกรรมนั้นถูกบ่มเพาะมาจากพื้นฐานของครอบครัวเป็นสำคัญ โดยภาพรวมอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันเป็นปัจจัยหลักและสำคัญมากต่อปฏิกิริยาที่พึงแสดงพฤติกรรมของมนุษย์และขยายออกไปสู่วงกว้าง ถ้าเราสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลก ณ ปัจจุบันนี้ อาทิ ปัญหาความรุนแรง, ปัญหาทำร้ายกลุ่มสตรีและเด็ก การไม่เท่าเทียมกันของชนชั้นคนรวยและคนจน การทารุณกรรมสัตว์ การขายแรงงาน หรือภาวะสงคราม เป็นต้น ล้วนมีการซ่อนตัวของปัญหาทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผย และส่งผลกระทบต่อจิตใจทั้งสิ้น เปรียบเหมือนกับกฎแห่ง Butterfly effect ที่สามารถลุกลามใหญ่โต และก่อให้เกิดปัญหาระดับโลกได้ ซึ่งพื้นฐานของการรับรู้นั้น มีที่มาจากจิตใจมนุษย์เป็นสำคัญ

สำหรับงานศิลปะในครั้งนี้ เราต้องการให้ผู้ที่ร่วมเข้าชมมีส่วนร่วมกับผลงานทางศิลปะของเรา เพื่อให้เกิดข้อคิดของการระวังพึงทำร้ายจิตใจมนุษย์ด้วยกันเอง หรือแม้กระทั่งสัตว์ และสรรพสิ่งที่ล้วนเกี่ยวข้องกับชีวิตทุกอย่างบนโลกนี้ “จงพึงระวังการทำร้ายจิตใจตัวเองและผู้อื่น”

นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบจากทั่วโลก ที่มาจากวัฒนธรรมอันหลากหลาย เพื่อแสดงศักยภาพของนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของผู้เข้าชมที่จะได้เห็นถึงการสร้างผลงานด้วยความชาญฉลาดอย่างคาดไม่ถึง ในการใช้พื้นที่ในการสร้างความเชื่อมโยงกับทุกสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มการรับรู้ของงานออกแบบที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์.