บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับซื้อข้าวโพดวุ่น 'พาณิชย์' ประสานโรงงานผลิตอาหารสัตว์วอนสลับกันปิด

โรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ ปิดโรงงานซ่อมเครื่องจักร หยุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หลังปลายฤดูผลผลิตมีน้อย ดันราคาพุ่ง ทำชาวไร่เดือดร้อนหนัก ไม่มีที่ขายผลผลิต “อภิรดี” สั่งพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ ประสานโรงงานให้สลับกันปิด ขณะที่นายกสมาคมอาหารสัตว์ฯ ยันสมาชิกไม่ได้หยุดรับซื้อข้าวโพด

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหากรณีที่โรงงานอาหารสัตว์ หยุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในหลายพื้นที่ เช่น ศรีราชา ราชบุรี นครราชสีมา พิษณุโลก ลำพูน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างปิดโรงงานเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ตั้งอยู่ ประสานกับโรงงานให้สลับกันปิดโรงงาน เพื่อให้มีโรงงานเปิดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นช่วงปลายฤดูการผลิต และผลผลิตมีจำนวนไม่มาก แต่จำเป็นต้องให้มีโรงงานรองรับ เพราะยังมีผลผลิตตกค้างอยู่บางส่วน

“เท่าที่ตรวจสอบ โรงงานอาหารสัตว์ของซีพีหลายแห่ง ได้หยุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร ทำให้โรงงานแหลมทอง และลีพัฒนา หยุดซื้อด้วย โดยให้เหตุผลของการปรับปรุงเครื่องจักรตามแผน เพราะผลผลิตช่วงนี้มีน้อย ขณะที่เบทาโกร ซึ่งเป็นรายใหญ่ยังรับซื้อปกติ แต่กระทรวงฯ เห็นว่า แม้จะเป็นช่วงปลายฤดู แต่ผลผลิตยังมีตกค้างอยู่ จำเป็นต้องเร่งให้โรงงานเปิดรับซื้อต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.40-8.50 บาท”

สำหรับโรงงาน ที่กระทรวงฯ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดประสานให้เปิดรับซื้อผลผลิตข้าวโพด ได้แก่ จังหวัดลำพูน พิษณุโลก ลพบุรี สระบุรี เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สงขลา กรุงเทพฯ สมุทรปราการ อยุธยา นครราชสีมา สมุทรสาคร ปทุมธานี ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม อุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขายผลผลิต สามารถขายผลผลิตได้ โดยกระทรวงฯ จะติดตามและตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

นายกสมาคมอาหารสัตว์ฯ ยันสมาชิกไม่ได้หยุดรับซื้อข้าวโพด

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยเปิดเผยว่า บริษัทสมาชิกยังคงเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามปกติ แต่เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูกาล ทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดจากเกษตรกรมีน้อย โรงงานอาหารสัตว์หลายแห่งจึงให้ราคาที่สูงกว่าราคากำหนดของกระทรวงพาณิชย์ที่ 8 บาท/กิโลกรัม ณ ตลาดรับซื้อในกรุงเทพฯ อาทิ ซีพีที่ให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 8.65 บาท

อย่างไรก็ตาม สมาคมได้ตรวจสอบกับสมาชิกแล้ว พบว่าสมาชิกก็ไม่ได้หยุดรับซื้อตามที่โดนกล่าวอ้าง ส่วนกรณีของลีพัฒนา มีการหยุดรับซื้อข้าวโพดเนื่องจากได้ให้ความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์เร่งซื้อข้าวโพดตั้งแต่ต้นฤดูในเดือนกรกฎาคม 2559 จนข้าวโพดในไซโลเกินความต้องการใช้ในปัจจุบันและคาดว่าจะสามารถเปิดรับข้าวโพดใหม่ได้เมื่อข้าวโพดฤดูใหม่ออกสู่ตลาด

“ช่วงปลายฤดูกาลเป็นช่วงที่เกษตรกรขายผลผลิตข้าวโพดออกไปหมดแล้วและอยู่ระหว่างรอข้าวโพดฤดูกาลใหม่ที่จะเก็บเกี่ยวได้ในราวเดือนสิงหาคม ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่โรงงานบางแห่งจะทำการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำเป็นประจำทุกปี แต่จะมีการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ก่อนทุกครั้ง แต่การที่มีข่าวว่ายังคงมีปริมาณข้าวโพดคงค้างในขณะนี้นับล้านตันจึงไม่น่าเป็นไปได้ ยกเว้นกรณีที่มีการลักลอบนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านทาง อ.แม่สอด จ.ตาก อ.ท่าลี่ จ.เลย และ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว”

ทั้งนี้ ในกรอบของ AEC ข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน สามารถนำเข้ามาไทยได้อย่างเสรี (duty free /quota-free) แต่เนื่องจากเป็นสินค้าอ่อนไหวทางการเมือง กระทรวงพาณิชย์ จึงออกมาตรการการนำเข้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อข้าวโพดในประเทศ หนึ่งในนั้นคือการจัดทำระเบียบการนำเข้าข้าวโพด ให้สามารถนำเข้ามาได้เป็นบางเดือนเท่านั้น

เนื่องจากราคาข้าวโพดนำเข้าที่ถูกกว่าข้าวโพดในประเทศมาก จึงจูงใจให้มีการทยอยนำเข้าข้าวโพด รวมถึง ลักลอบนำเข้าในช่วงที่ห้ามนำเข้าด้วย รวมแล้วประมาณ 1 ล้านตันในปีที่ผ่านมา เพื่อจุดประสงค์ในการเก็บสต๊อกไว้เก็งกำไรในช่วงปลายฤดู ซึ่งเป็นตัวเลขที่พ่อค้าพืชไร่ยอมรับว่ามีการลักลอบจริง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสมาคมต่างร่วมมือกันตรวจสอบแหล่งที่มาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะรับซื้อเฉพาะจากแหล่งที่ปลูกถูกกฎหมายและเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานราชการรับรองเท่านั้น ดังนั้น หากเป็นข้าวโพดผิดกฎหมาย โรงงานอาหารสัตว์ก็ไม่สามารถให้การสนับสนุนหรือรับซื้อได้

“การลักลอบนำเข้าเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของชาวไร่ตกต่ำ จึงอยากวอนภาครัฐเข้มงวดในประเด็นนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรของไทย”