บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การรถไฟย้ำคุ้มค่า สร้างรถไฟทางคู่ระดับดิน ผ่านตัวเมืองโคราช

การรถไฟแห่งประเทศไทย แจงเหตุผลเส้นทางการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา เป็นทางรถไฟระดับดิน ยันออกแบบคำนึงความปลอดภัย พร้อมแก้ไขปัญหาจราจรเป็นหลัก..

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงเหตุผลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมาเป็นทางรถไฟระดับดิน ทำให้เขตเมืองแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ทำให้ประชาชนสัญจรไม่สะดวก ซึ่งแตกต่างจากการสร้างทางคู่ที่เมืองขอนแก่นที่เป็นทางยกระดับนั้น ว่าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา อยู่ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกระเบา-ชุมทางถนนจิระ โดยช่วงที่ผ่านตัวเมืองนครราชสีมา ถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟระดับดิน

เนื่องจาก 1. ช่วงสถานีรถไฟนครราชสีมาเป็นย่านใหญ่ และอยู่ห่างจากชุมทางถนนจิระเพียง 3 กิโลเมตร หากจะปรับรูปแบบให้เป็นทางยกระดับในช่วงดังกล่าว จำเป็นต้องยกระดับบริเวณย่านจิระด้วย ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นสูงมาก 2. การปรับรูปแบบช่วงสถานีรถไฟนครราชสีมา ซึ่งเป็นย่านใหญ่ให้เป็นทางยกระดับ จะส่งผลให้ไม่มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในอนาคต 3. ที่นครราชสีมามีโรงรถจักรสำหรับการซ่อมบำรุงรักษารถ หากปรับรูปแบบเป็นทางยกระดับ จะส่งผลให้ไม่สามารถนำรถเข้าโรงรถจักรสำหรับการซ่อมบำรุงได้

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่นนั้น มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสถานีบ้านเกาะ ซึ่งอยู่เลยชุมทางถนนจิระออกไป มีระยะทางผ่านท้องที่จังหวัดนครราชสีมาประมาณ 80 กม. ตัวโครงการถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟระดับดินเช่นเดียวกัน ยกเว้นช่วงที่ผ่านตัวเมืองขอนแก่น เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับในบริเวณเดียวกันถึง 5 แห่ง จึงได้ออกแบบให้เป็นทางรถไฟยกระดับข้ามถนนเดิมยาวตลอด

อีกทั้ง มีความคุ้มค่ามากกว่าการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟเป็นแห่งๆ และยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของการยกระดับทางรถไฟ ส่วนจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับจุดอื่นๆ ในจังหวัดนครราชสีมานั้น มีระยะห่างกันค่อนข้างมาก ไม่คุ้มค่าที่จะออกแบบเป็นทางรถไฟยกระดับตลอดสาย รฟท. จึงได้ออกแบบให้มีสะพานข้ามทางรถไฟ หรือถนนลอดใต้ทางรถไฟ

รวมทั้ง สร้างถนนคู่ขนานทางรถไฟ แล้วสร้างสะพานกลับรถรูปเกือกม้าทดแทนจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับเดิมทุกแห่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยที่ประชาชนสองข้างทางรถไฟยังสามารถสัญจรไปมาผ่านทางรถไฟได้เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม รฟท. ขอยืนยันว่าการออกแบบดังกล่าวได้คำนึงถึงหลักวิศวกรรม ความปลอดภัยและการแก้ไขปัญหาจราจร และความคุ้มค่าของการลงทุนเป็นสำคัญ.