บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนข. เตรียมเก็บค่าผ่านแดนขนส่งสินค้า หวังนำเงินซ่อมแซมถนน

สำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร จัดสัมมนาหาแนวทางเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศ หวังนำรายได้บำรุงรักษาถนน เนื่องจากขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำเส้นทางชำรุดบ่อยครั้ง พร้อมยกระดับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน...

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เผยหลังเป็นประธานสัมมนาเพื่อแนะนำโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในโครงการศึกษาการจัดเก็บค่าผ่านทางรองรับการขนส่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ว่า ได้มีการคาดการณ์ว่าภายหลังจากที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะทำให้เกิดการใช้เส้นทางหลวงภายในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบให้เส้นทางเกิดการชำรุดบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าบำรุงรักษาทางมาโดยตลอด

ขณะที่ ปัจจุบันสมาชิกอาเซียนบางประเทศ มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าประเทศและการใช้ทางสำหรับนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศแล้ว ดังนั้นการสัมมนาในวันนี้ จึงเป็นการเริ่มต้นเพื่อหาแนวทางการศึกษา การจัดเก็บค่าผ่านรองรับการขนส่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อนำรายได้มาบำรุงรักษาทางหลวงของประเทศไทย

สำหรับปัจจัยในการคำนวณค่าธรรมเนียมบำรุงรักษาถนน ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ต้นทุนในการบำรุงรักษาค่าผ่านทาง ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม และต้นทุนด้านอุบัติเหตุ ซึ่งได้มีการศึกษาถึงแนวทางเลือกของระบบจัดเก็บค่าผ่านทางโดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบใช้พนักงาน (Manual Toll Collector System) 2.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอัตโนมัติ (Automatic Toll Collector System) 3.ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Toll Collection System)

นอกจากนี้ ยังนำเอาเทคโนโลยีด้านการจราจรอันทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อให้การติดตามตรวจสอบยานพาหนะและดูแลรถขนส่งที่ข้ามพรมแดนมาสู่ประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ GPS Tracking System ระบบ CCTV เป็นต้น

ส่วนการบริหารจัดการรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เบื้องต้น มี 3 แนวทางเลือก ประกอบด้วย 1.หน่วยงานรัฐปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและจัดส่งไปยังกองทุน 2.จัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อบริหารการจัดเก็บค่าผ่านทาง 3.ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บแทนหน่วยงานของรัฐทั้งนี้ ผลจากการศึกษาจะถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยรัฐประหยัดงบประมาณและลดภาระในการซ่อมบำรุงทางของประเทศได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังสามารถติดตามตรวจสอบ ควบคุมปริมาณรถยนต์จากประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนมีความเป็นสากลและปลอดภัยมากขึ้น เป็นการยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคตอย่างยั่งยืน.