วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้วงตับดีเซลเทอร์โบตัวใหม่กับเกียร์ 9 สปีดใน HONDA CR-V DT EL4WD

รถอเนกประสงค์ PPV-SUV หรือ Crossover กำลังได้รับความนิยมและถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทย รถออฟโรดราคาไม่เกิน 1.7 ล้านบาท อย่าง Toyota Fortuner / Isuzu MU-X / Mitsubishi Pajero Sport / Nissan X-Trail / Chevrolet trailblazer / Ford Everest ต่างก็มีกลุ่มลูกค้าของตัวเองไม่เว้นแม้แต่ค่าย Honda ที่กำลังทำตลาดอย่างมุ่งมั่นกับครอสโอเวอร์รุ่นขายดีอย่าง Honda New CR-V

New CR-V คันที่ผมนำมาทดสอบรีวิวเป็นรุ่นท็อปสุด DT EL 4WD เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตรเทอร์โบ ราคา 1,699,000 บาท เป็น CR-V เจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่มาพร้อมกับความสดใหม่ของเรือนร่างโดยไม่มีชิ้นส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับ CR-V เจน 4 แนวคิดในการพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์แบบครอสโอเวอร์ไซส์กลางเริ่มจากความสะดวกสบายในการขับใช้งาน ความง่ายในการควบคุมและความสนุกหลังพวงมาลัย New CR-V มีมิติตัวถังที่ใกล้เคียงกับรุ่นที่แล้วแต่มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น สัดส่วนความยาว 4,571 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,667 มิลลิเมตร ฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปถึงดุมหลัง 2,662 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,603 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,613 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องน้อยกว่า PPV-SUV โดยมีระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 208 มิลลิเมตร พอที่จะลุยน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตร แม้จะใช้เครื่องดีเซลตัวเล็กแค่ 1.6 ลิตร แต่ CR-V ใหม่รุ่นท็อปสุดนั้นยัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเอาไว้บานเบอะ ทำให้น้ำหนักตัวพุ่งถึง 1,742 กิโลกรัม หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกันเมื่อเทียบกับรุ่นเบนซิน 2.4 ลิตรที่มีน้ำหนัก 1,613 กิโลกรัม

กระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ ไฟหน้า LED ใหม่หมด สปอยเลอร์ที่ยื่นออกจากส่วนหน้าของรถเล็กน้อยกับไฟตัดหมอก LED ชายล่างของสปอยเลอร์มีตะแกรงทรงรังผึ้งซึ่งเป็นช่องรับอากาศเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ ตัวถังถูกยืดขนาดให้ยาวขึ้นเล็กน้อยเพื่อยัดเบาะนั่งแถวที่สามซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าที่ควร เบาะนั่งแถวที่สามเมื่อพับลงราบกับพื้นก็จะกลายเป็นพื้นที่สำหรับขนสัมภาระ หน้าตาของ Honda ยุคใหม่เริ่มคล้ายกันเข้าไปทุกทีไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์กระจังหรือไฟหน้าที่ออกมาคล้ายๆ กัน ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ก็ติดตั้งมาให้โดยยัดรวมกันอยู่ในกรอบไฟหน้าอย่างสวยงาม

ด้านข้างตัวถังดูลงตัวมากกว่าเดิมจากเส้นสายที่ไหลลื่นโดยเฉพาะความลาดเอียงของเสาหน้า ชายล่างของบานประตูทั้ง 4 ติดตั้งกาบโครเมียมสีเงินเพื่อยกระดับความหรูหราแต่ไม่ยักกะมีแร็คหลังคาติดมาให้! ซุ้มล้อทั้ง 4 ข้างหุ้มด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ ล้ออัลลอยลายกงจักรขนาด 18.7.5J ยัดยางเนื้อนิ่ม Toyo รุ่น Proxes R45 ไซส์ 235/60R18 แถมยางอะไหล่ขนาดเดียวกันกับล้อปกติ เสาท้ายเฉียบคมจากการออกแบบไฟท้ายแนวใหม่ หลังคาที่ค่อยๆ ลดระดับความลาดเอียงลงไปยังส่วนท้าย ไฟท้ายใหม่หลอด LED เปล่งประกายความสดใสออกมาเมื่อถูกคาดด้วยชิ้นงานพลาสติกโครเมียม ฝาท้ายของ New CR-V รุ่น DT EL 4WD เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัยไม่ต้องมายืนยกขึ้นกดลงอีกต่อไปเมื่อต้องการจะเปิดฝาท้ายก็แค่กดสวิตช์ ฝาท้ายก็จะเปิดออกเองโดยไม่ต้องออกแรงกันให้เมื่อยแขน  

ห้องโดยสารโอ่โถงมีพื้นที่เหลือๆ สำหรับผู้โดยสารและคนขับรวม 7 ที่นั่ง เบาะแถวที่ 3 ที่เพิ่มเข้ามาเหมาะกับเด็กตัวเล็กมากกว่าจะให้ผู้ใหญ่ตัวสูงนั่งโดยสาร หากไม่ขนกันไปทั้งตระกูล เบาะแถวที่ 3 มักจะถูกพับลงกับพื้นเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการใส่สัมภาระ ส่วนเบาะแถวที่ 2 ก็สามารถพับเพื่อเปิดพื้นที่กว้างๆ สำหรับการยัดรถจักรยานได้เหมือนกันโดยสามารถยัดเสือหมอบไซส์ 54 แบบไม่ต้องถอดล้อกันเลยทีเดียวแต่ก็จะเสียพื้นที่โดยสารด้านหลังไปทั้งหมด เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าก็ยังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางเบาะหุ้มหนังนั่งสบายขึ้นเยอะในจุดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะพนักพิงศีรษะที่ออกแบบได้ดีมาก เอนหัวพิงลงไปก็พบกับความนุ่มของฟองน้ำที่ใช้รองไม่ดันจนหัวชะโงกไปข้างหน้าเหมือนรถบางรุ่น! 

คอนโซลแดชบอร์ดสไตล์ยุโรปของ New CR-V ทำให้ภายในของมันหรูหราขึ้นมาก รูปแบบเดิมๆในรุ่นที่แล้วถูกปรับใหม่ทั้งหมดแม้แต่วัสดุพวกพลาสติกก็มีเกรดที่ดีขึ้น ลายไม้ที่กรุอยู่กลางแผงแดชบอร์ดกับแผงประตูช่วยทำให้ห้องโดยสารของ New CR-V มีความเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้นพร้อมความหรูหราที่มากกว่าเดิม ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมออกแบบได้ดีแถมยังดูหรูด้วยการกรุขอบช่องแอร์ด้วยชิ้นงานโครเมียมเติมรายละเอียดกันอย่างลึกซึ้ง วัสดุพวก Piano Black ประดับประดาอยู่ทั่วไปหมดทำให้เวลาใช้งานต้องคอยเช็ดถูทำความสะอาดเนื่องจากฝุ่นจับง่ายมาก  

จอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสลงไปที่หน้าจอมีเนวิเกเตอร์ติดมาให้ใช้บอกเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อสารพัดสารพัน เช่น Apple Car Play แต่รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่นเท่านั้น ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธ ลำโพงของระบบเครื่องเสียงจำนวน 8 ตัว ให้เสียงที่ไม่ได้โดดเด่นแต่ก็ไม่ได้แย่แค่พอฟังได้จะเอาดีเอาดังกว่านี้คงต้องไปติดตั้งเพิ่มเติมเอาเอง ด้านหน้าในห้องโดยสารติดลำโพงมาให้ 4 ตัว โดยลำโพง 2 ตัวจะอยู่ที่เสาหน้า (ทวิตเตอร์) อีก 2 ตัวติดตั้งที่ประตูหลัง ทวิตเตอร์อีก 2 ตัว อยู่ที่ประตูหลังเช่นเดียวกัน การใช้งานหน้าจอมอนิเตอร์แบบสัมผัสก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเนื่องจาก Honda ยัดโปรแกรมภาษาไทยมาให้ใช้งานเหมือนเดิม 

ซุ้มเกียร์ออโต้ 9 สปีดแบบใหม่ไม่มีคันเกียร์มาให้ใช้งานอีกต่อไป คันเกียร์กลายเป็นสวิตช์ P/R/N D/DS ให้เลือกกดใช้งานไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังก็แค่กดสวิตช์ไปยังตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการ ข้างๆ สวิตช์ควบคุมระบบส่งกำลังมีสวิตช์ ECON สวิตช์ในระบบ Auto Start-Stop สวิตช์เบรกมือไฟฟ้าและสวิตช์ Brake Hold หากเป็นคนชอบสับเกียร์เล่นก็ไม่ต้องกังวลเนื่องจาก New CR-V รุ่นสูงสุด DT EL 4WED ติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift มาให้ใช้งานเหมือนกัน

หน้าปัดมาตรวัดแบบเก่าถูกโละทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยจอภาพมาตรวัดแบบ TFT หรือ thin film transistor คอยแจ้งเตือนค่าต่างๆ เช่น มาตรวัดรอบ มาตรวัดความเร็วแบบตัวเลขที่อ่านค่าได้ง่าย ภายในจอภาพของมาตรวัดยังบอกอุณหภูมิภายนอก เวลา ตำแหน่งเกียร์ เข็มทิศ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตัดสินใจด้วยการสั่งงานของสมองกลไฟฟ้า) มาตรวัดแบบใหม่ใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยคอยสั่งงานแม้ว่าจะเลือกดูอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เลือกเพลงที่เล่นผ่านอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือเลือกดูการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด ด้านข้างของจอภาพมาตรวัดแบบ TFT ยังติดตั้งมาตรวัดเชื้อเพลิงและมาตรวัดอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์มาให้อีกด้วย  

Honda New CR-V DT EL 4WD วางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแบบแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป เป็นเครื่องยนต์ Earth Dreams Technology รุ่นใหม่ที่เน้นความสะอาดและความประหยัดโดยมีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 16.0:1 เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร มีปริมาตรความจุ 1,597 ซีซี ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงหรือคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น ระบบอัดอากาศเทอร์โบแบบ 2 Stage Turbo ใช้เทอร์โบร้อยเรียงกันเป็นลูกปัดประกบด้านบนและล่างคอยบูสอากาศให้กับระบบไอดี เครื่องดีเซลตัวเล็กของ Honda มีความกว้างกระบอกสูบ 76.0 มิลลิเมตร ช่วงชักยาว 88.0 มิลลิเมตร ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ หรือ 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดจัดมาให้ถึง 350 นิวตันเมตร หรือ 35.7 กิโลกรัมเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ไม่ได้แรงแต่ก็พอตัวจากสมรรถนะในด้านแรงบิดที่ต่อเนื่องครอบคลุมแม้จะรอบไม่จัดเท่าเครื่องเบนซินเทอร์โบ เครื่องดีเซล 1.6 ลิตร ปล่อย Co2 141 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ถือว่าสะอาดสะอ้านใช้ได้เลยทีเดียว 

ระบบอัดอากาศแบบ 2 Stage Turbocharger ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่รวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้การตอบสนองที่ดีในทุกรอบเครื่องยนต์มอบกำลังในรูปของแรงม้าแรงบิดได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เทอร์โบขนาดเดียวกันสองตัวที่ทำงานต่างกัน ตัวหนึ่งจะทำงานในรอบต่ำหรือ Low Pressure Turbo ส่วนอีกตัวหนึ่งจะทำงานในรอบสูงหรือ High Pressure Turbo ทั้งสองตัวจะทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มออกตัวในช่วงรอบต้นๆ ลดการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง เมื่อต้องการอัตราเร่งในช่วงรอบสูง Low Pressure Turbo ที่ควบคุมการทำงานผ่านเวสเกตไฟฟ้าจะช่วยเสริมการทำงานเพื่อให้ได้กำลังและแรงบิดที่สูงขึ้น ในส่วนของ High Pressure Turbo และ Low Pressure Turbo จะสลับการทำงานในช่วงรอบกลางเมื่อใช้ความเร็วคงที่ เมื่อเทอร์โบแบบ 2 Stage Turbocharger ทำงานประสานกันจะเกิดประสิทธิภาพในด้านการเผาไหม้ที่ดีและให้การตอบสนองต่อการเร่งความเร็วได้กระชับฉับไว

การระบายความร้อนของระบบไอดีใช้อินเตอร์คูลเลอร์ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของไอดีก่อนประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้ เมื่อไอดีมีอุณหภูมิที่เย็นลงก็จะทำให้มวลอากาศมีขนาดที่เล็กลง เพื่อลำเลียงอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้ตามปริมาณที่เครื่องยนต์ต้องการ

ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบรางร่วมหรือคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดันของน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อควบคุมแรงดันในรางให้เหมาะสมจากการคำนวณรอบเครื่องยนต์ ปริมาณการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง อุณหภูมิและไอเสีย ทำให้การฉีดน้ำมันจากหัวฉีดคอมมอนเรลทุกหัวมีความเสถียร

ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายจุด Multi Injection ทำงานในสภาพแปรผันเพื่อปรับให้มีความเหมาะสมกับรอบของเครื่องยนต์ โดยจะคำนวณปริมาณและจังหวะของการฉีดเชื้อเพลิงกับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ในขณะขับขี่ให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ 

ระบบหยุดหรือสตาร์ตเครื่องยนต์อัตโนมัติ Auto Start-stop Idel stop system ลดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะจอดอยู่กับที่ เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติและจะสตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้งเมื่อคลายหรือยกเท้าออกจากแป้นเบรกหรือเหยียบคันเร่งในกรณีที่ระบบ Brake Hold ทำงาน ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็นและลดการปล่อย Co2 ขณะจอดรอการเคลื่อนตัว 

ระบบหมุนเวียนไอเสีย Exhaust gas Recirculation System-EGR ระบบหมุนเวียนไอเสียควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแม่นยำ เพื่อนำเอาไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้งานใหม่ในระบบเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไอดีมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการจุดระเบิด ลดการปล่อยมลพิษที่หลงเหลือจากการจุดระเบิด

ตัวกรองอนุภาคไอเสีย Diesel Particulate Filter-DPF ทำหน้าที่ดักจับเขม่าของน้ำมันที่ปะปนออกมากับไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวกรองอากาศทั่วไป 

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ เนื่องจากเป็นรุ่นท็อปสุด Honda จึงทำการยัดเกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดมากถึง 9 สปีดมาให้ โดยเกียร์ 8-9 เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งบนไฮเวย์ยาวๆ ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้พอสมควร เมื่อต้องการเร่งความเร็วแบบก้าวกระโดดจากการเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ 9 มายังเกียร์ 5 หรือจากเกียร์ 7 มาที่เกียร์ 4 โดยไม่ต้องไล่เกียร์ ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-DPS ทำงานโดยในสภาพการณ์ปกติ Honda CR-V DT-EL 4WD จะขับเคลื่อนแค่ 2 ล้อหน้าเพื่อความประหยัด ระบบไฟฟ้าจะตรวจจับแรงบิดโดยจะส่งกำลังไปที่ล้อหลังหรือปรับเฉลี่ยแรงบิดให้มีความสมดุลทั้ง 4 ล้อ 

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Honda CR-V DT EL 4WD ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกแบบดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS anti lock brake system ระบบกระจายแรงเบรก EBD electronic brake force distribution system ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA จานดิสเบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน ส่วนจานดิสเบรกด้านหลังเป็นแบบปกติทั่วไปไม่มีช่องระบายความร้อน 

พร่ำรายละเอียดของตัวรถกันยาวเหยียดขนาดนี้ก็เพื่อให้คนที่สนใจจะซื้อได้รู้ว่า New CR-V ดีเซลมีอะไรบ้าง ช่วงเวลาของการทดลองขับนาน 8 วันเนื่องจากไม่ได้ลงไปขับทดสอบแบบกลุ่มที่ภูเก็ตทำให้ผมพอจะมีเวลาทำความรู้จักกับครอสโอเวอร์ไซส์กลางรุ่นขายดีของ Honda เมื่อขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับ เบาะไฟฟ้า 8 ทิศทางนั่งนิ่มสบายก้นเหมาะกับการขับในเมืองหรือออกเดินทางไกลยาวๆ กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เครื่องดีเซล 1.6 ลิตรตัวเล็กกะทัดรัดติดขึ้นมาอย่างง่ายดายแต่มีเสียงในรอบเดินเบาดังไปสักหน่อย อาการสั่นสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์ทำงานแทบจะไม่มีเนื่องจากยังสดใหม่วิ่งมาแค่ 2,000 กิโลเมตร ทุกสิ่งทุกอย่างของ CR-V รุ่น DT EL 4WD ยังแน่นตึ้บ

กดสวิตช์เกียร์ D ยกเท้าออกจากแป้นเบรก เจ้า CR-V เคลื่อนตัวอย่างว่านอนสอนง่ายไปตามสายธารจราจรที่คับคั่งของถนนในเขตกรุงเทพฯ ท่านั่งที่สูงกว่ารถเก๋งทำให้มองเห็นได้ทั่ว แม้ตัวจะเตี้ยกว่า PPV SUV คู่แข่งอย่าง Toyota Fortuner / Isuzu MU-X / Mitsubishi Pajero Sport / Chevrolet trailblazer / Ford Everest แต่ความสูงที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Nissan X-Trail บวกกับโครงสร้างแบบโมโนค็อกทำให้การทรงตัวออกมาดีและมีความนิ่งใช้ได้เมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่สม่ำเสมอ พอติดสัญญาณไฟจราจร ระบบ Idel stop system จะเริ่มต้นวงจรการทำงานด้วยการดับเครื่องยนต์ ตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ รวมถึงตัดการทำงานของแอมป์ในชุดเครื่องเสียงเพื่อลดการใช้พลังงานในรูปน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อย Co2 ทำให้มันเป็นรถครอสโอเวอร์ครอบครัวที่ทำตัวสะอาดสะอ้านใช้ได้ 

การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำออกมาค่อนข้างดี ปิดผลึกเสียงแปลกปลอมจากภายนอกทำให้ห้องโดยสารของ New CR-V มีความเงียบงันเข้าขั้นใช้ได้ การขับในเมืองที่ย่านความเร็วต่ำเกียร์ออโต้ 9 สปีดทำงานขึ้นๆ ลงๆ แค่เกียร์ 1-เกียร์ 6 โดยจะคาเกียร์ 3-4-5 เมื่อขับแบบไม่ถนอมคันเร่ง สำหรับสวิตช์เกียร์ D/S เมื่อกดครั้งแรกก็จะเป็นโหมดปกติ และเมื่อกดซ้ำลงไปอีกครั้งก็จะกลายเป็นโหมดสปอร์ตที่พร้อมจะตอบสนองและทำให้เจ้าครอสโอเวอร์คันนี้ไปได้เร็วขึ้นตามฝ่าเท้าของคนขับ

พวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำตั้งแต่การเลี้ยวกลับลำเพื่อออกจากที่จอดแคบๆ หรือวิ่งไปบนถนนในแถบวิภาวดีมีความแม่นยำใช้ได้ พวงมาลัยไฟฟ้าดูอัลพีเนี่ยนให้ความรู้สึกของการควบคุมทิศทางดีกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าใน CR-V เวอร์ชั่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด มันให้ระยะของการหมุนกับน้ำหนักที่พอดิบพอดี ในย่านความเร็วต่ำเมื่อขับในเมืองก็มีน้ำหนักที่เบาสบายข้อมือ แต่ไม่ได้เบาหวิวเหมือนพวงมาลัยไฟฟ้าใน Honda City ซึ่งเป็นชุดบังคับเลี้ยวที่เซตน้ำหนักมาเบาเกินไป

New CR-V DT EL 4WD มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนซึ่งถ่ายเทออกมาเมื่อคุณลองขับไปได้ไม่ไกลมากนักก็จะรู้ได้ทันทีว่ามันถูกออกแบบให้ขับได้ง่ายและสบาย อัตราสิ้นเปลืองในเมืองทำได้ที่ 11.8 กิโลเมตรต่อลิตร น่าจะดีกว่านี้มากหาก Honda วางเครื่องดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ เครื่องดีเซล 1.6 ลิตร เทอร์โบที่ประจำการอยู่นั้นแม้จะมีประสิทธิภาพที่ดีแต่เมื่อต้องแบกรับน้ำหนักตัว 1.7 ตัน ทำให้มันค่อนข้างกินเชื้อเพลิงอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังถือว่ารับประทานน้อยกว่ารุ่น 2.4 เบนซิน

ตัวถังแบบโมโนค็อกทำให้การทรงตัวดีกว่าตัวถังแบบแชสซีออนเฟรมใน PPV-SUV ประกอบในไทย แม้ราคาจะนำโด่งแซงหน้าและแพงกว่ารถคู่แข่งบางยี่ห้อหลายแสนแต่ CR-V ไม่ทำให้รู้สึกผิดหวังเมื่อขับออกทางไกล อาการโคลงตัวหรือย้วยปรากฏออกมาน้อยมาก ขับแบบปกติไหลไปเรื่อยๆ ในย่านความเร็วเดินทางไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าบ้านบึงมีบางจังหวะที่ต้องใช้ความเร็วเพื่อแซงรถช้า อัตราสิ้นเปลืองแจ้งออกมาที่หน้าจอ 12.4 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ประหยัดแต่ก็ไม่ได้กินจุอยู่ในค่าเฉลี่ยกลางๆ พอรับได้

ทางหลวงหมายเลข 344 บ้านบึง-แกลงนั้นมีการซ่อมจนเกือบจะเสร็จเรียบร้อยทำให้ผิวถนนมีความเรียบเนียนขึ้นมาก แต่เดิมนั้นถนนสายนี้ขึ้นชื่อในเรื่องการผุพังจากรถบรรทุกที่วิ่งกันทั้งวันทั้งคืนแม้จะไม่มากเท่าเส้นหลักๆ แต่การบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดทำให้ทางหลวง 344 มีผิวถนนที่ผุพังอยู่ทั่วไปหมด การซ่อมผิวทางที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงไปทำให้ผมสามารถใช้ความเร็วได้มากกว่าที่เคยขับผ่านเมื่อ 2 ปีก่อน บางช่วงบางตอนเมื่อเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า เจ้า CR-V สามารถทะยานไปได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยยังคงทรงตัวได้อย่างมั่นใจ

พวงมาลัยในย่านความเร็วสูงหน่วงน้ำหนักมากขึ้นอีกนิดจนรู้สึกตึงไม้ตึงมือ เมื่อกดเกียร์ D/S เข้าสู่สปอร์ตโหมดหรืออะไรก็ตามที่ทำให้มันไปได้เร็วขึ้น เกียร์ออโต้ 9 สปีดจะปรับอัตราทดโดยเน้นการคาเกียร์ที่มีแรงบิดเยอะๆ ให้ในเกียร์ 3-4-5 แม้จะไล่สปีดกันถึงเกียร์ 5 แต่อัตราทดที่ลงตัวทำให้มีแรงดึงที่ใช้ได้ ไม่ได้ดึงหนักจนหลังติดเบาะเหมือนออฟโรดเอสยูวียุโรปค่าตัวหลายล้านบาทแค่ไหลขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคงจนความเร็วทะยานผ่าน 160 กิโลเมตรไปไกลหากคุณไม่ได้สังเกตมาตรวัดความเร็วที่ขึ้นเป็นตัวเลขบนหน้าจอ TFT  

Honda New CR-V เปิดตัวด้วยขุมพลัง 2 ทางเลือกมีให้ทั้งดีเซลและเบนซิน เครื่องเบนซิน 2.4 ลิตรที่นำมาวางนั้นก็ต้องรอรถทดสอบกันต่อไปในเดือนหน้าเนื่องจากคิวทดสอบของสื่อมวลชนที่ต้องการนำไปขับเดี่ยวๆ นั้นหนาแน่นมาก แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไม Honda ไม่เอาเครื่อง 1.5 ลิตรเบนซินเทอร์โบใน Civic RS มาลองวางในรถรุ่นนี้ มันน่าจะทำสมรรรถนะได้ดีกว่าเครื่อง 2.4 ลิตรอย่างแน่นอน ขนาดที่เล็กและเบากว่าเครื่องดีเซลน่าจะทำให้ประสิทธิภาพของการวิ่งดีขึ้น คงต้องรอดู Honda New Accord ว่าจะกล้าเอาเครื่องเบนซิน 1.5 เทอร์โบ มายัดในซีดานรุ่นขายดีหรือเปล่าเมื่อเปิดตัวในประเทศไทยอีกไม่นานนับต่อจากนี้ 

ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ 208 มิลลิเมตร น้อยกว่า PPV-SUV ที่สูงถึง 215 มิลลิเมตร มากพอที่จะลุยน้ำท่วมขังหรือวิ่งฝ่าทางวิบากเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างสบายๆ คนที่ซื้อ CR-V คงไม่คิดที่จะเอาไปลุยหนักอยู่แล้วแค่ใช้งานปกติในชีวิตประจำวันมีเจอน้ำท่วมบ้างหรือต้องวิ่งบนผิวถนนที่ขรุขระบ้างก็ถือว่าเนียนกว่าการขับรถเก๋งเนื่องจากฝนตกน้ำท่วมนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อขับด้วยความเร็วเดินทางแล้วลองเข้าโค้งดู ช่วงล่างที่ปรับมาใหม่กับแชสซีแบบรถเก๋งลดอาการโคลงตัวทำให้ขับหรือนั่งได้สบายกว่า PPV-SUV ซึ่งดัดแปลงมาจากรถปิกอัพ การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงแม้จะเตี้ยกว่ารถออฟโรดตัวเต็มแต่ไม่ควรห้อมาเต็มเหนี่ยวโดยไม่ได้เบรกเพื่อลดความเร็ว ความสูงที่มากกว่ารถเก๋งทำให้การควบคุมครอสโอเวอร์มีความแตกต่างอยู่บ้าง แค่ลดความเร็วลงเมื่อจะถึงหัวโค้งแล้วเข้าโค้งด้วยความเร็วปกติคุณจะพบว่า New CR-V เป็นรถที่มีการทรงตัวดี อาจไม่ได้ดีเท่ากับครอสโอเวอร์พรีเมียมราคาแพงจากยุโรปแต่ก็ถือว่าดีกว่ารถคู่แข่งที่ทำมาจากการดัดแปลงรถปิกอัพอย่างแน่นอน 

เชื้อเพลิง 1 ถัง จำนวน 57 ลิตร ทำระยะทางไปได้ 526.2 กิโลเมตรก่อนที่ไฟแจ้งเตือนเชื้อเพลิงในถังจะติดขึ้นมา ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นทำได้ 12.1 กิโลเมตรเมื่อลากกันยาวๆ ในโหมดสปอร์ตหรือ D/S จากบ้านบึงมาที่แกลง ไฟเตือนเชื้อเพลิงเหลือน้อยมาติดขึ้นเมื่อผมขับมาจนถึงสามแยกแกลงก่อนจะเลี้ยวขวาเพื่อไปยังอ่าวสน ไม่ได้ประหยัดแต่ก็ไม่ได้กินจุอยู่ในค่าเฉลี่ยกลางๆ พอรับได้แต่ก็มีแอบคิดเอาเองว่ามันน่าจะประหยัดได้มากกว่านี้  

สิ่งที่ชอบใน New CR-V รุ่นดีเซล DT EL 4WD ราคา 1.699 ล้านบาทก็คือ รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากไม่ใช่รถของผู้หญิงอีกต่อไป การเก็บเสียงที่โดดเด่นของมันปิดผลึกห้องโดยสารให้เงียบงันราวกับรถยุโรป ภายในที่สวยงาม เบาะคนขับนุ่มนั่งสบายโดยเฉพาะพนักพิงศีรษะที่พอดิบพอดีไม่ดันต้นคอหรือหัวจนพุ่งไปข้างหน้า ฝาท้ายไฟฟ้าที่ช่วยทำให้การขนของเข้าไปยัดเอาไว้ที่ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายมีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงเกียร์ที่มีอัตราทดมากถึง 9 สปีด ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อออกวิ่งทางไกลและช่วยทำให้อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นกว่าเดิม

สิ่งที่ไม่ชอบใน New CR-V DT EL 4WD นั้นก็มีอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือเสียงเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาเมื่ออยู่ภายนอกไม่ได้นั่งอยู่ในห้องโดยสารนั้นดังไปนิด เครื่องยนต์ดีเซลที่ประจำการอยู่นั้นตัวเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดของตัวถังและน้ำหนัก หากวางเครื่องดีเซล 2.0 หรือ 2.2 ลิตร เทอร์โบ น่าจะวิ่งได้ดีกว่านี้มาก แต่เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร พร้อมเทอร์โบแบบ 2 Stage ก็ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพใช้ได้ มีอัตราเร่งที่ดีพอสำหรับการแซงที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นตัวโก่งตัวงอจนออกอาการเสียวสยองว่าจะแซงพ้นหรือไม่พ้น

สุดท้าย สมองกลที่ใช้ควบคุมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดนั้นฉลาดมากเกินไป มันจะไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำให้เมื่อตำแหน่งของเกียร์ที่ถูกลดลงต่ำด้วยการใช้ Paddle Shift นั้นไม่มีความสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ เป็นการป้องกันอาการเกียร์กระจายก่อนกำหนดซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีก็คือคุณไม่สามารถชิฟเกียร์ลงต่ำแบบข้ามจังหวะจาก 9 ลงมาเหลือ 4 เมื่อเจอกับโค้งลึกๆ ยาวๆ หากใช้รอบเครื่องสูงและลดเกียร์ลงเยอะเกินไป การไม่เปลี่ยนเกียร์ให้จากการตัดสินใจของสมองกลเกียร์ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อป้องกันเกียร์ลดอัตราทดลงต่ำในรอบเครื่องยนต์ที่สูงมากเกินไปซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของเกียร์หดสั้นลง กลับกัน เมื่ออยากจะประหยัดแล้วชิฟเกียร์จากเกียร์ 6 ไปที่เกียร์ 9 หากความเร็วไม่สูงพอเกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นไปสู่ตำแหน่งสุดท้ายให้ ต้องลากขึ้นไปในย่านความเร็วเดินทาง เกียร์ 9 สปีดถึงจะไต่ไปสู่เกียร์สุดท้ายซึ่งเป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ช่วยลดรอบเครื่องเมื่อใช้ความเร็วคงที่บนไฮเวย์

แรงบิด 350 นิวตันเมตรถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับน้ำหนัก 1.7 ตัน แต่อย่างที่บอกว่าจะดีกว่านี้มากหากตัวมันเบาลงหรือวางเครื่องใหญ่กว่านี้อีกนิด เป็นรถครอสโอเวอร์ครอบครัวที่มีความทันสมัย ขับง่ายและสบายเนื้อสบายตัวเมื่อเดินทางไกล ห้องโดยสารกว้างขวางมากพอสำหรับคน 5 คน แต่ไม่แนะนำให้คนตัวโตๆ ไปนั่งเบาะแถวที่ 3 การขับที่ดีของมันทำให้ผมนึกถึง Subaru Forester 2.0iP ซึ่งมีฟิลลิ่งของการขับใกล้เคียงกันมากเพียงแต่ CR-V นั้นออกมาทีหลังจึงเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยพร้อมระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม เหนือกว่าแบบขบเหลี่ยมกันนิดๆ หน่อยๆ ซึ่ง Honda ได้เปรียบมากกว่าในด้านศูนย์บริการและราคาขายต่อ 

Honda New CR-V ยังคงยึดถือขนบธรรมเนียมเก่าแก่ของ Honda เอาไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยการทำตัวให้กลมกลืนไปกับทุกสถานการณ์ ขับไปทำงาน ขับรับส่งลูกๆ ไปโรงเรียนหรือขับออกทางไกลในวันหยุดเพื่อไปใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการได้อย่างไม่ต้องมานั่งกังวล เมื่อฝนตกหนักจนน้ำท่วมขังผิวถนนก็ยังลุยฝ่าออกมาได้โดยไม่ดับกลางอากาศเหมือนรถเก๋งเตี้ยๆ เลือกรุ่นเบนซินหากมีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก หรือเลือกดีเซลหากต้องการออปชั่นแบบจัดเต็มซึ่งรุ่นสูงสุดนั้นยัดของแนวๆมาให้เยอะจนใช้ไม่หมด ลองไปขับทดสอบด้วยตัวของคุณเอง ขอร้องคุณเซลส์ที่นั่งมาด้วยให้ขับยาวนิดนึงไม่ใช่วนแค่หน้าโชว์รูมอย่างที่เคยทำ มันน่าจะเป็นรถครอบครัวอีกรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้บ้างละครับ.


Honda New CR-V DT-EL4WD
เครื่องยนต์​.........................ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทอร์โบ
แบบเครื่องยนต์....................ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..................คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น
ระบบอัดอากาศ.....................เทอร์โบแบบ 2 Stage Turbo
ปริมาตรความจุ.....................1,597 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก..............76.0 มิลลิเมตร X 88.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด..................16.0:1
กำลังสูงสุด..........................118 กิโลวัตต์ 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด........................350 นิวตันเมตร 35.7 กิโลกรัมเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง.......................เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อม Paddle shift  
อัตราทดเกียร์
เกียร์ 1...............................4.731
เกียร์ 2...............................2.842
เกียร์ 3 ..............................1.909
เกียร์ 4 ..............................1.382
เกียร์ 5...............................1.000
เกียร์ 6..............................0.808
เกียร์ 7..............................0.699
เกียร์ 8..............................0.580
เกียร์ 9..............................0.480
เกียร์ถอย............................3.830
เฟืองท้าย............................3.734
ระบบขับเคลื่อน......................ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ real time AWD
ระบบบังคับเลี้ยว....................ดูอัลพีเนี่ยน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงไฟฟ้าDP-ESP
พวงมาลัยหมุนสุด....................2.3 รอบ
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด..................5.5 เมตร
ระบบเบรก
ด้านหน้า.............................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง.............................ดิสเบรก
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า............................แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง............................มัลติลิ้งค์ อิสระ เหล็กกันโคลง
ล้อและยาง..........................18x7.5 J 235/60R18 toyo proxes R45
มิติตัวถัง
ความยาว............................4,571 มิลลิเมตร
ความกว้าง...........................1,855 มิลลิเมตร
ความสูง..............................1,667 มิลลิเมตร
ฐานล้อ...............................2,662 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้า...................1,603 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง....................1,613 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง...........208 มิลลิเมตร
น้ำหนัก...............................1,742 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง...................57 ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐาน
ไฟหน้า LED
ไฟท้าย LED
ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights
ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
ระบบปิด-เปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟตัดหมอกคู่หน้ากรอบโครเมียม
ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
มือจับที่เปิดประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวถัง
ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
ระบบปัดน้ำฝนกระจกบานหลัง
กาบข้างประตูโครเมียม
สปอยเลอร์หลัง
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี
ล้ออัลลอย 5 วง ขนาด 18 นิ้ว
เสาวิทยุครีบฉลาม
ยางกันโคลน

อุปกรณ์ภายใน
ภายในสีดำ
ชุดตกแต่งภายในลายไม้และสีดำ Piano black
พวงมาลัยและเบาะหุ้มหนังแท้หรือวัสดุสังเคราะห์
เบาะนั่งแถวที่ 3
มาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูล TFT
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์อัจฉริยะ
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซน
ปุ่ม ECON
พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
วัสดุตกแต่งพวงมาลัยสีเงินเมทัลลิก
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle shift
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ช่องแอร์ด้านหลัง
ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2-3
ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรอง 2 ช่อง
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า LED
ไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED
ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับหลัง 4 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว

ระบบเครื่องเสียง
ระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกเตอร์
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Advanced touch รองรับ Appple car play
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
ระบบรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
ช่องเชื่อมต่อ AUX
ช่องเชื่อมต่อ USB
ช่องเชื่อมต่อ HTMI
ลำโพง 4+4 (ทวีตเตอร์)

ระบบความปลอดภัย
ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนด้านซ้าย
ระบบเตือนความเหนื่อยล้า
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ
กระจกไฟฟ้านิรภัย 4 ตำแหน่ง
เบรกมือไฟฟ้า
ระบบ Auto brake hold
ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
ม่านถุงลมด้านข้าง
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบเพิ่มความคล่องตัวขณะขับขี่ Agile handing assist
สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรก
กล้องมองภาพด้านหลัง 3 ระดับ
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 แบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 3 แบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
ระบบเสียงแจ้งเตือนรัดเข็มขัดนิรภัย
จุดยึดเบาะนั่งเด็กเล็ก
ระบบกุญแจนิรภัย
ไฟเบรกดวงที่ 3

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/