บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกโฉมประเทศไทยสู่ 4.0 : "ธีออส-2" ระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนาของไทยดีที่สุดในโลก

ธีออส-2

ดาวเทียมดวงใหม่ล่าสุดของประเทศไทยที่กำลังจะจัดสร้างขึ้น โดยจะเป็นดาวเทียมที่มีระบบเทคโนโลยีซึ่งออกแบบมาดีที่สุดในโลก เพื่อทดแทนดาวเทียม “ไทยโชต”

“ธีออส-2 ไม่ใช่แค่การจัดหาดาวเทียมธรรมดาๆอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อการปฏิรูประบบตัดสินใจและบริหารเชิงพื้นที่ของประเทศ” ดร.อรรชกา ศรีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบการจัดหาดาวเทียม “ธีออส-2” ระบุถึงระบบที่สามารถพูดได้ว่า ออกแบบมาดีที่สุดในโลก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในทุกๆด้าน

เพราะดาวเทียม “ธีออส-2” มีองค์ประกอบสำคัญ อาทิ การมีระบบผลิตและบริการภาพถ่ายและภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพกว่า 30 ดวง การมีระบบประยุกต์ใช้งานแผนที่และภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายดาวเทียมตามภารกิจของหน่วยปฏิบัติต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของแต่ละหน่วยงานแต่ละพื้นที่ได้ตรงเป้าหมาย รวมไปถึงการจัดหา สร้างดาวเทียมและระบบภาคพื้นดิน เพื่อรองรับดาวเทียม จำนวน 2 ดวง ซึ่งประกอบด้วย ดาวเทียมถ่ายภาพรายละเอียดสูง เพื่อใช้งานด้านการติดตามพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ งานด้านความมั่นคงและการจัดการในภาวะวิกฤติ และการมีดาว-เทียมดวงเล็กที่จะสร้างเองโดยคนไทย 100% เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและพื้นฐานของอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการพัฒนาดาวเทียมแห่งชาติ

โดย “ธีออส-2” จะมาทำหน้าที่ทดแทนดาวเทียม “ไทยโชต” ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของประเทศไทย ที่จะหมดอายุการใช้งานในอีก 3-4 ปีข้างหน้านี้

“ทุกเรื่องบนพื้นผิวโลกทุกเรื่องบนแผ่นดินไทย ทุกเรื่องที่เป็นของคนไทย ธีออส-2 ช่วยได้ เพราะสิ่งที่ได้จาก “ธีออส-2” คือ ระบบผลิต บริการภาพถ่ายและภูมิสารสนเทศจากดาวเทียมอื่นๆอีกกว่า 30 ดวงที่เป็นเครือข่าย หมายความว่า “ธีออส-2” คือดาวเทียมหลัก 1 ดวง แต่ภายใต้ระบบ “ธีออส-2” จะมีดาวเทียมอื่นๆที่มีคุณสมบัติต่างกันที่ “ธีออส-2” ทำไม่ได้คอยทำงานแทน เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการได้ทั้ง ด้านการเกษตร จะเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้านการจัดการน้ำ จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ด้านการจัดการภัยพิบัติ จะสามารถคาดการณ์ และประเมินสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที ด้านทรัพยากรธรรมชาติ จะสามารถลดปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปัญหามลพิษทางทะเล การกัดเซาะชายฝั่งทะเล เป็นต้น ซึ่งจะมีการติดตามแบบนาทีต่อนาที ด้านความมั่นคงของรัฐและสังคม ช่วยเฝ้าระวังรักษาความสงบให้เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น” รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ระบุ

ส่วนคำถามว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจาก “ธีออส-2” บ้าง

คำตอบจาก ดร.อรรชกา คือ ประเทศไทยจะมีข้อมูลและทางเลือกที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจด้านนโยบายต่างๆให้กับประเทศบนฐานข้อมูลที่เป็นจริงที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ทันสมัย รวดเร็ว และลดการสูญเสียโอกาส เพราะศักยภาพของระบบธีออส-2 จะทำให้รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ เอกชนต่างๆ มองเห็นแนวทาง วิธีการ และทางออกเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆ

“ที่สำคัญ “ธีออส-2” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการวางรากฐานให้ประเทศทุกมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและบริการด้านเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศได้อย่างเต็ม รูปแบบ เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ประกอบกับรัฐบาลไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0” ดร.อรรชกา ยืนยันถึงความสำคัญและศักยภาพของ “ธีออส-2”

และในเดือน มิ.ย.นี้ ดาวเทียม “ธีออส-2” จะได้ตัวผู้เชี่ยวชาญการสร้างดาวเทียมมาดำเนินการจัดสร้างระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนาหลังจากที่ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติงบประมาณให้ กระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) หรือจิสด้า ดำเนินการ และ จากนี้อีก 3 ปี คือในปี 2563 “ธีออส-2” พร้อมจะทะยานสู่อวกาศทันที

“กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ธีออส-2 คือ ระบบดาวเทียมที่ดีที่สุดในโลก และดาวเทียมดวงนี้จะเป็นหนทางในการพัฒนาดาวเทียมของคนไทยดวงที่สาม ดวงที่สี่ และดวงต่อไป รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของคนไทยสำหรับการสร้างดาวเทียมเอง ให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศยักษ์ใหญ่อื่นๆในโลก” ผศ.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.จิสด้า ระบุชัดเจน

“ทีมข่าววิทยาศาสตร์” เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยจะมีดาวเทียม “ธีออส-2” ซึ่งน่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการให้ทุกภาคส่วนสามารถมองเห็นภาพของประเทศไทยได้ชัดเจนในทุกมิติ และนำไปสู่การช่วยตอบโจทย์ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชาวบ้านทั่วไป จะได้รับข้อมูลที่เป็นเรื่องใกล้ตัวได้อย่างถูกต้อง

เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่ 4.0 อย่างมีระบบ แบบมั่นคงและยั่งยืน.

ทีมข่าววิทยาศาสตร์