วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ไขก่อนจะสายเกินไป

โดย สายล่อฟ้า

ไพรมารีโหวต พูดง่ายแต่ทำยาก

เหตุผลของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจน สนช.ให้ความเห็นชอบด้วยวิธีการเลือกตั้งแบบ “ไพรมารีโหวต” ก็คือการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนเข้าสู่การเลือกตั้ง

ถือว่าเป็น “ของใหม่” ทางการเมืองของประเทศไทย

แต่แม้ว่า สนช.ให้ความเห็นชอบไปแล้ว กลับปรากฏว่าพรรคการเมืองทั้งพรรคใหญ่พรรคเล็กต่างก็ไม่เห็นชอบด้วย

กรธ.ซึ่งเป็นผู้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่เห็นชอบด้วย จึงไม่ได้เขียนกำหนดเอาไว้ เพราะว่าเป็น “ยาแรง” เกินไป อีกทั้งหากนำระบบมาใช้จะเกิดปัญหา เพราะพรรคการเมืองยังไม่พร้อม

ระยะเวลาก็กระชั้นเกินไป หากเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะทำให้ยุ่งยาก ดีไม่ดีการเลือกตั้งจะต้องเลื่อนออกไป

พรรคการเมืองนั้นชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่เอาด้วยแน่ เพราะแต่ละพรรคก็เตรียมตัวไม่ทัน แต่จะเป็นการดีที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

อีกทั้งประชาชนก็ยังไม่เข้าใจกับระบบใหม่นี้

ยิ่งระยะเวลาที่กระชั้นชิดไม่มีทางดำเนินการได้ รวมถึงการที่ คสช.ยังไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ก็ยิ่งไปกันใหญ่

จากการหารือระหว่าง กรธ.และ กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ดูเหมือนว่า กกต.จะไม่อินังขังขอบเท่าใด ยืนยันพร้อมที่จะดำเนินการ แต่ กรธ.ต้องการให้ทบทวนใหม่ด้วยการตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง กกต. กรธ. และ สนช. ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการหาทางออกเรื่องนี้

กมธ.ว่าด้วยพรรคการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งได้ยืนยันในหลักการนี้มาตลอด โดยชี้ว่าจะทำให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

ทำให้พรรคการเมืองไม่ตกไปอยู่ในมือของ “นายทุนพรรค” ที่ผูกขาดอำนาจในพรรค ทั้งการกำหนดให้ใครเป็นผู้สมัคร โดยสมาชิกพรรค สาขาพรรค ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย

พูดง่ายๆก็คือแก้เผ็ดเจ้าของพรรคเหมือนที่ผ่านมา

แต่เสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายทำให้ชะงักไปบ้าง และจำนนด้วยเหตุผล พร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขหาทางออก

อย่างน้อยควรจะมีบทเฉพาะกาลเพื่อกำหนดให้การเลือกตั้งแบบ “ไพรมารีโหวต” เว้นวรรคเอาไว้ก่อน และไปใช้ในการเลือกตั้งคราวต่อไปไม่ใช่การเลือกตั้งที่จะถึงนี้

หากยึดโยงจากเหตุผลต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของ กรธ. นั้น ที่กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นไปในรูปแบบเดิม เพียงแต่การลงคะแนนจะใช้บัตรเพียงใบเดียว ไม่ใช่ 2 ใบเหมือนที่ผ่านมา คือ เลือก ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์

แต่ได้เปลี่ยนการนับคะแนนใหม่คือ หย่อนบัตรเลือกคนไหน พรรคไหนก็ตามคะแนนที่ลงไปนั้นจะไม่สูญเปล่า

หมายถึงสามารถมานับรวมเป็นปาร์ตี้ลิสต์ได้

หลักการนี้ถือว่าเป็นการไม่ให้พรรคการเมืองใหญ่ได้ที่นั่งมากเกินไปเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเล็กมีโอกาสเข้ามาในเวทีการเมืองได้

แค่นี้พรรคใหญ่ก็เคืองใจมากพอแล้ว

หากนำไพรมารีโหวตมาใช้ก็จะเป็นการคุมเข้มมากเกินไปหน่อย ที่สำคัญคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาการครอบงำพรรคให้หมดไปได้

ทว่า ยังจะทำให้เป็นการเปิดช่องให้มีการซื้อกันล่วงหน้า เพื่อจองตัวเป็นผู้สมัครเพื่อความแน่นอนในการได้ลงสมัครเลือกตั้ง

ยังพอมีเวลาที่จะปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกที่ดีกว่านี้ได้.

“สายล่อฟ้า”